KM

ด้านที่ 2 การผลิตบัณฑิตสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : การพัฒนาบัณฑิตสาขาวิชาเทคนิคการสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์สู่การได้รับทุนฝึกงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น 5 ปี ต่อเนื่อง
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์ธานินทร์ สิงกันยา
ความคิดริเริ่ม
ทุนจากมูลนิธิ Arunsawasdeescholarship เป็นองค์กรจากประเทศญี่ปุ่นที่สนับสนุนทุนให้นักศึกษาสัตวแพทย์ไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน 20 ปี โดยเป็นทุนฝึกงานเกี่ยวกับงานด้านสัตวแพทย์ที่ประเทศญี่ปุ่น ณ โรงพยาบาลสัตว์ Family Animal Medical Center (FAMC) เมือง คาเมะโอะกะ (Kameoka) จังหวัด เกียวโต (Kyoto) ประเทศ ญี่ปุ่น (Japan) เป็นเวลา 1 ปี โดยมีสวัสดิการเงินเดือน ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ อาหารฟรี ท่องเที่ยวประจำเดือน และมีเรียนภาษาญี่ปุ่นให้กับนักศึกษา ชั้นปีสุดท้าย ที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 3 ทุน โดยคัดเลือกจาก นักศึกษาจากคณะสัตวแพทย์ทั่วประเทศ ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น และในปี 2562 หลักสูตรได้ส่งนักศึกษาเข้าร่วมคัดเลือกทุนจำนวน 1 คน ผลปรากฏว่านักศึกษาของหลักสูตรผ่านการคัดเลือก 1 ใน 3 คือ นางสาวกุลธดา พูลทอง สาขาวิชาเทคนิคการสัตวแพทย์ ร่วมกับนักศึกษาจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่เนื่องจากปลายปี 2562 เกิดโรคระบาด COVID-19 ทำให้นักศึกษาได้เดินทางในปี 2563 การส่งนักศึกษาครั้งแรกนี้นักศึกษาของหลักสูตรมีความเครียดเนื่องจากทักษะทางวิชาการและวิชาชีพยังไม่แน่นพอพร้อมทั้งเพื่อนที่ได้รับทุนอีก 2 คนเป็นสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญมากกว่าทำให้นักศึกษาของหลักสูตรต้องขยันและฝึกเพิ่มเติมมากขึ้นเพื่อการปรับตัวให้ทันกับสถาณการณ์แต่ละวัน และในที่สุดนักศึกษาของหลักสูตรก็สามารถผ่านการฝึกจนครบกำหนดและได้รับคำชมจากเจ้าของทุนว่ามีการปรับตัวได้ดี และมีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจนสามารถช่วยงานโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เเรงบันดาลใจ
หลังจากนักศึกษารุ่นแรกกลับสู่ประเทศไทยหลักสูตรได้นำข้อมูลการฝึกของรุ่นแรกมาประเมินและทำการวิเคราะห์ผลเพื่อจัดทำแผนในกาฝึกอบรมและเตรียมความพร้อมทั้งด้านภาษาญี่ปุ่น การศึกษาวัฒนธรรม และทักษะการทำงานด้านวิชาชีพก่อนการส่งนักศึกษาเข้าคัดเลือกเพื่อรับทุนในแต่ละปีเพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมในการดำรงชีวิตและการทำงานในต่างประเทศ
ขั้นตอน
3.2.1 การถอดบทเรียนของนักศึกษาแต่ละรุ่นที่ได้รับทุนโดยพบว่านักศึกษารุ่นแรกมีการเตรียมตัวน้อยมากเนื่องจากผู้ให้ทุนแจ้งขอข้อมูลและคัดเลือกในระยะเวลาจำกัดทำให้นักศึกษาต้องไปเตรียมตัวที่สถานที่ฝึกทำให้การปรับตัวเป็นไปด้วยความยาก อีกทั้งนักศึกษาที่ร่วมฝึกก็เป็นสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญมากกว่า ด้วยเหตุนี้หลักสูตรจึงต้องวางแผนจัดระบบเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อลดปัญหาดังกล่าวข้างต้น 3.2.2 การหาเครือข่ายความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมทั้งทางทักษะวิชาการและวิชาชีพโดยเบื้องต้นหลักสูตรได้รับความร่วมมือจากคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเบื้องต้นสามารถนำนักศึกษาเข้าฝึกงานเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนเดินทางไปฝึกงาน 3.2.3 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการจากรุ่นพี่ที่เคยได้ทุนฝึกงานจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เวลาฝึกต่อเนื่อง 3 วัน ซึ่งเนื้อหาในการฝึกจะแบ่งเป็นทักษะการใช้ชีวิต วัฒนธรรมประเทศ วัฒนธรรมองค์กร การสื่อสารเบื้องต้น เครื่องมือ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ที่ใช้ในหน่วยงาน เทคนิคปฏิบัติทางการพยาบาลสัตว์ และเทคนิคการสัตวแพทย์ 3.2.4 การฝึกภาษาญี่ปุ่นโดยเน้นรูปแบบอักษร คาตาคานะ และฮิระงะนะ ผ่านคลอสการเรียนออนไลน์ก่อนเดินทาง 3.2.5 การปัจฉิมนิเทศนักศึกษาทุนฝึกงาน และการประเมินความรู้ความสามารถ เป็นการให้โอวาส คำแนะนำข้อควรคำนึงและระมัดระวังในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ และที่สำคัญคือความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในนามตัวแทนประเทศ มหาวิทยาลัย คณะฯ และหลักสูตร 3.2.6 การติดตามผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาผ่านผู้แทนเจ้าของทุน และกลุ่มออนไลน์เพื่อประเมินการทำงานและการปรับตัว ตลอดจนการร่วมหารือในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน 3.2.7 การสรุปผลการฝึกงาน เมื่อครบกำหนด หลังจากนักศึกษาเสร็จสิ้นการฝึกงานและเดินทางกลับถึงประเทศไทย นักศึกษาจะต้องกลับมารายงานตัวต่อหลักสูตร และทำการถอดบทเรียนปัญหาอุปสรรค แนวทางในการทำงาน วิธีแก้ปัญหา และวิธีลดความกดดันในการทำงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขในรุ่นต่อๆ ไป
ผลสัมฤทธิ์
จากผลการดำเนินงานโดยใช้นักศึกษารุ่นแรกเป็นโมเดลในการเตรียมความพร้อมนักศึกษาในรุ่นที่ 2 พบว่า นักศึกษาทุนรุ่นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้รับทุนฝึกงานเพิ่มเป็น 2 ทุนจากทั้งหมด 3 ทุน ประกอบด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2 คน และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 1 คน ระหว่างปี 2564-2565 ทั้งนี้นักศึกษาที่ถูกคัดเลือกทั้ง 2 คน ได้เข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมทั้งการฝึกทักษะวิชาการและวิชาชีพ ณ โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็น เวลา 3 เดือน และได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากนักศึกษารุ่นแรก ทำให้นักศึกษามีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และในระหว่างปฏิบัติงานนักศึกษาทั้ง 2 คนได้รับคำชมอย่างต่อเนื่องทั้งทักษะปฏิบัติงาน บุคลิกภาพ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความรับผิดชอบต่อหน้าหน้า และสามารถช่วยงานโรงพยาบาลสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในปี 2565-2566 โมเดลการฝึกทักษะยังถูกใช้อย่างต่อเนื่องจนนักศึกษาของสาขาวิชาได้รับทุนฝึกงานครบทั้ง 3 โควต้า โดยนักศึกษารุ่น 3 หลักสูตรได้ขอความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อสาขาพัทยา ในการฝึกนักศึกษารุ่น 3 ซึ่งได้ทำการฝึกอบรมเป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการต่างๆที่หลักสูตรได้ออกแบบเพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมในการทำงานและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อไปถึงสถานประกอบการ ต่อมารุ่นที่ 4 ประจำปี 2566-2567 ทางเจ้าของทุนยังให้ความไว้วางใจนักศึกษาของเรา ทั้ง 3 โควตาอีก 1 ปี โดยนักศึกษารุ่นที่ 4 ได้เดินทางไปฝึกงานเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 และกลับมาไทยเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 และที่สำคัญนักศึกษากลุ่มนี้ได้รับใบรับรองการทำงานตำแหน่งนักการพยาบาลสัตว์ที่ออกให้โดยสัตวแพทย์สภาของประเทศญี่ปุ่นที่สามารถประกอบวิชาชีพในญี่ปุ่นได้ และปัจจุบัน ทุนฝึกงานประจำปี 2567-2568 ทุนนี้ยังคงเป็นของสาขาวิชาเทคนิคการสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ครบทั้ง 3 โควต้า โดยนักศึกษารุ่นปัจจุบันได้เดินทางไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา รวมนักศึกษาได้รับทุน 5 ปีต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการเตรียมความพร้อมของหลักสูตรเทคนิคการสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีประสิทธิภาพในการฝึกทักษะนักศึกษาทำให้นักศึกษามีคุณสมบัติที่สามารถเอาชนะ นักศึกษาสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยใหญ่ชั้นนำของประเทศนำไปสู่การการได้รับทุนฝึกงานต่างประเทศ 5 ปีต่อเนื่องและครบทั้ง 3 โควตาจนถึงปัจจุบัน
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
การเตรียมความพร้อมนักศึกษาเพื่อให้ได้ทุนฝึกงานประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่ยากและมีการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ดังนั้นการที่จะรักษาโควตาไว้ในแต่ละปีถือเป็นหน้าที่หลักของหลักสูตรที่จะต้องออกแบบแนวทางปฏิบัติเพื่อให้นักศึกษาเข้าสู่การแข่งขันและมีความมั่นใจในความรู้ของตนเอง สามารถปฏิบัติได้ดีและถ่ายทอดความรู้สู่รุ่นน้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโปรแกรมการเตรียมความพร้อมนักศึกษานี้ทางหลักสูตรได้คัดเลือกตัวแทนเข้ามาฝึกอบรมเพื่อคัดเลือกคนที่มีความสามารถมากที่สุดโดยการประกาศผ่านเพจสาขาวิชาเพื่อให้นักศึกษาสมัครเข้าร่วมคัดเลือกเพื่อคัดตัวแทนของหลักสูตร ทุกคนที่เข้ากระบวนการฝึกนอกจากจะได้ฝึกทักษะต่างๆ แล้วยังส่งผลต่อการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตนเอง มีความกล้าที่จะตัดสินใจมากขึ้น อีกทั้งหลักสูตรยังได้เพิ่มทักษะภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการทำงาน รวมถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งก่อนเดินทาง และที่สำคัญสามารถรู้ถึงเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษาสัตว์ของประเทศญี่ปุ่น สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานของตัวเองในอนาคต จากผลการฝึกฝนผ่านการเรียนการสอนเชิงระบบและการถ่ายทอดองค์ความรู้ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องจึงนำไปสู่การได้รับทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง 5 ปี จนถึงปัจจุบัน
เเนวปฏิบัติที่ดี
การถอดบทเรียนจากปัญหาการฝึกงานในแต่ละรุ่น นำมาสู่แนวปฏิบัติที่ดีในการเตรียมความพร้อมนักศึกษาในการเข้ารับทุนการฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นว่าการเตรียมความพร้อมทั้งทักษะวิชาการ วิชาชีพ ความรู้ด้านวัฒนธรรม ภาษา ตลอดจนการใช้ชีวิตให้อยู่รอดในทุกสถาณการณ์ที่ต่างประเทศมีความจำเป็นและต้องตระหนักถึงความสำคัญ เนื่องจากการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นทุกคนที่เขาไปทำงานจะต้องมีความพร้อมในการทำงาน มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ทุกหน้าที่มีความสำคัญ ซึ่งหลักสูตรจะเน้นให้นักศึกษาเชื่อมั่นในตัวเอง พร้อมทั้งเรียนรู้และฝึกตัวฝนตัวเองตลอดเวลา นอกจากนี้หน่วยงานความร่วมมือภายนอกก็มีความสำคัญมากที่จะเข้ามาสนับสนุนการเรียนรู้ให้เกิดทักษะที่ทางหลักสูตรไม่สามารถให้ได้ ดังนั้นการทำงานที่เป็นระบบที่เกิดจากการจัดการที่ดีจึงนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีตามมา
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะเทคโนโลยีการเกษตร