KM

ด้านที่ 2 การผลิตบัณฑิตสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : การเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความ
ชื่อเจ้าของผลงาน : ผศ.จิรุสดา ไชยทุม,ดร.กริช สินธุศิริ,ผศ.พิทักษ์ ธรรมะ,นายจิตรกรณ์ นนทะบูรณ์ คณะนิติศาสตร์
ความคิดริเริ่ม
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรฯ รวมทั้งเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ ตามหลักสูตรที่สำเร็จการศึกษา โดยฝ่ายพัฒนาทักษะและฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาทักษะให้กับผู้เรียน จึงได้ริเริ่มพัฒนาแนวทาง วิธีการ หรือรูปแบบกิจกรรมต่างๆที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถแสดงถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้หลายมิติ เช่น ด้านวิธีการสอน เนื้อหา การมีส่วนร่วม หรือการประเมินผล ประกอบกับได้รับจัดสรรงบประมาณยุทธศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฯในการจัดบูรณาการการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงได้มีโครงการพัฒนานักศึกษานิติศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้านกิจกรรม พัฒนาทักษะเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสอบใบอนุญาตทนายความ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ที่สามารถใช้ในบริบทของการอบรมสอบใบอนุญาตทนายความ การจัดทำระบบติวระบบออนไลน์แบบครบวงจร สามารถดูย้อนหลัง ดาวน์โหลดเอกสารและทำแบบฝึกหัดได้ การจัดทำศาลจำลอง จัดเวทีซ้อมบทบาทในห้องพิจารณาคดี ผู้เรียนผลัดกันรับบททนายความ โจทก์ จำเลยและผู้พิพากษา ฝึกการใช้ภาษากฎหมายในสถานการณ์จำลอง เสริมทักษะการพูดในที่สาธารณะการตั้งคำถาม การโต้แย้ง สร้างสื่อการสอนในรูปแบบแผนภาพ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจภาพรวมของกฎหมาย ใช้เทคนิคช่วยกระตุ้นความเข้าใจเร็วขึ้น การใช้แอปมือถือทบทวนกฎหมาย สร้างFlashcardทบทวนข้อกฎหมาย บทบัญญัติสำคัญแบบเล่นมือถือ เน้นทบทวนสั้นๆแต่บ่อย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจำ การใช้กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมหรือในข่าว เพื่อฝึกวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย ช่วยเชื่อมโยงกฎหมายกับชีวิตจริง สร้างระบบข้อมูลติดตามผู้ที่เข้าอบรมสามารถสอบผ่านและประกอบวิชาชีพได้หรือไม่ นำผลลัพธ์มาใช้พัฒนาหลักสูตรและการสอนในรุ่นถัดไป
เเรงบันดาลใจ
แรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน ด้วยเจตนารมณ์และเป้าหมายที่วิชาชีพและสังคมสามารถสะท้อนออกมาในหลายแง่มุม ความตั้งใจพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน เนื่องจากทนายความเป็นหนึ่งในวิชาชีพของผู้เรียนนิติศาสตร์ เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้พัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ประสบการณ์ส่วนตัวจากการสอบการเป็นทนาย หลายครั้งแรงบันดาลใจเกิดจากประสบการณ์ตรง เช่นเคยเป็นผู้สอบเองและพบว่าไม่มีแหล่งเรียนรู้ที่ดีพอ หรือเคยเห็นคนรอบตัวที่มีความสามารถแต่สอบไม่ผ่านเพราะขาดการเตรียมตัวที่เหมาะสม ความต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผู้เข้าสอบบางคนมาจากต่างจังหวัดไม่มีโอกาสเข้าร่วมติวราคาแพงหรือเรียนกับผู้เชี่ยวชาญ แรงพลักดันจากผู้เรียนเมื่อเห็นผลตอบรับจากผู้ที่สามารถสอบผ่านและกลายเป็นทนายความที่มีคุณภาพในสังคม ยิ่งทำให้ผู้จัดมีพลังใจในการพัฒนาโครกงารอบรมให้ดียิ่งขึ้น การเห็นลูกศิษย์กลายเป็นทนายความที่กล้าหาญและซื่อสัตย์ คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด รวมทั้งแรงบันดาลใจในระยะยาวคือการสร้างระบบอบรมและพัฒนาทนายความอย่างเป็นระบบ เป็นมืออาชีพและรักษาความยุติธรรมอย่างแท้จริง เราไม่ได้เตรียมคนให้สอบผ่านแต่เรากำลังสร้างอนาคตของกระบวนการยุติธรรม
ขั้นตอน
วิธีดำเนินการ การเตรียมการก่อนอบรม • วิเคราะห์ปัญหาและความจำเป็นของผู้ที่เตรียมสอบ • จัดประชุมทีมงานเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางการอบรม • ร่างโครงสร้างหลักสูตร เนื้อหา และระยะเวลาในการอบรม • ติดต่อวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เช่น ผู้พิพากษา อัยการ ทนายความ อาจารย์สอนกฎหมาย • จัดเตรียมสถานที่อบรม • จัดทำสื่อการเรียนการสอน เอกสารประกอบการอบรม คู่มือกฎหมาย • ประกาศรายละเอียดโครงการอบรมผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซด์ โซเชียลมีเดีย หน่วยงานการศึกษา • เปิดรับสมัครผู้เข้าอบรม พร้อมคัดกรองคุณสมบัติขั้นต้น ผู้ที่จบปริญญาตรีนิติศาสตร์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน บุคคลภายนอก จัดระบบลงทะเบียน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย • จัดทำแบบทดสอบก่อนและหลังอบรม • ประชุมความพึงพอใจจากผู้เข้าอบรม • ประชุมผลการดำเนินงานร่วมกับทีมงาน และวิทยากร • ติดตามผู้เข้าร่วมอบรม สอบผ่าน ไม่ผ่าน พร้อมเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และพัฒนาหลักสูตรในอนาคต • รายงานและเผยแพร่ผลงาน จัดทำรูปเล่มโครงการ เสนอหน่วยงานต้นสังกัด นำผลประเมินมาปรับปรุงเนื้อหาและวิธีการให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในอนาคต ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. ประชุมวางแผนงาน แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน กำหนดปฎิทินดำเนินงาน ประชาสัมพันธ์การรับสมัคร 2. ดำเนินการตามแผนงานเตรียมความพร้อมครั้งที่ 1 วันที่ 19 พฤษภาคม 2567 บรรยาย ทฤษฎีองค์ความรู้เนื้อหาการสอบแบบOnsiteและ Live สดผ่านเพจคณะนิติศาสตร์ ประเมินผลจากผู้เข้าร่วมอบรม 3. ดำเนินการตามแผนงานเตรียมความพร้อมครั้งที่ 2 วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 สถานการณ์ห้องสอบจำลองให้เสมือนห้องสอบจริง จัดให้ผู้เข้าอบรม ทราบถึงแนวทางระเบียบปฎิบัติ การแต่งกายเข้าห้องสอบ การเตรียมอุปกรณ์เข้าสอบและ ทำข้อสอบตามเวลา 13.30-17.00 น. ประเมินผลจากผู้เข้าอบรม 4. ดำเนินการตามแผนงานเตรียมความพร้อมครั้งที่ 3 วันที่ 4 มกราคม 2568 ตะลุยโจทย์ข้อสอบก่อนสอบสนามจริง ในวันที่ 19 มกราคม 2568 เวลา 13.30-17.00 น. ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก
ผลสัมฤทธิ์
องค์ความรู้ที่ได้จากการดำเนินงาน จากการดำเนินโครงการอบรมเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความได้องค์ความรู้ที่สำคัญในด้านวิชาการและกรบวนการพัฒนาทักษะวิชาชีพดังนี้ 1.องค์ความรู้ด้านเนื้อหากฎหมาย ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับกฎหมายหลัก สามารถวิเคราะห์บทบัญญัติและประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นระบบ 2.องค์ความรู้ด้านทักษะวิชาชีพ ฝึกปฏิบัติการเขียนคำฟ้อง คำให้การ คำร้อง ฝึกทักษะการซักถาม การตั้งคำถามพยาน และการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย เข้าใจบทบาทหน้าที่ และจรรยาบรรณของทนายความ 3.องค์ความรู้ด้านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เรียนรู้การจัดกิจกรรมให้มีส่วนร่วม เช่นการอภิปรายกลุ่ม ศาลจำลอง เข้าใจแนวทางการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน ผลต่อผู้เข้าอบรม มีความมั่นใจในการนำความรู้ไปใช้ในการสอบและการปฎิบัติงานจริง พัฒนาทัศนคติและมีจิตสำนึกในจรรยาบรรณวิชาชีพ ผลต่อวงการวิชาชีพ สร้างทนายความลุ่ยใหม่ที่มีคุณภาพทั้งในด้านความรู้และจรรยาบรรณ ส่งเสริมให้วงการทนายความมีมาตรฐานที่สูงขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผลต่อกระบวนการยุติธรรม ผู้ผ่านการอบรมมีความพร้อมในการเข้าร่วมในกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนระบบยุติธรรมไทยให้มีบุคลากรที่มีคุณภาพและยึดมั่นในความถูกต้อง ดังนั้นผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน การเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความ ที่เจ้าของผลงานได้สะท้อนองค์ความรู้และผลสัมฤทธิ์ ดังนี้ 1.ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจและทราบถึงการเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความ 2.ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจและสามารถแบ่งองค์ความรู้หลักๆได้อย่างชัดเจน 3 .ผู้เข้าอบรมผ่านการสอบภาคทฤษฎีตามเกณฑ์การสอบ 50 เปอร์เซ็นต์ จากคะแนน 100 เปอร์เซ็นต์ ติดตามการประกาศผลสอบจากเพจสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้เข้าอบรมที่ยื่นสมัครสอบ จำนวน 30 คนผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีจำนวน 23 คน คณะนิติศาสตร์ประกาศแสดงความยินดีกับผู้สอบผ่านทฤษฎีผ่านเพจคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
ในการจัดอบรมหลักการเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ดำเนินการจัดครั้งแรก โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน คือกลุ่มที่สำเร็จการศึกษาในรอบปีการศึกษาและศิษย์เก่าที่มีความสนใจในการเข้าสอบภาคทฤษฎี ในการจัดอบรมมีการติวเข้มเนื้อหาที่ออกสอบจริงพร้อมทั้งการฝึกทำข้อสอบเก่าและมีการสอบทดลอง เพื่อให้คุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ และนำไปสู่การจัดอบรมให้รุ่นต่อไป ในวันที่ 28 มิถุนายน 2568 นี้ โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความ 1. การเสริมศักยภาพของผู้เข้าอบรม กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักศึกษานิติศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษา หรือผู้ที่เตรียมตัวสอบใบอนุญาตทนายความ โครงการอบรมช่วยให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในตัวบทกฎหมายที่ใช้สอบอย่างถูกต้อง เป็นระบบ และเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงส่งผลให้มีความมั่นใจมากขึ้น พร้อมต่อการสอบ และต่อการปฏิบัติงานในสายอาชีพ 2.การพัฒนาทักษะวิชาชีพทางกฎหมาย ไม่เพียงแต่เตรียมสอบ แต่ผู้เข้าอบรมยังได้รับ การฝึกทักษะที่จำเป็นในวิชาชีพ เช่น การเขียนคำฟ้อง การซักถามพยาน การให้คำปรึกษา เมื่อสอบผ่านและได้รับใบอนุญาต ก็สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ได้ทันทีในการทำงานจริง ทำให้ทนายความรุ่นใหม่ไม่เพียง มีใบอนุญาตแต่มีความสามารถพร้อมใช้งาน 3.การใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงการอื่น โครงการนี้สามารถใช้เป็นต้นแบบเพื่อพัฒนาอบรมเฉพาะทางอื่น ๆ เช่น อบรมเตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาอัยการผู้ช่วย ที่ปรึกษากฎหมาย ต่อยอดสู่องค์ความรู้และระบบการเรียนการสอนกฎหมายที่มีคุณภาพในระดับประเทศ
เเนวปฏิบัติที่ดี
แนวปฎิบัติที่ดี ( Best Practices )สำหรับการจัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความได้เน้นการ ส่งเสริมทั้งองค์ความรู้ ทักษะ และคุณธรรมวิชาชีพอย่างรอบด้าน โดยแนวทางที่ดีในการดำเนินการอบรมได้ นั้น การวางแผนหลักสูตรที่ครอบคลุมกฎหมายทุกหมวด ที่ใช้ในการสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติ ส่งเสริมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในคดีเพื่อให้เข้าใจถึงหลักวิชาและการนำไปใช้จริง เปิดระบบให้ผู้เรียน/ผู้เข้าอบรมประเมินคุณภาพเพื่อปรับปรุงในรุ่นถัดไป โดยโครงการเตรียมความพร้อมสอบใบอนุญาตทนายความเจ้าของผลงาน ได้จัดเรียงแนวปฎิบัติที่ดีไว้ดังนี้ 1. การออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์การสอบและการปฏิบัติงานจริง จัดทำหลักสูตรที่ครอบคลุมทั้งกฎหมายภาคทฤษฎี (แพ่ง, อาญา, วิธีพิจารณา) และภาคปฏิบัติ (การเขียนคำฟ้อง, ซักถามพยาน เน้นความเข้าใจ ไม่ใช่การท่องจำ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้ 2. การใช้ผู้เชี่ยวชาญร่วมสอนและให้คำปรึกษา เชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์จริง เช่น ผู้พิพากษา อัยการ ทนายความอาวุโส หรืออาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ส่งเสริมการเรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง และมุมมองวิชาชีพที่หลากหลาย การจัดกิจกรรมเสริมทักษะวิชาชีพ ฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรม ศาลจำลอง Work shop การเขียนคำร้อง คำฟ้อง ฯลฯ และส่งเสริมทักษะการพูด การโต้แย้ง การให้คำปรึกษากฎหมาย ซึ่งจำเป็นในวิชาชีพทนายความ 3. การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม จัดกิจกรรมอภิปรายกลุ่ม ถาม-ตอบ การแข่งขันตอบปัญหากฎหมาย เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม ใช้เทคนิค Active Learning เพื่อให้ผู้เรียนไม่เพียงรับข้อมูล แต่ยังมีปฏิสัมพันธ์ และ สะท้อนความเข้าใจ 4. การประเมินผลและพัฒนาต่อเนื่อง มีการสอบวัดผลก่อน-หลัง (Pre/Post Test) และสอบจำลอง (Mock Exam) เพื่อประเมินความพร้อม เปิดระบบให้ผู้เข้าอบรมเสนอแนะ และใช้ผลตอบรับไปปรับปรุงในรุ่นถัดไป ติดตามผลสอบจริงของผู้เรียน เพื่อนำไปวิเคราะห์ประสิทธิผลของหลักสูตร 5. การเน้นจรรยาบรรณและจิตสำนึกวิชาชีพ แทรกเนื้อหาและกรณีศึกษาที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณทนายความในการสอนเชิญรุ่นพี่ทนายมาเล่าเรื่องจริงของปัญหาจริยธรรมในวิชาชีพ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่ก่อนสอบ
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะนิติศาสตร์