KM

ด้านที่ 2 การผลิตบัณฑิตสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : โครงการสัปดาห์วันภาษาไทยแห่งชาติ
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์หลักสูตรสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ความคิดริเริ่ม
การคงอยู่ของภาษาไทยคือ ความคงอยู่ของวัฒนธรรมไทย วันภาษาไทยแห่งชาติตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของเราและเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร ซึ่งจะนำไปสู่การร่วมมือร่วมใจกัน ทำนุบำรุงและอนุรักษ์ภาษาไทย “เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้…” ความตอนหนึ่งในพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกา- ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ในการประชุมทางวิชาการ ชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2505 เป็นที่มาของ “วันภาษาไทยแห่งชาติ” หลักสูตรสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการให้ความรู้ด้านภาษาไทยอย่างถูกต้องแก่นักศึกษา รวมถึงพันธกิจแห่งการบริการวิชาการด้านภาษาไทยแก่บุคคลที่สนใจทั่วไป ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย จึงได้กำหนดให้มีโครงการวันภาษาไทยแห่งชาติไว้ในแผนปฏิบัติการของหลักสูตร การจัดโครงการในครั้งนี้ได้นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากครั้งที่ผ่านมา มาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
เเรงบันดาลใจ
ภาษาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม เกิดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่คนรุ่นหลังต้องดำรงไว้ ดังนั้นจึงได้มีการจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2567 ในหัวข้อ “ภาษาและวัฒนธรรมไทย” ระหว่างวันที่ 30 - 31 กรกฎาคม 2567 เพื่อเป็นการชี้ให้เห็นถึงพลังภาษาซึ่งสามารถสร้างสรรค์สังคมให้ก้าวหน้าและผาสุก นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีความรู้ทางภาษาไทย เลือกใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ตามเจตนาและเหมาะสมกับบริบทของการสื่อสาร โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพทางภาษาไทย อันจะเป็นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ ตลอดจนสนับสนุนให้คนไทยรู้รักษ์ภาษาไทยอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป
ขั้นตอน
1. ประชุมวางแผนการดำเนินงานและกำหนดกิจกรรมในการจัดโครงการ 2. เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 3. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 4. ดำเนินการจัดกิจกรรม 5. สรุป ประเมินผลการดำเนินงาน และรายงานผลการดำเนินโครงการ
ผลสัมฤทธิ์
1. นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจหลักและศิลปะการแต่งบทกวี ตลอดจนได้ฝึกฝนทักษะความสามารถในการแต่งบทกวี 2. นักศึกษามีการรับรู้และความเข้าใจในคุณค่า ความสำนึก และมีความภูมิใจในภาษาไทย วัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ 3. นักศึกษามีโอกาสแสดงออกทางด้านภาษา และการแต่งคำประพันธ์ไทย 4. นักศึกษาสามารถใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
กลุ่มเป้าหมายของโครงการสัปดาห์วันภาษาไทยแห่งชาติเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จากทุกคณะ ทุกชั้นปี เป็นผู้ที่มีความสนใจใฝ่พัฒนาทักษะทางภาษาไทย สมัครเข้าร่วมโครงการและได้รับฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง “กวีนิพนธ์ไทย ยุคดิจิทัล: ภาษาไทยกับความเป็นซอฟต์พาวเวอร์” และเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ศาสตร์ ศิลป์ สร้างสรรค์ และพลังของภาษา” มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งซักถามในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งกลอนสด เรียนรู้เทคนิคที่เป็นประโยชน์จากคณะกรรมการผู้ทรงวุฒิมากด้วยประสบการณ์ โดยนักศึกษา จำนวน 30 คน เข้าร่วมการแข่งขันประพันธ์กลอนสด (ประเภทเดี่ยว) ระดับอุดมศึกษา หัวข้อ “ภาษากับวัฒนธรรมไทย” ได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในภาษาที่เป็นรากเหง้าของวัฒนธรรมไทย ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายธีระเดช สระทอง นักศึกษาหลักสูตรสาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิด แรงบันดาลใจในการศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของภาษาไทย รู้จักใช้อย่างถูกต้อง ระมัดระวัง คำนึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสมตามบริบทของการสื่อสาร จะช่วยให้ภาษาไทยวัฒนาและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสืบสาน ส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่ ตลอดจนนำองค์ความรู้ไปบูรการณาการและต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่สังคม
เเนวปฏิบัติที่ดี
กระบวนการจัดการความรู้ 1. การบ่งชี้ความรู้ คณะกรรมการผู้รับผิดชอบหลักสูตรประชุมเพื่อชี้แจงให้เข้าใจถึงจุดมุ่งหมาย ประโยชน์ และความสำคัญของการจัดกิจกรรมงานสัปดาห์วันภาษาไทยแห่งชาติ 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ ประชุมอาจารย์และตัวแทนนักศึกษาในหลักสูตรสาขาวิชาเพื่อกำหนดรูปแบบงาน ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดให้จัดงานหัวข้อ “ภาษากับวัฒนธรรมไทย” และพิจารณาให้จัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางภาษาไทย ได้แก่ การแข่งขันประพันธ์กลอนสด (ประเภทเดี่ยว) ระดับอุดมศึกษา ประชุมหารือกับวิทยากร เพื่อกำหนดหัวข้อบรรยายให้ความรู้และการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อฝึกทักษะทางภาษาไทย ประชุมร่วมกับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมทั้งกำหนดเกณฑ์ กติกา การตัดสิน รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรม 3. การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ การสำรวจความคิดเห็นความต้องการของนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ทั้งผู้ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมในปีที่ผ่านมา และนักศึกษาผู้สนใจ ประสานงานขอความร่วมมือจากกรรมการบริหารคณะ ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูล วางแผนการดำเนินงาน บริหารจัดการ มอบหมายงานให้แก่คณะกรรมการดำเนินงาน ผู้เข้าร่วมโครงการ มีการดำเนินงานจัดโครงการอย่างมีส่วนร่วมของอาจารย์และนักศึกษา 4. การประเมินผลและกลั่นกรองความรู้ ผู้เข้าร่วมโครงการรับฟังการบรรยายจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ มีการอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นทางภาษา สังคม และวัฒนธรรมไทย นักศึกษาเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ ฝึกทักษะความสามารถทางภาษาไทยด้านการแต่งกวีนิพนธ์ นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ในกิจกรรมแข่งขันประพันธ์กลอนสด และเผยแพร่ผลงานของผู้ที่ได้รับรางวัล 5. การเข้าถึงความรู้ มีการรวบรวมจัดเก็บผลงานของนักศึกษาอย่างเป็นระบบ มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้แก่ผู้สนใจเข้าถึงและดาวน์โหลดข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ นับว่าเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้สนใจกวีนิพนธ์ นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางให้แก่สถาบันอื่นที่จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะความสามารถทางภาษาไทยหรือทักษะทางวิชาการ 6. การแลกเปลี่ยนความรู้ ประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างอาจารย์ นักศึกษา และวิทยากร เพื่อตั้งข้อสังเกตที่พบในการจัดกิจกรรม การนำประเด็นที่พบมาต่อยอด โครงการที่จัดขึ้นส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะด้าน hard skills คือ ความรู้เชิงวิชาการ และทักษะทางวิชาชีพ ควบคู่กับทักษะด้าน soft skills ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ทักษะการสื่อสาร เกิดการพัฒนาความคิดเชิงเหตุผลและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการแข่งขันประพันธ์ กลอนสด ประเภทเดี่ยว ซึ่งนักศึกษาต้องอาศัยทั้งศาสตร์คือ รู้หลักการแต่ง ฉันทลักษณ์ และศิลป์ คือ มีศิลปะในการคัดสรรถ้อยคำมาใช้อย่างประณีต งดงาม สอดคล้องกับบริบท ทั้งนี้หากมีการใช้ภาษาที่ดีย่อมส่งผลต่อการสื่อสารที่ชัดเจน เกิดการจดจำ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นงาน นำไปสู่การประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพต่อไป 7. การเรียนรู้ ติดตามผลการนำความรู้จากการจัดโครงการไปใช้ในประโยชน์กับงานบริการวิชาการด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย ประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง พัฒนารูปแบบกิจกรรมให้มีความหลากหลาย ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายสถาบันการศึกษาอื่น ๆ มีการสรุปแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อปฏิบัติต่อไป
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์