KM

ด้านที่ 1 บริการวิชาการสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น
ชื่อผลงาน : โครงการกิจกรรมสร้างชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิต มหาวิทย
ชื่อเจ้าของผลงาน : ผู้ช่วยศาสตราจารย์กนกอร คำผุย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ขวัญยืน เลี่ยมสำโรง, อาจารย์ ดร.รัตติกาล สารกอ
ความคิดริเริ่ม
ด้วยพันธกิจมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามที่ให้ความสำคัญ คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู ผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพขั้นสูง ได้มุ่งเน้นให้มีการพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ความสามารถ การมีความคิดสร้างสรรค์ และนำความรู้ความสามารถมาแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน ท้องถิ่นและสังคมได้ สอดคล้องกับพันธะกิจของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตสาขาวิชาการศึกษาที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู และมีพันธกิจในการผลิตบัณฑิตสาขาวิชาการศึกษาตามความต้องการของท้องถิ่นและประเทศให้เป็นครูในมิติใหม่ ที่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ให้บัณฑิตครูมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีความเป็นครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู เป็นครูชั้นวิชาชีพที่มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง เป็นครูที่ดี ครูเก่ง และคณะครุศาสตร์มีวิสัยทัศน์ คือ เป็นศูนย์กลางการผลิตครูที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ผลิตบัณฑิตครูที่มีจิตสาธารณะ มุ่งเน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูให้เป็นผู้นำในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและบ้านของครูอย่างแท้จริงในระดับชาติและนานาชาติ จึงส่งเสริมให้มีการพัฒนาทางด้านองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มีความรู้คู่คุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม และสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสอดรับตามแนวปฏิรูปการศึกษาของชาติและคุณสมบัติของบัณฑิตที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 ที่มากด้วยความรู้และความสามารถสู่ความเป็นผู้นำทางวิชาชีพครู โครงการวิจัยครั้งนี้คณะผู้จัดโครงการมุ่งเน้นส่งเสริมสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ให้นักศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาอย่างมีคุณภาพ มีความเป็นครูมืออาชีพ ได้นำองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนในห้องเรียนซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานวิชาวิทยาศาสตร์ นำมาประยุกต์เข้ากับอุปกรณ์ชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา และสามารถนำนวัตกรรมที่สร้างขึ้นไปใช้จริงในการจัดการเรียนรู้สำหรับการส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครูของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในจังหวัดมหาสารคาม เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการต่อยอดองค์ความรู้ให้กับโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดใกล้เคียง เช่น ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ต่อไป จากการสังเกต และการนิเทศติดตามการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูของนักศึกษาครูในการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาของนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ที่ผ่านมาพบสภาพปัญหาของกระบวนการเรียนการสอนในรายวิชา โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับปฏิบัติการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ในโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง พบปัญหาที่สำคัญ คือ ด้วยเนื้อหาสาระของวิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ นักเรียนจึงจะมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และมองภาพได้ชัดเจน สร้างมโนทัศน์ทางการเรียนรู้ได้อย่างเข้าใจแจ่มชัด ซึ่งการเข้าถึงอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ สารเคมี หรือกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณพอสมควรสำหรับโรงเรียนขนาดกลางถึงขนาดเล็ก จึงเป็นข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ส่งผลให้นักเรียนยังขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทักษะขั้นบูรณาการด้านการทดลอง อีกทั้งข้อจำกัดในด้านบุคลากรและงบประมาณ ส่งผลทำให้นักเรียนในกลุ่มดังกล่าวขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ตามสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์ตามสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้กำหนดไว้ ชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ (Low-cost small science experiment kits) ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาได้ ซึ่งในชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำเป็นการจำลองห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสได้เรียนรู้อย่างทั่วถึงมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อีกทั้งเป็นการประหยัดงบประมาณในการต้องใช้เครื่องแก้วและอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ ให้มีขนาดย่อส่วนเล็กลง สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย สะดวกในการใช้งาน มีน้ำหนักเบาและราคาย่อมเยา ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และง่ายต่อการกำจัดอีกด้วย
เเรงบันดาลใจ
ดังนั้นโครงการนี้จึงสนใจพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูด้านการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ ให้เชื่อมโยงทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ด้านการทดลองทางวิทยาศาสตร์ บูรณาการองค์ความรู้ด้านการจัดการเรียนแบบเชิงรุก จากการจัดกิจกรรมเน้นปัญหาเป็นฐาน การเรียนรู้แบบร่วมมือ โครงงานเป็นฐาน ร่วมกับการผลิตสื่อการสอน ด้วยการนำเกมส์ในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบออนไซต์ ร่วมทั้งการจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ เป็นรูปแบบฐานการเรียนรู้ โดยนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์สร้างนวัตกรรมชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู จำนวน 2 โรงเรียน โดยมีเนื้อหาประกอบไปด้วย เรื่องที่ 1 เรื่องสารอาหาร เรื่องที่ 2 เรื่องแรงไฟฟ้า และเรื่องที่ 3 เรื่องการแยกสารผสม ซึ่งนับเป็นพันธะกิจหลักในการดำเนินการจัดโครงการวิจัยครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพของนักศึกษาครูด้านการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องสอดคล้องกับมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภา นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความพร้อมและความมั่นใจสำหรับการพัฒนาตนเองสู่การเป็นครูวิทยาศาสตร์มืออาชีพในอนาคตต่อไป
ขั้นตอน
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์มีความรู้ความเข้าใจในการสร้างนวัตกรรมชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำสำหรับใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. เพื่อให้นักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์มีทักษะในการสร้างนวัตกรรมชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3. เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติวิทยาศาสตร์ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ โดยใช้นวัตกรรมชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ 4. เพื่อให้โรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครูได้นวัตกรรมชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำสำหรับใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นำไปสู่การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน 5. เพื่อพัฒนาหลักสูตรการจัดกิจกรรมแบบเชิงรุกโดยการใช้นวัตกรรมชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ย่อส่วนต้นทุนต่ำสำหรับใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู กลุ่มเป้าหมาย 1. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู จำนวน 2 โรงเรียน 2. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมโครงการ จำนวน 2 ห้องเรียนต่อ 1 โรงเรียน ระยะเวลาในการดำเนินงาน 180 วัน เริ่มต้น เดือนเมษายน พ.ศ. 2567 สิ้นสุด เดือนกันยายน พ.ศ. 2567 กิจกรรมดำเนินงาน 1. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านการสอนและการจัดกิจกรรมแบบเชิงรุก (Active learning) 2. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการสร้างชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ จำนวน 3 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1 เรื่องสารอาหาร เรื่องที่ 2 เรื่องแรงไฟฟ้า และเรื่องที่ 3 เรื่องการแยกสารผสม 3. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 4. จัดกิจกรรม Science camp ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู จำนวน 2 โรงเรียน 5. กิจกรรมถอดบทเรียนและนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู จำนวน 2 โรงเรียน ผลงานภายหลังจากการดำเนินกิจกรรมมีดังนี้ 1. นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. วิธีการเรียนรู้และเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ 3. โรงเรียนขนาดเล็กสามารถบูรณาการสื่อการเรียนรู้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ 4. กระบวนการดำเนินงานดังนี้ 1) การวิเคราะปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ 2) อบรมเชิงปฏิบัติการให้กับนักศึกษาครู สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (นักศึกษาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมโดยความสมัครใจ) 3) นักศึกษาวิเคราะหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 4) นักศึกษาออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนและผลิตสื่อการสอนวิทยาศาสตร์ 3 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1 เรื่องสารอาหาร เรื่องที่ 2 เรื่องแรงไฟฟ้า และเรื่องที่ 3 เรื่อง การแยกสารผสม (ข้อมูลแผนและสื่อการสอนโครงการวิทย์ต้นทุนต่ำ) https://drive.google.com/drive/folders/1RCyodD9JRsJE6YaV4cDXvH7CSX1q8gc0?usp=sharing ) 5) นักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมกันสะท้อนผลกิจกรรมเพื่อนำไปสู่การปรับปรุง 6) นำนักศึกษาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไปยังโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและ โรงเรียนขนาดเล็กในเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู โดยระหว่างการจัดกิจกรรมการประเมินผลนักศึกษาและนักเรียนที่ร่วมกิจกรรม โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 รายละเอียดตามลิงก์นี้ https://drive.google.com/file/d/12HaMOcdeYnLgNq36av14YFDXQPYZsITK/view?usp=sharing โรงเรียนหนองบัวโนนมี้ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 รายละเอียดตามลิงก์นี้ https://drive.google.com/file/d/1khyIBqoH3NHp3HcaV377lU0B8FTiQDfM/view?usp=sharing โรงเรียนอนุบาลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 รายละเอียดตามลิงก์นี้ https://drive.google.com/file/d/1Q-45GlapCS8710dq4QP7WVXoWk9JL3rk/view?usp=sharing 7) เมื่อจัดกิจกรรมเสร็จสิ้นทุกครั้งในแต่ละโรงเรียน มีการดำเนินการสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำไปสู่การปรับปรุง 8) นำผลการประเมินทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมาวิเคราะห์ผล 9) ร่วมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายต่าง ๆ ในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมพระบรมธาตุนาดูน อาคาร 1 คณะครุศาสตร์ รายละเอียดตามลิงก์นี้ https://drive.google.com/file/d/1iRyU80PvZJ4Cxwdk9kxShRC_g2ceWAef/view?usp=sharing 10) ร่วมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งจากผลการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีโรงเรียนขนาดเล็กในเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครูหลายโรงเรียนให้ความสนใจ เชิญให้ทางสาขาวิทยาศาสตร์และนักศึกษาร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าวกับทางโรงเรียน นอกจากนี้ยังได้มีการขยายผลไปยังโรงเรียนบ้านโคกไร่ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2568 11) จากการดำเนินการวิเคราะห์ผลนำไปสู่การตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการระดับนานาชาติ (Khampui, K., Leamsamrong, K., Rarat, W. & Sarnkong, R.* (2025). Enhancing Science Process Skills and Scientific Mind with Low-cost mini science experiment kits for Thai 6th Graders. E-Journal of Higher Education Studies, 15(2), 158-164. https://doi.org/10.5539/hes.v15n2p158
ผลสัมฤทธิ์
1. นักศึกษามีองค์ความรู้ด้านการออกแบบการเรียนการสอนและการเสริมกิจกรรมโดยใช้เทคนิคการสอนและการจัดกรรมเชิงรุก 2. นักศึกษาสามารถต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปสร้างชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ สำหรับใช้จัดการเรียนรู้ในโรงเรียน 3. เสริมสร้างความมั่นใจของนักศึกษาในการทำวิจัยในชั้นเรียน การเก็บข้อมูลที่ถูกต้อง การประเมินผลที่ถูกต้องและแม่นยำ การแบบเครื่องมือที่จะใช้ในการประเมินสมรรถนะและจิตวิทยาศาสตร์ 4. นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือและปฏิบัติ ทำให้เกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น 5. นักศึกษาและครูพี่เลี้ยงได้นำเสนอผลงาน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
ด้านเศรษฐกิจ ลดต้นทุนในการทำสื่อนวัตกรรม สามารถหาสิ่งของประดิษฐ์ใกล้ตัวมาทำเป็นสื่อการสอนทางวิทยาศาสตร์ได้ ด้านสังคม 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 2. นักเรียนได้รับการกระตุ้นความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียน 3. นักศึกษาได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนาสื่อนวัตกรรมสำหรับการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ ด้านการศึกษา 1. นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ แนวคิดทฤษฎี และนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู จำนวน 2 โรงเรียน 2. นักศึกษาได้วิธีการเรียนรู้และเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้ชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ 3. นักศึกษาได้นวัตกรรมปฏิบัติการสอนชุดวิทยาศาสตร์ต้นทุนต่ำ วิชาวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
เเนวปฏิบัติที่ดี
การเลือกบุคคลให้เหมาะสมกับงาน (Put the right man to the right job) เป็นหัวใจสำคัญที่มีบทบาทต่อความสำเร็จขององค์กรและการพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน การมอบหมายงานที่ตรงกับความถนัดและความสามารถของแต่ละบุคคล จะสามารถสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อผู้ปฏิบัติงานได้ทำในสิ่งที่ตนมีความชำนาญ พวกเขาจะรู้สึกพึงพอใจและมั่นใจในผลงานที่ตนสร้างสรรค์ การทำงานที่เหมาะสมช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งจะนำมาซึ่งความสำเร็จทั้งในระดับบุคคลและองค์กร การเลือกใช้คนที่เหมาะกับงาน ยังช่วยให้บุคลากรมีโอกาสพัฒนาและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยการทำงานในสายที่ตนถนัดจะทำให้พวกเขาได้ใช้ทักษะและความรู้ที่มีอยู่ในทางที่สร้างสรรค์ การพัฒนาทักษะเฉพาะทางและการแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน ทำให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เข้มแข็งในองค์กร การมอบหมายงานที่ชัดเจนและตรงจุด ยังช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่ชำนาญในงาน หากเราไม่คำนึงถึงความถนัดและความสามารถของบุคลากร อาจส่งผลให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ตั้งแต่ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การขาดความมั่นใจ จนไปถึงการลดขวัญและกำลังใจ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีระบบการจัดการบุคลากรที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ การทำความเข้าใจในศักยภาพของทีมงาน ส่งเสริมให้พวกเขาสามารถฝึกฝนและพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ การสร้างโอกาสให้บุคลากรในองค์กรได้รับการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืนนอกจากนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นบวก จะส่งผลให้เกิดการร่วมมือและการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสำเร็จขององค์กร แต่ยังบ่งบอกถึงการเติบโตและพัฒนาการอย่างมั่นคงของบุคลากร สุดท้ายนี้ การเลือกคนให้เหมาะสมกับงานถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถและศักยภาพขององค์กรในระยะยาว ทั้งยังเป็นการสร้างความสุขและความพึงพอใจในการทำงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเอง การทำงานที่ตรงจุดและมีความสำคัญ จะสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสให้กับองค์กรและบุคลากรทุกคนอย่างแท้จริง
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะครุศาสตร์