ด้านที่ 5 บริหารจัดการเเละประกันคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : พัฒนาหลักสูตร OBE แบบใดให้สำเร็จและทุกคนมีส่วนร่วม
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์ชุติภา กองสมบัติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิณรัตน์ เย็นเศรณี อาจารย์ ดร. ณฐยา อุ่นอุดม อาจารย์เชาวน
|
 |
| ความคิดริเริ่ม |
| ในช่วงทศวรรษนี้ความต้องการในการประเมินความคุ้มค่าของจากการจัดการศึกษาโดยพิจารณาถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ได้รับความสนใจมากขึ้น ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกาหรือสหราชอาณาจักรมีการใช้หลักสูตรการศึกษาแบบเน้นผลลัพธ์ (Outcome-based Education-OBE) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงปี 1980 และ 1991 เป็นต้นมา (Karim & Khoo 2013) ในประเทศไทยการจัดการศึกษาแบบเน้นผลลัพธ์ ถูกกำหนดเป็นนโยบายให้มหาวิทยาลัยต่างๆ นำเข้ามาใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรหรือจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการตามประกาศ คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาเรื่องรายละเอียดผลลัพธ์ การเรียนรู้ ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 หลักสูตรต่างๆในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามที่ปรับปรุง ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2565 เป็นต้นไป จึงต้องปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรการศึกษาแบบเน้นผลลัพธ์ โดยที่หลักสูตรสาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้เป็นหนึ่งในหลักสูตรแรกๆ ของมหาวิทยาลัยฯ ในการปรับปรุงเป็นหลักสูตร OBE เพื่อประกาศใช้รับนักศึกษาปีการศึกษา 2566
ความหมายของหลักสูตรแบบเน้นผลลัพธ์ สามารถสรุปได้จากการนำเสนอประกอบการบรรยายของ ดร. พฤฒินันท์ สุฤทธิ์ ในวันที่ วันที่ 29 – 30 กรกฎาคม 2566 โครงการส่งเสริมและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามสู่ความเป็นเลิศเพื่อตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรมที่ 2 ส่งเสริมและพัฒนาระบบบริหารคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA กิจกรรมที่ 2.1 อบรมเชิงปฏิบัติการการจัดทำหลักสูตรตามแนวทาง Outcome Base Education (OBE) ดังนี้
• หลักสูตรแบบเน้นผลลัพธ์ เป็นปรัชญาการศึกษา ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยต้องการวัดความสามารถของผู้เรียน หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
• โอบีอีใหม่ใช้วิธีการสอนหรือ แต่เป็นหลักการในการออกแบบการสอน ให้มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นและช่วยให้ผู้เรียนบรรลุถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังได้
• ดังนั้น สิ่งที่สำคัญในหลักสูตร OBE คือ “เรียนอะไร” มากกว่า “สอนอะไร”
|
| เเรงบันดาลใจ |
| สรุปได้ว่า การศึกษาแบบเน้นผลลัพธ์ หมายถึง การเน้นและการจัดการทุกสิ่งที่อยู่ในระบบการศึกษาให้ชัดเจนโดยดูว่าสิ่งใดสำคัญจำเป็นสำหรับผู้เรียนทุกคนเพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จได้เมื่อสิ้นสุดกระบวนการศึกษาของตน ดังนั้นในการศึกษาแบบเน้นผลลัพธ์ หลักสูตรและ การจัดการเรียนการสอนจะถูกออกแบบมาเพื่อให้สร้างผลลัพธ์การเรียนรู้เฉพาะให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนให้เป็นที่ประจักษ์ได้ภายในช่วงระยะเวลาที่ได้ศึกษา
ในการดำเนินการพัฒนาหลักสูตร OBE นั้น มีหลักการสำคัญดังนี้ (ปรับจากสไลด์ประกอบการบรรยายของAssistant Professor Dr. Suppawan Satjapiboon, 2565)
• เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ (ELOs/ILOs)
• ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง (ELOs) จะต้องถูกกำหนดขึ้นมาก่อนในการออกแบบหลักสูตรและจะต้องชัดเจน
• การออกแบบหลักสูตรเป็นไปแบบย้อนกลับ Backward Curriculum Design (BCD)
• เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยต้องสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทุกคน มีโอกาสบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง อย่างเท่าเทียมกัน
• มีความสอดคล้องกัน (constructive alignment) ระหว่างผลลัพธ์การเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ และกระบวนการการวัดและประเมินผลผู้เรียน
|
| ขั้นตอน |
|
ขั้นตอนในการพัฒนาหลักสูตร OBE ตามหลักการ Backward Curriculum Design ประกอบด้วย
1. การวิเคราะห์ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
2. การกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง
3. การออกแบบหลักสูตรแบบ Backward Curriculum Design (BCD)
4. การสร้างผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา
ซึ่งการออกแบบหลักสูตรแบบเน้นผลลัพธ์นี้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่กับอาจารย์ส่วนใหญ่ในหลักสูตรสาขาวิชาภาษาอังกฤษ แม้กระนั้นหลักสูตรฯ นำโดยฝ่ายวิชาการของหลักสูตรฯ ได้พยายามอย่างยิ่ง จึงปรับปรุงหลักสูตร ได้สำเร็จและพร้อมเปิดใช้ในปีการศึกษา 2566 แต่อย่างไรก็ตาม หลักสูตรฯ ได้รับผลการตรวจสอบหลักสูตรการศึกษา จากสำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้พิจารณาตรวจสอบหลักสูตรการศึกษาผ่านระบบพิจารณาความ สอดคล้องของหลักสูตรระดับอุดมศึกษา (CHE Curriculum Online: CHECO) ตามหนังสือ ลงวันที่ 30 มกราคม 2567 ว่า “มีความสอดคล้องตามมาตรฐานการอุดมศึกษาในประเด็นของเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรส่วนที่ 1 สำหรับมาตรฐานการอุดมศึกษาส่วนที่ 2 มีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงรายละเอียดที่สำคัญของผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษารวมถึงความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้กับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาภายในระยะเวลา 60 วัน”
หลักสูตรจึงได้ทบทวน และวางแผนปรับปรุงแก้ไขตามคำเสนอแนะของคณะกรรมการฯ โดยเล็งเห็นว่าจำเป็นต้องวางแผนปรับแก้หลักสูตรอย่างเร่งด่วน โดยใช้ “การมีส่วนร่วม” จากอาจารย์ทุกคนในหลักสูตรในการปรับปรุงรายละเอียดที่สำคัญของผลลัพธ์การเรียนรู้และความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้กับโครงสร้างหลักสูตรภายในระยะเวลา 60 วัน ให้สำเร็จ
3.2 กิจกรรมการเรียนรู้ และกระบวนการประเมินผลวิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
หลักสูตรสาขาวิชาภาษาอังกฤษโดยฝ่ายวิชาการของหลักสูตรฯ นำแนวทาง “การมีส่วนร่วม” มาใช้ในการจัดการแก้ไขหลักสูตร โดยกำหนดผู้รับผิดชอบหลักคือฝ่ายวิชาการ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบหลักสูตรฯ โดยผ่านการอบรมการสร้างหลักสูตร OBE ดำเนินงานตามขั้นตอน ดังนี้
ขั้นวางแผน
3.2.1 ฝ่ายวิชาการหลักสูตรฯ ประชุมกำหนดงานที่ต้องมอบหมายโดยคำนึงถึงหลักการที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตร OBE ได้ดังนี้
3.2.1.1 ปรับปรุงรายละเอียดที่สำคัญของผลลัพธ์การเรียนรู้ ให้มีคุณสมบัติ
3.2.1.1.1 ชัดเจน (วัดผลประเมินผลได้/มองเห็นชัดเจน/ขึ้นต้นด้วยAction verb) และใช้ Taxonomy มาสร้าง PLOs
3.2.1.1.2 สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของมหาวิทยาลัย,คณะ,สาขาวิชา
3.2.1.1.3 สะท้อนความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
3.2.1.2 แสดงความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้กับโครงสร้างหลักสูตร โดยจัดทำ
3.2.1.2.1 Constructive Alignment (PLOs T/LAssessment)
3.2.1.2.2 สร้างผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา (CLOs)
3.2.1.2.3 ทำ Course Specification
3.2.1.2.4 ทำตาราง (Curriculum Mapping)
3.2.2 ฝ่ายวิชาการหลักสูตรฯ สร้างเครื่องมือออนไลน์ Google Form เพื่อรวบรวมรายละเอียดที่สำคัญ
3.2.2.1 การออกแบบรายวิชามีความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร ประกอบด้วยหัวข้อ 1. ชื่อวิชา 2. เงื่อนไขรายวิชา 3. CLOs (Knowledge, Skills, Attitude or KSCE) 4. การจัดการเรียนการสอน การวัดผล 5. คำอธิบายรายวิชา 6. รายละเอียดการวัดผล 7. วันที่ปรับปรุงรายวิชา 8. ความสอดคล้องกับ PLOs
3.2.2.2 การออกแบบกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่ผลักดัน PLOs
3.2.3 ฝ่ายวิชาการหลักสูตรฯ สร้าง Google Drive เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงให้เข้าถึงได้โดยอาจารย์ทุกคน โดยมีข้อมูลดังนี้
3.2.3.1 PLOs ของหลักสูตร
3.2.3.2 Taxonomy
3.2.3.3 มาตรฐานผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร (Knowledge, Skills, Attitude หรือ KSCE)
ขั้นดำเนินงาน
3.2.4 ฝ่ายวิชาการหลักสูตรฯ เป็นผู้นำการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อให้ความรู้และฝึกปฏิบัติให้แก่อาจารย์ในหลักสูตร
3.2.5 อาจารย์แต่ละกลุ่มวิชา (กลุ่มภาษาศาสตร์ กลุ่มทักษะภาษา กลุ่มไวยากรณ์ กลุ่มการเขียน กลุ่มการฟังและการพูด กลุ่มภาษาอังกฤษเฉพาะกิจ กลุ่มวรรณคดี กลุ่มการแปล) ประชุมกลุ่มย่อยและส่งข้อมูลผ่าน Google form ให้แก่ฝ่ายวิชาการหลักสูตรฯ ตามกำหนด
3.2.6 ฝ่ายวิชาการหลักสูตรฯ นำข้อมูล ที่ได้จากการประชุมกลุ่มย่อย มาจัดเรียงตามรูปแบบที่เหมาะสม คือ ตารางสรุป course specification และ curriculum mapping
ขั้นสรุปผลและทบทวน
3.2.7 ประชุมหลักสูตรเพื่อพิจารณาความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรร่วมกันก่อนนำส่ง สปอว.
|
| ผลสัมฤทธิ์ |
| 3.3.1 อาจารย์ในหลักสูตรทุกท่านมีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล และการออกแบบกิจกรรมเสริมหลักสูตร ให้สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร
3.3.2 หลักสูตรได้ทบทวน PLOs ของหลักสูตรและปรับโดยการแบ่งเป็น Sub-PLOs ที่ชัดเจน (วัดผลประเมินผลได้/มองเห็นชัดเจน/ขึ้นต้นด้วยAction verb) และใช้ Taxonomy สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของมหาวิทยาลัย,คณะ,สาขาวิชา และสะท้อนความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
3.3.3 ตารางสรุป course specification และ curriculum mapping แสดงความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้กับโครงสร้างหลักสูตร
|
| รูปภาพผลสัมฤทธิ์ |
 |
 |
 |
| การนำไปใช้ |
| 3.4.1 หลักสูตรฯ สามารถปรับปรุงแก้ไขตามคำเสนอแนะของคณะกรรมการสำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้สำเร็จและทันตามกำหนดการ 60 วัน
3.4.2 หลักสูตรฯ มีเล่มหลักสูตร มคอ. 2 ตามหลักการจัดการศึกษาแบบเน้นผลลัพธ์ (OBE) พร้อมข้อมูลที่ปรับปรุงแก้ไขให้หลักสูตรครบถ้วนและสมบูรณ์ขึ้นซึ่งจะสอดคล้องและมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการอุดมศึกษาเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารหลักสูตรต่อไป
3.4.3 หลักสูตรฯ ได้รับอนุมัติผ่านการพิจารณาความสอดคล้องว่าเป็นไปตามวงรอบการปรับปรุงหลักสูตร และผ่านการพิจารณาความสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานระดับอุดมศึกษา โดยนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้
|
| เเนวปฏิบัติที่ดี |
| จากการดำเนินงานดังกล่าว สามารถสรุปเป็นแนวปฏิบัติที่ดีได้ดังนี้
3.5.1 มีระบบในการจัดการความมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรฯโดยสรุปได้เป็น 7 ขั้นตอน
3.5.2 มีการกำหนดเครื่องมือ คือ Google Form เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูล course specification ให้ครบถ้วน หลากหลาย และทันสมัย โดยให้อาจารย์ผู้สอนที่มีความรู้ และความเชี่ยวชาญในศาสตร์สาขาเป็นผู้ออกแบบรายวิชาที่สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร
3.5.3 มีการกำหนดระบบสนับสนุนให้ความรู้ (การนำฝึกปฏิบัติออกแบบ course specification) และสร้างแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่เข้าถึงได้ตลอดเวลาเพื่อส่งเสริมให้อาจารย์ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตร
อ้างอิง
Karim, N.A., & Khoo, Y.Y. (2013). Outcome-Based Education: an approach for teaching and learning development. Journal of Research, Policy & Practice of Teachers & Teacher Education Vol. 3, No. 1, June 2013, 26-35
|
| รูปภาพผลงาน |
 |
|
ที่มา |
|
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ |