KM

ด้านที่ 5 บริหารจัดการเเละประกันคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : ความสำเร็จในการยกระดับและพัฒนาวารสารช่อพะยอม ตามมาตรฐาน TCI ขึ้นสู่ระดับมาตรฐานสากล
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์ ดร.วุฒิสิทธิ์ จีระกมล อาจารย์วิมล เขตตะ และอาจารย์อิสระ ตรีปัญญา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาส
ความคิดริเริ่ม
จุดเริ่มต้นในการยกระดับและพัฒนาวารสารช่อพะยอมนั้น สืบเนื่องมาจากวารสารช่อพะยอมเป็นวารสารที่ผลิตขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 2) เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการในสาขาสหวิทยาการ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3) เพื่อส่งเสริมให้นักวิชาการและผู้สนใจได้นำเสนอผลงานวิชาการในรูปแบบบทความวิชาการ และ 4) เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการเรียนรู้ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งในการจัดทำวารสารช่อพะยอมนั้น กองบรรณาธิการได้พัฒนาสืบต่อกันมาจากรุ่น สู่รุ่น เป็นวารสารที่อยู่คู่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มายาวนาวกว่า 30 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นวารสารที่มีคุณภาพ มีนักวิชาการจากหลายหลายพื้นที่มาตีพิมพ์เผยแพร่ เป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานวิชาการที่ทรงคุณค่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และเคยเป็นวารสารที่อยู่ในฐานของ TCI มาก่อน แต่เนื่องด้วยมีการปรับเกณฑ์มาตรฐานหลายข้อ และขาดการพัฒนาให้เป็นระบบอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้วารสารตกฐานในที่สุด ด้วยเหตุนี้ ในฐานะที่พวกเราอยู่ในวงการการศึกษา และเป็นนักวิชาการในคณะ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้กองบรรณาธิการ จุดประกายความคิดริเริ่มในการยกระดับและพัฒนาวารสารช่อพะยอมขึ้นมาอีกครั้ง
เเรงบันดาลใจ
ขั้นตอน
ในการจัดทำวารสารช่อพะยอมสู่ความสำเร็จ ยกระดับมาตรฐานขึ้นมาได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หากไม่มีระบบ ขั้นตอน และทีมงานกองบรรณาธิการที่เข้มแข็ง ดังนั้นในการจัดทำวารสารช่อพะยอม จึงมีระบบและขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้ ในระบบและกลไก จะมีขั้นตอนในการทำงานที่มีรายละเอียดในการดำเนินงานของแต่ละฝ่าย โดยกองบรรณาธิการได้กำหนดการตีพิมพ์และเผยแพร่บทความ ปีละ 3 ฉบับ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – เมษายน ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคา – สิงหาคม และฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธันวาคม ขอบเขตเนื้อหา ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้แก่ ภาษา วรรณกรรม สังคมวิทยา รัฐศาสตร์ ศิลปกรรม/ศิลปะการแสดง/ดุริยางคศิลป์ ปรัชญาและศาสนา การศึกษา สารสนเทศศาสตร์ ประเภทผลงาน ประกอบด้วย บทความวิจัย (Research article) บทความวิชาการ (Academic article) และบทความปริทัศน์ (Review article) กระบวนการตรวจสอบวารสาร บทความทุกบทความต้องผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ท่าน โดยเป็นการประเมินแบบ Double-blinded ข้อกำหนดเฉพาะของวารสาร 1. บทความทุกเรื่องที่ตีพิมพ์ในวารสารช่อพะยอมได้ผ่านการตรวจสอบทางวิชาการจากผู้ประเมินอิสระ (Peer Review) จำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน ต่อบทความ ซึ่งเป็นการประเมินโดยใช้รูปแบบการกลั่นกรอง แบบ Double - blind Peer Review 2. บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ ต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อนและต้องไม่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของวารสารหรือสิ่งตีพิมพ์อื่นใด 3. ข้อความ ภาพประกอบ และตารางประกอบ ที่ตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับวารสารช่อพะยอมแต่ประการใด 4. กองบรรณาธิการวารสารช่อพะยอมไม่สงวนสิทธิ์ การคัดลอก โดยการอ้างอิงแสดงที่มา จริยธรรมในการตีพิมพ์ (Publication Ethics) 1. บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการ (Duties of Editors) 1.1. บรรณาธิการมีหน้าที่ตรวจสอบบทความทุกฉบับที่ส่งมาเพื่อขอตีพิมพ์ ว่ามีการส่งบทความเป็นไปตามกระบวนการตามขั้นตอนที่วารสารได้กำหนดไว้ 1.2 บรรณาธิการมีหน้าที่กลั่นกรองบทความทุกฉบับให้เรียบร้อยเหมาะสมตามรูปแบบองค์ประกอบหรือเป็นไปตามสาขาวิชาของวารสารที่กำหนดไว้ 1.3 บรรณาธิการมีหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรองทุกบทความที่ส่งมาเพื่อขอตีพิมพ์ ว่าต้องไม่เคยหรือได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดๆ มาก่อน 1.4 หากบรรณาธิการตรวจและกลั่นกรองพบว่าบทความนั้น ๆ เคยหรือได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใด ๆ มาก่อนแล้ว บรรณาธิการจะติดต่อผู้นิพนธ์เพื่อขอคำชี้แจงว่าใช่หรือไม่อย่างไร ถ้าพบว่าใช่บรรณาธิการจะขอยุติกระบวนการแล้วแจ้งผลการปฏิเสธนำส่งกลับไปยังผู้นิพนธ์ทันที 1.5 บรรณาธิการมีหน้าที่กลั่นกรองคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความนั้น ๆ ให้ตรงตามคุณสมบัติหรือตามความเชี่ยวชาญของศาสตร์สาขาวิชานั้นเฉพาะ 1.6 บรรณาธิการต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ ผู้ประเมินบทความ และผู้ที่เกี่ยวข้อง อื่น ๆ ในบทความนั้น ๆ 1.7 บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาบทความนั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผู้นิพนธ์กับผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาบทความ 1.8 เมื่อได้รับผลประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาบทความนั้น ๆ แล้ว บรรณาธิการจะทำการตรวจสอบผลและส่งกลับไปยังผู้นิพนธ์เพื่อทำการแก้ไข (หากได้แก้ไข) แล้วส่งกลับมาตามระบบเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารต่อไป 2. บทบาทและหน้าที่ของผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ (Duties of Reviewers) 2.1 ผู้ทรงคุณวุฒิต้องพิจารณาบทความที่ปราศจากอคติส่วนตัว โดยจะต้องมีทัศนคติ แนวความคิด มุมมองที่เป็นกลางหรือต้องพิจารณาตามหลักทางวิชาการที่เป็นเหตุและผล 2.2 ผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและมีความรู้ ความเข้าใจ หรือความเชี่ยวชาญในการพิจารณาบทความเรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี 2.3 ผู้ทรงคุณวุฒิต้องคำนึงถึงความสำคัญเกี่ยวกับเวลาหรือกรอบระยะเวลาในการประเมินบทความโดยใช้เวลาอย่างเหมาะสมไม่ควรใช้เวลานานจนเกินไป 2.4 ผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ที่เกี่ยวข้องหรือในกรณีใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของวารสารที่กำหนดไว้ 2.5 ผู้ทรงคุณวุฒิต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับการพิจารณาบทความให้บุคคลอื่นได้รับรู้ 2.6 ผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีจริยธรรมและจรรยาบรรณ โดยจะต้องไม่คัดลอกผลงานหรือนำเอาผลงานไปดัดแปลงเป็นผลงานของตนเอง 2.7 หากผู้ทรงคุณวุฒิไม่สามารถพิจารณาหรือประเมินบทความนั้น ๆ ได้ ให้รีบติดต่อบรรณาธิการเพื่อขอส่งบทความกลับคืน โดยชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นนั้น ๆ 3. บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์ (Duties of Authors) 3.1 ผู้นิพนธ์ต้องศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการ และอื่น ๆ ของวารสารให้เข้าใจอย่างถูกต้องและท่องแท้ 3.2 ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของบทความตนเองให้ดีก่อน ว่าได้เขียนบทความเป็นไปตามรูปแบบและองค์ประกอบที่วารสารกำหนดไว้หรือไม่ 3.3 ผู้นิพนธ์ต้องส่งบทความผ่านหรือเข้าระบบแบบออนไลน์เท่านั้น 3.4 ผู้นิพนธ์ต้องมีจริยธรรม ในตนเอง โดยจะต้องไม่แอบอ้างนำเอาบทความหรือผลงานของบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับการอนุญาต มาส่งเพื่อขอตีพิมพ์เผยแพร่ 3.5 ผู้นิพนธ์ต้องมีจรรยาบรรณในตนเอง โดยจะต้องไม่นำบทความหรือผลงานของตนที่เคยตีพิมพ์มาแล้วจากแหล่งอื่น มาส่งเพื่อขอตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำซ้อนอีก 3.6 ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ระเบียบ ข้อบังคับที่วารสารกำหนดอย่างเคร่งครัด 3.7 หากผู้นิพนธ์ได้รับทราบผลหรือรับรู้ถึงผลการประเมินแล้ว ถ้าผ่านการพิจารณาโดยมีเงื่อนไขให้แก้ไขบทความ ผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร็วและต้องแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิอย่างครบถ้วน
ผลสัมฤทธิ์
จากการควบคุมดูแลวารสารช่อพะยอมตลอดระยะเวลา 2 ปี ทำให้ได้เรียนรู้ระบบ Thaijo ที่เป็นระบบที่รองรับการส่งบทความที่เป็นสากล มีความซับซ้อมในการส่งบทความ จึงทำให้กองบรรณาธิการเกิดการทำงานอย่างเป็นระบบ และเป็นทีมที่เข้มแข็ง ซึ่งในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการควบคุมดูแลบทความนั้น ต้องมีความละเอียดรอบคอบ ดังนั้นกองบรรณาธิการจึงได้สร้าง flowchart ขั้นตอนการดูแลตรวจสอบบทความในระบบ ให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจกระบวนการนำงานได้ง่ายขึ้น จนทำให้วารสารช่อพะยอมเข้าสู่ฐาน TCI อีกครั้ง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของทีมกองบรรณาธิการ ในการขับเคลื่อนระบบการเผยแพร่ผลงานวิชาการ สู่สาธารณะชนได้อย่างสำเร็จ
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
วารสารช่อพะยอมเป็นวารสารที่อยู่ในฐานของ TCI ที่เป็นมาตรฐานสากล สามารถเข้าถึงเนื้อหาโดยเปิดกว้างในทันที อาศัยหลักการทำให้งานวิจัยเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างเสรีสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ทั่วโลก ตามวัตถุประสงค์ในการผลิตสารสาร ซึ่งเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการในสาขาสหวิทยาการ ส่งเสริมให้นักวิชาการและผู้สนใจได้นำเสนอผลงานวิชาการในรูปแบบบทความวิชาการ และเป็นแหล่งข้อมูลในการเรียนรู้ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ให้แก่สาธารณะชนในวงกว้าง
เเนวปฏิบัติที่ดี
3.5.1 มีการทำงานอย่างเป็นระบบ ทุกขั้นตอน 3.5.2 มีกองบรรณาธิการและทีมงานที่เข้มแข็ง 3.5.3 กองบรรณาธิการมีความเชี่ยวชาญที่หลากหลายศาสตร์ ครอบคลุมขอบเขตในการจัดทำวารสาร 3.5.4 มีการพัฒนาวารสารอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ 3.5.5 พัฒนาวารสารตามเกณฑ์มาตรฐานของ TCI ครบทุกข้อ 3.5.6 ตรวจสอบและควบคุณคุณภาพของบทความทุกขั้นตอน
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์