KM

ด้านที่ 4 ศิลปะเเละวัฒนกรรม สืบสานความเป็นไทย
ชื่อผลงาน : การสืบสานความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนบัวมาศ สู่การพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์พิราภรณ์ พันธุ์มณี สำนักศิลปะและวัฒนธรรม
ความคิดริเริ่ม
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ได้จัดทำแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์สู่ชุมชน ต.บัวมาศ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของชุม แต่ทางชุมชนยังขาดการกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมและดึงดูดนักท่องเที่ยว ทางสำนักศิลปะและวัฒนธรรมจึงเล็งเห็นถึงประวัติศาสตร์และชีวประวัติของชุมชนบัวมาศ ซึ่งมีที่มาจากการที่มีบ่อน้ำในชุมชนมีดอกบัวจำนวนมาก จนเกิดการเรียกเพี้ยนมาเป็น “ชุมชนบัวมาศ” จึงมีแรงบันดาลใจในการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว ที่เกี่ยวกับดอกบัว ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของชุมชน และชุมชนสามารถนำไปใช้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้
เเรงบันดาลใจ
ขั้นตอน
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม นำโดย อ.พิราภรณ์ พันธุ์มณี ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ได้นำวิทยากรเข้ามาอบรมให้ความรู้ชาวบ้านบัวมาศ ถึงการหาจุดเด่นของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นด้านวิถีชีวิต ด้านชีวประวัติ หรือด้านประเพณีวัฒนธรรม จากนั้นให้ชาวบ้านจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการหาจุดเด่นของชุมชนในด้านต่างๆ พร้อมทั้งนำเสนอให้กลุ่มอื่นๆ และวิทยากรได้ให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปจุดเด่นของชุมชนที่อยากนำมาพัฒนาเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอ ชาวบ้านได้ข้อสรุปว่าจุดเด่นของชุมชนที่อยากจะนำมาพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวนั้นคือ ดอกบัว การรำบวงสรวงกู่บัวมาศ และกะลามะพร้าว ทางสำนักศิลปะและวัฒนธรรมจึงได้พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวมา 2 กิจกรรม คือ “วุ้นบัวมาศ” เป็นการทำวุ้นลายดอกบัว เพื่อเป็นการชูจุดเด่นและอัตลักษณ์ของชุมชนบัวมาศ ซึ่งใช้เป็นของที่ระลึกจากชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี และสามารถเป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวสามารถลงมือทำได้เองได้อีกด้วย “บัวประทีป” เป็นการพัฒนาของที่ระลึกจากกะลามะพร้าวที่เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน แล้วทำการพัฒนาให้เป็น “ประทีป” ที่ผลิตจากกะลามะพร้าวเป็นรูปดอกบัว ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งสามารถสร้างเป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวสามารถระบายสี “บัวประทีป” ได้เอง จากนั้นนำเทียนวางใส่ในประทีป แล้วนำไปบูชาสักการะ กู่บัวมาศ และสามารถนำ “บัวประทีป” กลับเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย จากการที่ชุมชนได้กิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนทั้ง 2 กิจกรรมแล้วนั้น ทางสำนักศิลปะและวัฒนธรรมก็ได้ต่อยอดให้ชุมชนได้นำมาใช้ในงานเทศกาลประจำปี คือเทศการบวงสรวงกู่บัวมาศ โดยนำเอา “วุ้นบัวมาศ” มาใช้ในการรับรองแขกผู้มีเกียรติที่เข้ามาร่วมงานเทศกาล และนำ“บัวประทีป” ในการนำมาสักการะ กู่บัวมาศ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ผลสัมฤทธิ์
จากการจัดกิจกรรมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ในการทำ “วุ้นบัวมาศ” และการผลิตภัณฑ์ในชุมชน ให้โดดเด่นและเป็นอัตลักษณ์ยิ่งขึ้นอย่าง “บัวประทีป” นอกจากนั้นแล้วชุมชนยังสามารถนำไปใช้ได้จริง และต่อยอดสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนได้
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
จากการพัฒนา “วุ้นบัวมาศ” และ “บัวประทีป” เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ชุมชนบัวมาศได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างเห็นได้จัด จากการนำ “วุ้นบัวมาศ” ไปต้อนรับผู้เข้าร่วมงานประจำปีของชุมชนอย่าง งานบวงสรวงกู่บัวมาศ ที่มีผู้เช้าร่วมงานจากหลากหลายที่ และนำ “บัวประทีป” ไปบูชาสัการะกู่บัวมาศที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน แล้วนำกลับมาเป็นของที่ระลึกได้ นอกจากงานประจำปีของชุมชนนั้น ชาวบ้านยังสามารถสร้างรายได้จากการขาย วุ้นบัวมาศ และ บัวประทีป ได้อีกด้วย
เเนวปฏิบัติที่ดี
การสืบสานความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน สู่การพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ดีทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม สืบสานความเป็นไทย โดยเป็นการสืบสานความเป็นไทยโดยการชูเอาชีวประวัติของชุมชนมาสร้างจุดเด่น สร้างอัตลักษณ์ และต่อยอดเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่น รวมไปถึงชุมชนสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นได้อย่างยั่งยืน
รูปภาพผลงาน
ที่มา
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม