KM

ด้านที่ 3 ด้านวิจัยเเละนวัตกรรม
ชื่อผลงาน : “ผงนัว” ของดีจากทรัพยากรพื้นถิ่นและภูมิปัญญาอีสานสู่การจดอนุสิทธิบัตรทางปัญญา
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์เมตตา เก่งชูวงศ์
ความคิดริเริ่ม
สืบเนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เป็นตำบลหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้ดำเนินการโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG (U2T For BCG) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ซึ่งตนเองเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการในพื้นที่นี้ โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ U2T ที่ดำเนินการคือ การยกระดับผลิตภัณฑ์ผงมะกอกป่าเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยการจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์“ผงนัว” ซึ่งเป็นผงปรุงรสธรรมชาติที่ประยุกต์มาจากสูตร“ผงนัว”ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานดั้งเดิมที่ใช้ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารมีความกลมกล่อม โดยผลิตภัณฑ์“ผงนัว” ในโครงการ U2T จะประกอบด้วยพืช 5 ชนิด ได้แก่ มะกอกป่า ใบไชยา ใบหม่อน ใบชะมวง และหอมแดง
เเรงบันดาลใจ
จากผลการดำเนินการในครั้งนั้น ได้สร้างผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักเนื่องจากได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน U2T Hackathon ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่จะสนับสนุนคุณค่าทางโภชนาการ ดังนั้น จึงเป็นแรงบันดาลใจในการเดินหน้าเพื่อสร้างผลงานต่อยอดสูตรผงปรุงรสธรรมชาติที่เป็นผลิตภัณฑ์เดิมด้วยการเพิ่มชนิดของสมุนไพรและทรัพยากรพื้นถิ่นรวม 13 ชนิด และยืนยันคุณค่าทางโภชนาการด้วยการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ที่จะสนับสนุนความเชื่อมั่นให้ของดีที่มีในชุมชน
ขั้นตอน
การดำเนินงานมีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรพื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน : ได้ใช้กระบวนการแบบมีส่วนร่วม โดยมีการดำเนินงานดังนี้ 1.1 ระยะเตรียมการ : ประชุมสร้างความเข้าใจและร่วมกันกำหนดจุดมุ่งหมายของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสจากฐานทรัพยากรพื้นถิ่นและภูมิปัญญาอีสาน โดยได้มีการระดมความคิดเพื่อพัฒนาสูตรของส่วนประกอบของ “ผงนัว” ใหม่ให้ดียิ่งขึ้น จากที่เคยดำเนินการในโครงการ U2T for BCG ด้วยการร่วมกันเสนอแนวคิดในการออกแบบส่วนต่างๆ เช่น สูตรส่วนผสม เทคนิควิธีดำเนินการผลิต ซองใส่ผงปรุงรส ฉลากบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น ทั้งนี้ ได้มุ่งเน้นคุณค่าประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสำคัญ 1.2 ระยะดำเนินการ : สมาชิกกลุ่มลงมือปฏิบัติการเตรียมวัตถุดิบที่จะต้องใช้ ซึ่งจะเป็นการนำวัตถุดิบสดทุกชนิดมาแปรรูป ให้แห้งและบดเป็นผงเพื่อจัดเตรียมในการทดลองหาสัดส่วนที่เหมาะสม แล้วลงมือปฏิบัติการทดลองหาสัดส่วนของส่วนประกอบที่เหมาะสมให้มีความคงที่ 1.3 ระยะประเมินและสรุปผล : สมาชิกทุกคนร่วมทดสอบความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ด้วยแบบประเมินผลจากการใช้ประสาทสัมผัสของตนเอง แล้วร่วมกันในการสรุปผลการพัฒนาสูตรที่เหมาะสมและทำการผลิตตามสูตรที่ได้เพี่อนำส่งผลิตภัณฑ์ ไปทดสอบคุณสมบัติเชิงคุณค่าทางโภชนาการในคุณภาพด้านเคมีและการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการ นำส่งผลิตภัณฑ์ไปยังห้องปฏิบัติการของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้ รับการขึ้นทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/EC 17025 : 2017 และข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบด้านการแพทย์และสาธารณสุขของสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการในด้าน การทดสอบอาหารเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพด้านเคมีและคุณภาพด้านจุลินทรีย์ ขั้นตอนที่ 3 การนำสูตร “ผงนัว” ไปจดอนุสิทธิบัตร จัดส่งเนื้อหาคำบรรยายการประดิษฐ์ที่สอดคล้องกับกฎหมายและประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้รับการอนุเคราะห์จากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในการดำเนินการประสานขอจดอนุสิทธิบัตร
ผลสัมฤทธิ์
1) ผลของการพัฒนาทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับทรัพยากรพื้นถิ่น เป็นการสร้างผลผลิต ทางการเกษตรให้้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในสภาพที่เหมาะสม สะดวกและปลอดภัยตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความหลากหลายเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค สามารถลดปัญหาผลผลิตเน่าเสีย ช่วยยกระดับราคาผลิตผลทางการเกษตรไม่ให้ตกต่ำ และช่วยให้้เกิดอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG ได้อย่างยั่งยืน 2) ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการช่วยสร้างประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค 3) ผลิตภัณฑ์ “ผงนัว” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานและอนุรักษ์พืชพันธุ์ธรรมชาติที่มีคุณค่าไว้ให้คงอยู่ในชุมชน 4) การจดอนุสิทธิบัตรสูตรผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสช่วยให้เกิดการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากผลงานสร้างสรรค์ ของการมีส่วนร่วมของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและสมาชิกกลุ่มชุมชนในการที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ/พาณิชย์ของชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้อีกด้วย
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ได้นำไปสู่การไปใช้ประโยชน์กับกลุ่มองค์กรที่ทำงานทางธุรกิจเพื่อสังคมโดยหนึ่งในวัตถุประสงค์ของกลุ่มองค์กรนี้คือเพื่อสร้างกำไรจากธุรกิจทั้งรูปแบบที่เป็นเงินและความยั่งยืนของชุมชนสำหรับการดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพและความงามด้วยการใช้พืชสมุนไพรพื้นบ้าน โดยองค์กรดังกล่าวได้จดทะเบียนในชื่อ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปลาบู่ บ้านพลังปัญญา” ตั้งที่ 68 หมู่ 14 บ้านปลาบู่ ตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม มีจำนวนสมาชิก 27 คน
เเนวปฏิบัติที่ดี
“ผงนัว” ของดีจากทรัพยากรพื้นถิ่นและภูมิปัญญาอีสานสู่การจดอนุสิทธิบัตรทางปัญญาเป็นความมุ่งมั่นที่เกิดขึ้นและสําเร็จเป็นผลิตภัณฑ์ได้นั้น เกิดจากการมีส่วนร่วมกันระหว่างคนทำงานสายวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและคนทำ งานสายปฏิบัติการของคนในชุมชนที่ได้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมลงมือ ร่วมรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ในการวางแผนปฏิบัติการ และที่สำคัญคือ ร่วมเป็นแรงใจให้กันและกันในการทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้ภารกิจบรรลุผลตามที่วางไว้
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี