ด้านที่ 3 ด้านวิจัยเเละนวัตกรรม
ชื่อผลงาน : บัณฑิตพันธุ์ใหม่หลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว
ชื่อเจ้าของผลงาน : รองศาสตราจารย์ ดร.ประสพสุข ฤทธิเดช อาจารย์ ดร.สายใจ เพ็งที สังกัดคณะครุศาสตร์ อาจารย์ ดร.เกรียงไ
|
 |
| ความคิดริเริ่ม |
| ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยในทุกภูมิภาค และทุกยุค ทุกสมัย เพราะข้าวถือเป็นอาหารหลักที่คนไทยได้บริโภคในชีวิตประจำวัน และข้าวถือเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทยตลอดมา แม้ว่าอัตราการส่งข้าวออกต่างประเทศทั้งหมดลดจำนวนน้อยลง แต่มูลค่าและคุณค่าของข้าวก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากนักวิชาการไทย และนักวิชาการต่างประเทศ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมพัฒนาการผลิตข้าวเพื่อให้ได้สายพันธุ์ข้าวชนิดใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละภูมิภาค เช่น สายพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวสังข์หยด ข้าวหอมใบเตย ข้าวลืมผัว เป็นต้น ซึ่งสายพันธุ์ข้าวแต่ละชนิดเกษตรกรทั่วทุกภาคของไทยได้นำมาทดลองปลูกเพื่อได้ผลผลิตต่อการบริโภคและการจำหน่ายเป็นสินค้าในรูปแบบข้าวเปลือกและการขายผลิตภัณฑ์ โดยการแปรรูปข้าวในแต่ละท้องถิ่น
ด้วยความสำคัญของข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2565 - 2569) และนโยบายของการปฏิรูปประเทศไทย มีนโยบายเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการจัดทำโครงการนาแปลงใหญ่ในแต่ละจังหวัด และจังหวัดมหาสารคามมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคนและวิสาหกิจชุมชนทุ่งนาทอง ได้ดำเนินการโครงการนาแปลงใหญ่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 – 2564 โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ มีสมาชิกในกลุ่ม กลุ่มละ 50 คน รวม 100 คน ผลผลิตที่ได้ 350 กิโลกรัม/ไร่ ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชน 2 แห่งได้ดำเนินการยกระดับการผลิตเพื่อเข้าสู่การเป็นข้าวอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิค และยังมีความต้องการในการพัฒนาผลผลิตข้าวอินทรีย์ให้ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้งสองแห่งที่กล่าวมาข้างต้นที่มีคุณภาพและสามารถจำหน่ายขยายผลในระบบตลาดให้กับผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง
คณะดำเนินงานวิจัยได้นำเสนอโครงการ ปี พ.ศ. 2566 ของหลักสูตรนี้ตามแนวทางโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีเป้าหมายผลิตและกำลังคนสมรรถนะขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย คณะดำเนินงานวิจัยต้องการพัฒนาต่อยอดเพิ่มพูนสมรรถนะแตกต่างไปจากเดิมให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุ่งนาทอง และวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน จังหวัดมหาสารคาม ได้เพิ่มสมรรถนะ ด้านโภชนาการข้าวแปรรูปข้าวอินทรีย์หลายชนิด ด้านองค์ความรู้ ด้านทักษะ และเจตคติ เพื่อแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ และได้รับการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์ ซึ่งเดิมทางกลุ่มมีผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ 1 ผลิตภัณฑ์ คือ ข้าวหอมใบเตยของวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคนและวิสาหกิจชุมชนทุ่งนาทองมีผลิตภัณฑ์ 1 ชนิดคือ ข้าวฮางทุ่งนาทอง ทำให้ทางกลุ่มต้องการแปรรูปข้าวอินทรีย์ สร้างผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเพิ่มคุณค่าเป็นอาหารปลอดภัยให้กับผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางในการบริโภคข้าวในชีวิตประจำวัน ตลอดจนได้ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เป็นผู้ผลิตที่มีสมรรถนะความรู้ ทักษะการปฏิบัติ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์คำนึงถึงการผลิตข้าวอินทรีย์เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อมพ้องกับนโยบายการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทยที่ต้องการให้คนไทยเรียนรู้ในระบบ นอกระบบและการศึกษาตลอดชีวิต(Lifelong Learning) พัฒนาผู้เรียนด้านสมรรถนะให้ผู้เรียนมีสมรรถนะพัฒนาได้แตกต่างไปจากเดิมสู่การประกอบอาชีพวิถีใหม่ในยุคประเทศไทย 4.0 และพ้องกับการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามยกระดับมาตรฐานของหลักสูตรเดิมปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับนโยบายการอุดมศึกษาเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ
|
| เเรงบันดาลใจ |
| ด้วยความสำคัญและปัญหาด้านโภชนาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ของวิสาหกิจชุมชน 2 แห่งดังกล่าวมาต้องการได้พัฒนาสมรรถนะความรู้ ทักษะ และเจตคติที่แตกต่างไปจากเดิมสามารถแปรรูปผลผลิตข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดนำสู่การขายในระบบตลาดเชิงพาณิชย์ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้พัฒนาชุมชนและสร้างงาน สร้างอาชีพให้มีรายได้เศรษฐกิจของชุมชนเข้มแข็ง คณะผู้ดำเนินงานวิจัยได้นำเสนอโครงการวิจัยหลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าวเป็นโครงการประเภทต่อเนื่องจากโครงการเดิมปี พ.ศ. 2565 จึงได้นำเสนอต่อกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 |
| ขั้นตอน |
| PLO 1 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการด้านโภชนาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
PLO 2 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ได้
ขอบเขตการวิจัย การดำเนินงานวิจัยได้กำหนดขอบเขตการวิจัย 4 ขั้นตอน ดังนี้
3.2.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา ประกอบด้วย (1) ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการด้านโภชนาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (2) ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ได้
3.2.2 ขอบเขตกลุ่มศึกษา (1) คณะดำเนินงานวิจัยได้คัดเลือกกลุ่มศึกษาแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เพราะการคัดเลือกกลุ่มศึกษา ได้ใช้เกณฑ์การคัดเลือกตามข้อกำหนดของโครงการวิจัยบัณฑิตย์พันธุ์ใหม่ที่ได้รับทุนสนับสนุนของโครงการวิจัยนี้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ให้มีกลุ่มผู้เรียนสอดคล้องกับประเด็นการวิจัยคือการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ดังนั้นกลุ่มที่ศึกษา ได้กลุ่มเข้าร่วมโครงการวิจัย โดยความสมัครใจคือ วิสาหกิจชุมชนทุ่งนาทอง ตำบลเหล่าจั่น อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม และวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 50 คน และสมาชิกกลุ่มศึกษาต้องมีคุณสมบัติสอดคล้องโครงการผลิตบัณฑิตย์พันธุ์ใหม่กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติคือ
คุณสมบัติกลุ่มศึกษา ได้แก่ (1) เป็นสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคามและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทอง ตำบลเหล่าจั่น อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคามเพศชายหรือเพศหญิง มีความรู้การผลิตข้าวอินทรีย์ต้องการเพิ่มพูนสมรรถนะแตกต่างไปจากเดิม 2) เป็นสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคามและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทอง ตำบลเหล่าจั่น อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง 3) ประชาชนที่อาศัยอยู่บ้านหนองยาง บ้านเหล่าโพธิ์ หนองแคน และบ้านทุ่งนาทองมีความรู้การผลิตข้าวอินทรีย์ สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงต้องการเพิ่มสมรรถนะแตกต่างไปจากเดิมสนใจเข้าร่วมโครงการ
คุณสมบัติกลุ่มผู้ใช้ข้อมูล - กลุ่มผู้ให้ข้อมูล กลุ่มผู้ให้ข้อมูลใช้เก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อการถอดบทเรียนของผลผลิตผลลัพธ์ และผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้อบรม แบบโปรแกรมโมดูล ซึ่งหน่วยเนื้อหาที่ได้ในครั้งนี้มี 5 โมดูล (Module) หลังสิ้นสุดคณะดำเนินงานวิจัยได้คัดเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย (1) ผู้เรียนและประธานกลุ่มของวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทอง ผู้เรียนและประธานกลุ่มของวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน จำนวน 5 คน (2) วิทยากรที่ได้ถ่ายทอดความรู้ตามโปรแกรมการเรียนรู้โมดูล จำนวน 3 คน (3) ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนที่ร่วมการออกแบบพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว จำนวน 3 คน รวมผู้ให้ข้อมูลเพื่อการสนทนากลุ่ม 11 คน
3.2.3 ขอบเขตพื้นที่การวิจัย วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทอง ตำบลเหล่าจั่น อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม และวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
3.2.4 ขอบเขตระยะเวลาการวิจัย ระยะเวลาการวิจัยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 – มีนาคม พ.ศ. 2567
3.2.3 เครื่องมือการวิจัย
3.2.3.1 เครื่องมือการวิจัย แบ่งได้ 2 ประเภทคือ (1) เครื่องมือการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ 1)หลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว 2) โปรแกรมการจัดการเรียนการสอนแบบโมดูล (Module) (2) เครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูล 1) แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะและเจตคติ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบโมดูลของหลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว 3) แบบประเมินคุณสมบัติการเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์ เชิงพาณิชย์ในระบบตลาด
3.2.4 วิธีการสร้างเครื่องมือการวิจัย การสร้างเครื่องมือการวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลคณะดำเนินงานวิจัยได้ออกแบบการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน และการวัดประเมินผลมีวิธีการคือ (1) ศึกษาเอกสาร / ตำรา บทความ หนังสือและงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร เพื่อใช้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน (2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวัดประเมินผล ได้แก่ ตำรา หนังสือ บทความ และงานวิจัย เพื่อใช้เป็นข้อมูลการสร้างเครื่องมือการวัดและประเมินผลของการวิจัยครั้งนี้
3.2.4.1) การสร้างเครื่องมือการวิจัย (1) การออกแบบหลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว และการสร้างโปรแกรมการเรียนรู้แบบโมดูล (Module) มีวิธีการสร้างคือ (1) การออกแบบหลักสูตรร่วมมือกับสถานประกอบการภายนอกมหาวิทยาลัยฯ มีบทบาทการพัฒนาจัดทำหลักสูตรร่วมกับคณะดำเนินการวิจัยคือ วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทอง ตำบลเหล่าจั่น อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม วิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม วิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวปลอดสารพิษบ้านหนองหิน ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ห้างหุ้นส่วนนาเมืองรักษ์จำกัด บ้านเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานบ้านหนองฮี ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดมหาสารคาม และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดมหาสารคาม (2) การออกแบบหลักสูตรร่วมมือกับเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยฯ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มีบทบาทการออกแบบหลักสูตร บทบาทการเป็นวิทยากรบรรยาย ความรู้และฝึกปฏิบัติจริงให้กับกลุ่มที่ศึกษาเข้าร่วมโครงการ และการติดตามประเมินผล (3)โครงสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว โครงสร้างหลักสูตรประกอบด้วย ทฤษฎี 60 ชั่วโมง ปฏิบัติ 225 ชั่วโมง รวม 285 ชั่วโมง จำนวน 9 หน่วยกิต การจัดการเรียนรู้ แบบโมดูล (Module) มี 5 Module คือ Module 1 Re – Skill 1.5 หน่วยกิต องค์ความรู้โภชนาการการแปรรูปข้าวอินทรีย์ Module 2 up – Skill 3 หน่วยกิต องค์ความรู้การแปรรูปข้าวอินทรีย์
Module 3 up – Skill 1.5 หน่วยกิต องค์ความรู้การทดสอบผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ให้ได้คุณภาพและมาตรฐานอาหาร และยา(อย.) Module 4 up – Skill 1.5 หน่วยกิต องค์ความรู้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แบรนด์ และโลโก้ การเรียนรู้อบรมโมดูล 1 - 4 สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ PLO 1 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการด้านโภชนาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน Module 5 Up – Skill 1.5 หน่วยกิต องค์ความรู้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน การจัดการเรียนรู้อบรมตาม PLO 2 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ได้
(4) คณะดำเนินงานวิจัยได้นำเสนอหลักสูตรต่อผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ของโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ดังนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต ทิพากร ประธานกรรมการ โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และอนุกรรมการโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ 4 คน (1) ศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช (2) นางรัตนาพร สุขพรต (3) นางสาวนุชนภา รื่นอบเชย (4) รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ปรีชา สุนทรานันท์ ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิได้ประเมินคุณภาพหลักสูตรมีคุณภาพมากที่สุด X ̅ = 4.60 S.D. = 0.24 และคุณภาพของโปรแกรมการจัดการเรียนรู้แบบโมดูล มีคุณภาพมากที่สุด X ̅ = 4.80 S.D. = 0.16
3.2.4.2) การสร้างแบบประเมินสมรรถนะผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ของหลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว มีวิธีการสร้างดังนี้
คณะผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือวิจัยประเมินสมรรถนะผู้เข้ารับการเรียนรู้อบรม โดยใช้แนวคิดการวิจัยและประเมินผลของบุญชม ศรีสะอาด (2556: 40-41) ลักษณะเครื่องมือวิจัยเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับโดยกำหนดสมรรถนะผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะและเจตคติตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ซึ่งมีเกณฑ์การกำหนดค่าคะแนนด้านความรู้ ทักษะและเจตคติ คือคะแนน 5, 4, 3, 2, 1 และมีการแปลผลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานตามเกณฑ์การแปลผลของ บุญชม ศรีสะอาด และเครื่องมือนี้ได้คุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม 5 คน พิจารณาข้อคำถามสอดคล้องกับนิยามศัพท์เฉพาะได้ความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.856 = 0.86
3.2.4.3 การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ วิธีการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อโปรแกรมการเรียนรู้แบบโมดูล (Module) ใช้วิธีการสร้างตามแนวคิดบุญชม ศรีสะอาด. (2556 : 40-41) ลักษณะเป็นแบบมาตรวัดประเมินค่าระดับคะแนน 5,4,3,2,1 และมีการแปลผลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานตามเกณฑ์การแปลผลของ บุญชม ศรีสะอาด และแบบสอบถามความพึงพอใจได้ประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม 5 คน พิจารณาข้อคำถามสอดคล้องกับนิยามศัพท์เฉพาะได้ความเชื่อมั่นทั้งฉบับ
0.854 = 0.85
3.2.4.4 การสร้างแบบประเมินคุณสมบัติการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน จำหน่ายผลผลิตการแปรรูปข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ คณะผู้ดำเนินงานวิจัยได้ใช้เครื่องมือวิจัยที่พัฒนาขึ้นจากเครื่องมือคุณสมบัติเกษตรกรแบบ Smart Farmer ของกรมส่งเสริมเกษตรสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคุณสมบัติ Smart Farmer จำนวน 6 ด้าน ได้ปรับปรุงแก้ไขนำใช้พัฒนาเป็นคุณสมบัติผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน มี 5 ด้านคือ (1) มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจการเป็นผู้ประกอบการ (2) มีการบริหารจัดการผลผลิตข้าวอินทรีย์และการตลาด (3) มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าข้าวอินทรีย์ และความปลอดภัยของผู้บริโภค (4) มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และ (5) มีความภูมิใจอาชีพการทำนา จำนวน 31 ตัวชี้วัด และใช้แนวคิดการวิจัยประเมินผลของบุญชม ศรีสะอาด (2556 : 40-41) สร้างเครื่องมือวิจัยแบบมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับ ได้แก่ คะแนน 5, 4, 3, 2, 1 และเกณฑ์การแปลผลค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานตามแนวคิดของบุญชม ศรีสะอาด การหาคุณภาพได้นำเสนอแบบประเมินคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบการต่อผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม 5 คน ประเมินความสอดคล้องของข้อคำถามกับนิยามศัพท์เฉพาะได้ความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.856 = 0.86
3.3) การจัดกระทำกับข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล คณะดำเนินงานการวิจัยได้จัดกระทำกับข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัย 2 ข้อดังนี้ PLO1 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการด้านโภชนาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน PLO 2 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ได้
|
| ผลสัมฤทธิ์ |
| 3.4.1) PLO1 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการด้านโภชนาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ได้ประเมินผู้เรียนด้านสมรรถนะ ด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ของการจัดการเรียนการสอนแบบโปรแกรมโมดูล มีจุดประสงค์การเรียนรู้ของโมดูล สอดคล้องกับ PLO1 คือ Module 1 – Module 4 มีจุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ 12 ข้อ ด้านทักษะ 12 ข้อ และด้านเจตคติ 12 ข้อ รายละเอียดดังนี้
1. ด้านความรู้
1) ผู้เรียนสามารถระบุความสำคัญด้านโภชนาการและการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้
2) ผู้เรียนสามารถอธิบายองค์ประกอบของการเขียนแผนธุรกิจการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้
3) ผู้เรียนใช้องค์ความรู้เขียนแผนธุรกิจแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้และแผนธุรกิจสินค้าอื่นๆ ได้
4) ผู้เรียนสามารถอธิบายการเตรียมวัสดุอุปกรณ์แปรรูปข้าวอินทรีย์ได้
5) ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้จากที่ได้ดูการสาธิตของวิทยากรนำมาประยุกต์แปรรูปข้าวอินทรีย์ได้
ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มได้
6) ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีนำวัตถุดิบในท้องถิ่นประดับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้
7) ผู้เรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการทดสอบผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ให้มีคุณภาพได้
8) ผู้เรียนสามารถปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ให้รสชาติ สี กลิ่นคงทน มีคุณภาพได้รับ
รองมาตรฐานอาหารและยา (อย.)
9) ผู้เรียนสามารถอธิบายความพึงพอใจของผู้บริโภคที่ดีต่อผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้
10) ผู้เรียนอธิบายองค์ประกอบการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้
11) ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีออกแบบรรจุภัณฑ์เหมาะสมผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้
12) ผู้เรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการใช้เทคโนโลยีสร้างแบรนด์โลโก้สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
ได้ผลการประเมินด้านสมรรถนะความรู้โดยรวม 12 ข้อ ผู้เรียนมีสมรรถนะมาก X ̅ = 4.22 S.D. = 0.88
2. ด้านทักษะ
1) การวิเคราะห์ความสำคัญ ด้านโภชนาการและการแปรรูปข้าวอินทรีย์
2) การวางแผนการเขียนแผนธุรกิจการแปรรูปข้าวอินทรีย์
3) การปฏิบัติการเขียนแผนธุรกิจการแปรรูปข้าวอินทรีย์และประยุกต์ใช้การเขียนแผนธุรกิจกับ
สินค้าอื่นๆ
4) การวางแผนการเตรียมการวัสดุอุปกรณ์แปรรูปข้าวอินทรีย์
5) ความคิดสร้างสรรค์ประยุกต์ใช้ความรู้ต่อยอดแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการ
ของกลุ่ม
6) ปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีนำวัตถุดิบในท้องถิ่นตกแต่งประดับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
7) การวิเคราะห์ขั้นตอนการทดสอบผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้มีคุณภาพ
8) การวิเคราะห์การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ให้รสชาติ สี กลิ่นคงทน มีคุณภาพได้รับรอง
มาตรฐานอาหารและยา (อย.)
9)การวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
10) การวางแผนการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
11) ความคิดสร้างสรรค์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
12) การปฏิบัติการสร้างแบรนด์ โลโก้สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ มีผลการประเมินสมรรถนะ
ด้านทักษะโดยรวม 12 ข้อ พบว่าผู้เรียนมีสมรรถนะด้านทักษะมาก X ̅ = 4.42 S.D. = 0.44
3. ด้านเจตคติ
1) เห็นความสำคัญของโภชนาการด้านข้าวและการแปรรูปข้าวอินทรีย์
2) มีความรับผิดชอบต่อการเขียนแผนธุรกิจแปรรูปข้าวอินทรีย์
3) เห็นความสำคัญการมีแผนธุรกิจการแปรรูปข้าวอินทรีย์และแผนธุรกิจกับสินค้าอื่นๆ
4) เห็นความสำคัญการเตรียมวัสดุอุปกรณ์การแปรรูปข้าวอินทรีย์
5) มีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติงานการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของ
กลุ่ม
6) พอใจในการใช้เทคโนโลยีสร้างบรรจุภัณฑ์ได้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
7) เห็นความสำคัญขั้นตอนการทดสอบผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์มีคุณภาพได้รับรองมาตรฐานอาหาร
และยา (อย.)
8) เห็นความสำคัญของการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์รสชาติ สี กลิ่น มีคุณภาพ
9) ภูมิใจผลของความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
10) ยอมรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
11) ภูมิใจการออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์
12) มีความรับผิดชอบต่อการสร้างแบรนด์ โลโก้สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ มีผลการประเมิน
สมรรถนะ ด้านเจตคติโดยรวม 12 ข้อ พบว่าผู้เรียนมีสมรรถนะด้านเจตคติมากที่สุด X ̅ = 4.51 S.D. = 0.48
สรุปผลการศึกษาของ PLO 1 ผู้เรียนมีสมรรถนะด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ โดยรวม
ของการเรียนรู้ โมดูล 1-4 พิจารณาโดยรวม 3 ด้าน ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ ผู้เรียนมีสมรรถนะมาก X ̅ = 4.07 S.D. = 0.67 พิจารณารายด้าน ลำดับ 1-3 คือ (1) สมรรถนะด้านเจตคติ จำนวน 12 ข้อ ผู้เรียนมีสมรรถนะมากที่สุด X ̅ = 4.51 S.D. = 0.48 ลำดับที่ (2) สมรรถนะด้านทักษะ จำนวน 12 ข้อ ผู้เรียนมีทักษะมาก X ̅ = 4.42 S.D. = 0.44 (3) สมรรถนะด้านความรู้ จำนวน 12 ข้อ ผู้เรียนมีสมรรถนะด้านความรู้มาก X ̅ = 4.22 S.D. = 0.88
3.4.2) PLO2 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ได้ ผลการศึกษาตาม PLO 2 สอดคล้องกับโมดูล 5 องค์ความรู้ผู้ประกอบการ
วิสาหกิจชุมชน พบว่าสมรรถนะผู้เรียนด้านความรู้ จำนวน 3 ข้อ ด้านทักษะ จำนวน 3 ข้อ ด้านเจตคติ จำนวน 3 ข้อ ผลการประเมิน ด้านความรู้ 1) ผู้เรียนสามารถอธิบายความหมายของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนได้ 2) ผู้เรียนสามารถอธิบายความต้องการผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้ 3) ผู้เรียนสามารถใช้การสื่อสารขายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ในตลาดชุมชนและตลาดยุคใหม่ได้ มีผลการประเมินด้านสมรรถนะ ด้านความรู้โดยรวม จำนวน 3 ข้อ พบว่าผู้เรียนมีสมรรถนะด้านความรู้มาก X ̅ = 4.37 S.D. = 0.80
ด้านทักษะ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน 2) การวางแผนการขายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค 3) ปฏิบัติการใช้การสื่อสารขายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ในตลาดชุมชนและตลาดยุคใหม่ มีผลการประเมินด้านสมรรถนะด้านทักษะโดยรวม จำนวน 3 ข้อ พบว่าผู้เรียนมีสมรรถนะด้านทักษะมากที่สุด X ̅ = 4.52 S.D. = 0.49 ด้านเจตคติ 1) เห็นความสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน 2) เห็นความสำคัญของการขายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค 3) ภูมิใจในการที่ได้สื่อสารการขายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ในตลาดชุมชนและตลาดยุคใหม่มีผลการประเมินด้านสมรรถนะด้านเจตคติโดยรวม จำนวน 3 ข้อ พบว่าผู้เรียนมีสมรรถนะด้านเจตคติมาก X ̅ = 4.50 S.D. = 0.53
สรุปผลการศึกษาของ PLO 2 ผู้เรียนมีสมรรถนะด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ โดยรวม
ของการเรียนรู้ โมดูล 5 พิจารณาโดยรวม 3 ด้าน ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ ผู้เรียนมีสมรรถนะมาก X ̅ = 4.46 S.D. = 0.57 พิจารณารายด้าน ลำดับ 1-3 คือ (1) สมรรถนะด้านทักษะ จำนวน 3 ข้อ ผู้เรียนมีสมรรถนะมากที่สุด X ̅ = 4.52 S.D. = 0.49 ลำดับที่ (2) สมรรถนะด้านเจตคติ จำนวน 3 ข้อ ผู้เรียนมีเจตคติมาก X ̅ = 4.50 S.D. = 0.53 (3) สมรรถนะด้านความรู้ จำนวน 3 ข้อ ผู้เรียนมีสมรรถนะด้านความรู้มาก X ̅ = 4.37 S.D. = 0.83
3.4.3) ผลการศึกษาการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์
การประเมินผลประเด็นนี้สอดคล้องกับ PLO 2 ผลการศึกษาให้ผู้เรียนปฏิบัติการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ได้ โดยใช้แบบประเมินคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบการมี 5 ด้าน คือ 1) มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ 2)การบริหารจัดการผลผลิตข้าวอินทรีย์และการตลาด 3) มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าข้าวอินทรีย์และความปลอดภัยของผู้บริโภค 4) มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม 5) มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกร ปรากฏผลการประเมินผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละร้อยของผู้เรียนรู้อบรม จำนวน 50 คน ดังตาราง
องค์ประกอบการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน
(X ̅)
S.D
การแปลผล
1. มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
4.57 0.48 มากที่สุด
2. มีการบริหารจัดการผลผลิตข้าวอินทรีย์และการตลาด 4.54 0.49 มากที่สุด
3. มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าข้าวอินทรีย์และความปลอดภัยของผู้บริโภค 4.61 0.44 มากที่สุด
4. มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม 4.75 0.34 มากที่สุด
5.มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกร 4.75 0.34 มากที่สุด
รวมเฉลี่ย 5 ด้าน 4.63 0.44 มากที่สุด
สรุปผลการศึกษาการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์เชิงพาณิชย์ได้พบว่าสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง คือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทอง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน มีคุณสมบัติผู้ประกอบการโดยรวม คุณสมบัติ 5 ข้อมากที่สุด (X ̅) = 4.63 S.D. = 0.44 พิจารณาเป็นรายด้านพบว่าสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทอง และวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน มีคุณสมบัติการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลิตข้าวอินทรีย์ลำดับที่1-3 คือ (1)มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกรและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม (2)มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าข้าวอินทรีย์และความปลอดภัยของผู้บริโภค (3) มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ (1) (X ̅) = 4.75 S.D. = 0.34, (2) (X ̅) = 4.75 S.D. = 0.34, (3) (X ̅) = 4.61 S.D. = 0.44
3.4.4 ผลการศึกษาผลผลิตผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ โดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้แบบโมดูลของหลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรูปข้าว ผู้เรียนรู้อบรม จำนวน 50 คน ตอบแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ร้อยละร้อยของผู้เรียนทั้งหมด 50 คน ดังตาราง
ประเด็นการประเมิน (X ̅) S.D. การแปลผล
1. ด้านผู้สอน 4.58 0.51 มากที่สุด
2. ด้านเนื้อหา 4.80 0.30 มากที่สุด
3.ด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล 4.76 0.32 มากที่สุด
4.ด้านสื่อและสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอน 4.69 0.38 มากที่สุด
ค่าเฉลี่ยรวม 4.70 0.38 มากที่สุด
สรุปการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนรู้อบรมที่มีต่อการเรียนรู้แบบโมดูลของหลักสูตรการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว พบว่าความพึงพอใจโดยรวมมากที่สุด (X ̅) = 4.70, S.D. = 0.37 พิจารณารายด้าน ลำดับ 1-3 (1) ด้านเนื้อหามีความพึงพอใจมากที่สุด (X ̅) = 4.80 S.D. = 0.30 (2) ด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลมีความพึงพอใจมากที่สุด (X ̅) = 4.76 S.D. = 0.32 (3) ด้านสื่อและสนับสนุนการเรียนการสอนมีความพึงพอใจมากที่สุด (X ̅) = 4.69 S.D. = 0.38
|
| รูปภาพผลสัมฤทธิ์ |
 |
 |
 |
| การนำไปใช้ |
| การนำไปใช้ประโยชน์ของกลุ่มเป้าหมายโดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากการถอดบทเรียนโดยแบ่งกลุ่มการสนทนา พบว่าวิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง ได้ใช้สมรรถนะ ด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ทำเป็นและประยุกต์ต่อยอดได้ ซึ่งตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้ง 2 แห่ง ได้กล่าวถึงด้านสมรรถนะผู้เรียน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ นำใช้ประโยชน์เพื่อแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งนาทองและวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคน ได้รับองค์ความรู้ ทักษะปฏิบัติ และเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพการทำนาปลูกข้าวได้รับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ และได้รับรองตามมาตรฐานอาหารและยา (อย.) และมีสมรรถนะความรู้ ทักษะปฏิบัติ และเจตคติ ที่สามารถประยุกต์ต่อยอดความรู้ (Up - skill) เป็นผู้ปฏิบัติการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด ซึ่งได้รับรองผลิตภัณฑ์มาตรฐานอาหารและยา(อย.) จากสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ (1) ข้าวฮางกล้องงอก(เลขที่สารบบอาหาร อย. 44-2-00167-6-0002) (2) ขนมเค้กข้าวฮาง (เลขที่สารบบอาหาร อย. 44-2-00167-6-0005) (3) ข้าวกล้องเหนียวดำ (เลขที่สารบบอาหาร อย. 44-2-00167-6-0004) (4) ข้าวกล้องหอมใบเตย (เลขที่สารบบอาหาร อย. 44-2-00167-6-0001) (5) ข้าวกล้องแบล็คเบอรี่ (เลขที่สารบบอาหาร อย. 44-2-00167-6-0003) และผลิตภัณฑ์ธาตุของพืช A และ B เพื่อใช้สำหรับเพิ่มผลผลิตข้าวอินทรีย์ ซึ่งเดิมผลิตได้ 350 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากใช้ธาตุของพืช A และ B แล้วได้เพิ่มการผลิตข้าวอินทรีย์ 450 กิโลกรัม/ไร่ ผลลัพธ์ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 2 แห่งที่เข้าร่วมโครงการได้ใช้ผลผลิตข้าวอินทรีย์แปรรูปได้ผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด ดังกล่าวมาข้างต้น สามารถจำหน่ายในระบบตลาด ดังกรณีตัวอย่างคือ ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องฮางงอก ปริมาณการผลิต 1.3 กิโลกรัม ต้นทุนกิโลกรัมละ 34.17 บาท ราคาขายกิโลกรัมละ 120 บาท ได้กำไร 1 กิโลกรัม 85.83 บาท ผลิต 40 กิโลกรัม ขายได้ 4,800 บาท ได้รายได้เพิ่มขึ้น 3,433.20 บาท ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง จำหน่ายผลผลิตข้าวและผลิตภัณฑ์ได้รายได้ ตลอดฤดูกาลผลิตเพราะได้จำหน่ายทั้งข้าวเปลือก ข้าวสาร และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ได้ผลกระทบโดยอ้อม คือ
การลดภาระหนี้สิน วิสาหกิจชุมชน 2 แห่งได้ลดหนี้สินโดยไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช สำหรับการปลูกข้าวอินทรีย์ แต่ใช้ธาตุของพืชที่ได้รับการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงโดยวิทยากร พท.ภ.นายณรงค์ศักดิ์ นาเมืองรักษ์ ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องธาตุของพืช A และ B ให้กับสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง สามารถนำใช้ความรู้ ทักษะ และเจคติ ผลิตธาตุของพืชได้ด้วยตนเองและขยายผลให้สมาชิกในกลุ่มได้ผลิตธาตุอาหารของพืชเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพทางการเกษตรกรรม โดยไม่ได้กู้ยืมเงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และไม่ได้กู้เงินกองทุนหมู่บ้านเพราะไม่ได้ทำเกษตรกรรมแบบเคมี เป็นต้น
|
| เเนวปฏิบัติที่ดี |
| 1) วิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง ได้รับการยอมรับในระดับจังหวัดมหาสารคามเป็นต้นแบบการจัดการศึกษาตลอดชีวิตโดยให้โอกาสกับประชาชนหรือเกษตรกรที่มีความสนใจได้เรียนรู้เรื่องการปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและได้แปรรูปข้าวอินทรีย์มีผลิตภัณฑ์ได้รับรองมาตรฐานอาหารและยา(อย.) ซึ่งเป็นต้นแบบของการตอบโจทย์การประกอบอาชีพตามวิถีใหม่ของประเทศไทยยุคพัฒนา 4.0 ที่เน้นให้ประเทศไทยเป็นครัวอาหารของโลกที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วยการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ลดการใช้สารเคมีดังกรณีต้นแบบของวิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง ที่ได้จัดการศึกษาแบบตลอดชีวิต และตัวแทนวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวยางโพธิ์แคนได้เผยแพร่ผลงานของโครงการวิจัยนี้ ได้ถวายผลิตภัณฑ์ข้าวหอมใบเตยที่ได้รับรองมาตรฐานอาหารและยา(อย.)
ในการเข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ของโครงการพระราชดำริเขาหินซ้อนเนื่องในกิจกรรมวันดินโลก พ.ศ. 2567
2) วิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง เป็นต้นแบบการปลูกข้าวอินทรีย์ให้กับกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ จังหวัดมหาสารคาม ได้ร่วมกันจัดการเรียนรู้โดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะการเพิ่มสมรรถนะผลิตกำลังคนด้านโภชนาการแปรรูปข้าว เพื่อขยายผลตามนโยบายของจังหวัดมหาสารคามในโครงการนาแปลงใหญ่ 13 อำเภอ จังหวัดมหาสารคาม
|
| รูปภาพผลงาน |
 |
|
ที่มา |
|
คณะครุศาสตร์ |