ด้านที่ 3 ด้านวิจัยเเละนวัตกรรม
ชื่อผลงาน : ไหมมือแม่ : นวัตกรรมการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ชื่อเจ้าของผลงาน : คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
|
 |
| ความคิดริเริ่ม |
| อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคามส่วนใหญ่ประชาชนประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก ว่างเว้นจากการทำนาจะมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทอผ้าไหมมัดหมี่เป็นอาชีพเสริม ในหลายชุมชนของจังหวัดมหาสารคามได้มีการสืบสานรูปแบบของการทอผ้าไหมโบราณ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบต่อเนื่องกันมาแต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชนจะมีความโดดเด่นของรูปแบบงานผ้าไหมที่แตกต่างออกไป ในปัจจุบันเมื่อกระแสของระบบทุนเข้ามามีบาบาทกับชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ทำให้รูปแบบของกระบวนการทอผ้าไหมได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นการทอที่มุ่งเน้นใช้ในครัวเรือน หรือเป็นมรดกตกทอด ของหมั้น ของฝาก เท่านั้น แต่ปัจจุบันการทอผ้าไหมจะมุ่งเน้นแบบธุรกิจ มีการค้าขายในตลาดหัตถกรรมอย่างเป็นทางการและเป็นระบบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในกระบวนการทอผ้าไหมยังพบว่ามีการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และเป็นกระบวนการผลิตที่ครบวงจรในชุมชน คือ ปลูกหม่อม เลี้ยงไหม แล้วทอเป็นผืนเรียกว่า “การทอแบบธรรมชาติ” และการทอโดยซื้อไหมสำเร็จ แต่แบบที่สองนี้ต้นทุนในการผลิตสูง จึงทำให้ผ้าไหมที่จำหน่ายราคาแพงขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จังหวัดมหาสารคามได้กำหนดยุทธศาสตร์จังหวัดที่เกี่ยวข้องกับผ้าไหม และมีการประกวดลวดลายของผ้าไหมขึ้น ผ้าไหมลายสร้อยดอกหมากเป็นลายผ้าโบราณลายดั้งเดิมของท้องถิ่นอีสาน เป็นลายเก่าแก่ของบรรพบุรุษ ซึ่งชาวบ้านในแถบภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดมหาสารคามได้ทอใช้กันมาก และจังหวัดมหาสารคามได้กำหนดให้เป็น “ลายเอกลักษณ์ประจำจังหวัด” ซึ่งแต่เดิมนั้นชาวบ้านแถบจังหวัดมหาสารคามได้มีการทอผ้าลายโบราณ ตามแบบบรรพบุรุษอยู่หลายลายด้วยกัน เช่น ลายต้นสน ลายดอกแก้ว ลายนาค ลายใบไผ่ ลายขันหมากเบ็ง เป็นต้น แต่ภายหลังลายเก่าแก่เหล่านี้ก็เริ่มสูญหายไปจากชีวิตการทอผ้าของชาวบ้าน เนื่องจากความยากในการทอและความนิยมในปัจจุบัน ส่งผลให้ลายสร้อยดอกหมากซึ่งถือว่าเป็นลายผ้าโบราณลายหนึ่งที่เกือบจะสูญหายไปจากท้องถิ่นเช่นกัน ซึ่งผู้วิจัยได้ทำงานร่วมกับพื้นที่มาระยะเวลา 3 ปี พบประเด็นปัญหาจากคนในพื้นที่และลูกค้าที่ซื้อผ้าไหมมัดหมี่จากชุมชน โดยปัญหาที่ต้องการแก้ไขและพัฒนาดังนี้
“...ไหมที่ใช้ทอผ้าในชุมชนมีทั้งไหมบ้านและไหมตลาด แต่ไหมบ้านที่เลี้ยงเองในชุมชนค่อนข้างน้อย จึงหันไปใช้ไหมตลาดในการทอ จึงทำให้ต้นทุนในการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ค่อนข้างสูง…” (สัมภาษณ์ คุณแม่ลา)
“...ถ้าผ้าไหมมัดหมี่ใช้ทอด้วยไหมจากตลาด ผ้าไหมมัดหมี่จะไม่สามารถขายได้เพราะคนซื้อชอบผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอด้วยไหมบ้านเท่านั้น…” (สัมภาษณ์ คุณแม่ใจ)
“...ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอในปัจจุบัน ส่วนมากจะทอลวดลายเดิม ๆ ที่มีอยู่แล้ว เช่น ลายนาค ลายต้นสน ลายดอกพุดซ้อน เป็นต้น ชาวบ้านอยากได้ลวดลายใหม่ ๆ ที่ชาวบ้านช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันสร้าง…” (สัมภาษณ์ คุณแม่สุ)
“...ผ้าไหมมัดหมี่อำเภอนาดูน ส่วนใหญ่มีลวดลายที่ไม่หลากหลาย เป็นลายธรรมดาที่สามารถเห็นได้ทั่วไป อยากให้กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหนองหินได้ออกแบบลวดลายที่หลากหลาย แปลกใหม่ ทันสมัย และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น…” (คำแนะนำจากลูกค้าคุณจินดา)
|
| เเรงบันดาลใจ |
| จากการรับฟังปัญหาของผ้าไหมมัดหมี่จากคนในชุมชนทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาทักษะฝีมือการออกแบบลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนอย่างแท้จริงและสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนั้นลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ที่จะเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนจะต้องร่วมกันออกแบบโดยมีอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้นำชุมชน กลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุ และเยาวชน โดยใช้โปรแกรม Microsoft excel ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยในการออกแบบลวดลาย ซึ่งนำมาใช้แทนการออกแบบลวดลายด้วยกระดาษ ข้อดีของการออกแบบลวดลายด้วยคอมพิวเตอร์ คือ เก็บลายผ้าได้นานกว่ากระดาษ สะดวกและรวดเร็ว และที่สำคัญคือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการพัฒนาตน คน งาน และชุมชนสังคมให้เกิดความยั่งยืนทั้งรายได้ ความภูมิใจ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ เป็นต้น ฉะนั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องนำนวัตกรรมการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคามเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่และเกิดรายได้ให้แก่คนในชุมชนอย่างยั่งยืน |
| ขั้นตอน |
| การจัดโครงการครั้งนี้มีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
1) คณะทำงานประสานงานพื้นที่เพื่อประชุมร่วมกันเพื่อชี้แจงความเข้าใจโครงการวิจัย
2) คณะทำงานชี้แจงวัตถุประสงค์ในการโครงการวิจัยครั้งนี้ให้กับเทศบาลตำบล ผู้นำชุมชน กลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุเยาวชน และตัวแทนชุมชนที่เข้าร่วมโครงการวิจัยได้ทราบ
3) คณะทำงานและกลุ่มเป้าหมายร่วมกันวิเคราะห์และออกแบบกิจกรรมกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกิจกรรมในโครงการวิจัย
4) คณะทำงานประสานและทำความเข้าใจกับวิทยากรถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจและกำหนดเป้าหมายของโครงการวิจัยร่วมกัน
5) ผู้นำชุมชนประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวในแต่ละหมู่บ้านให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละชุมชนทราบในวันและสถานที่ในการจัดโครงการ ซึ่งได้ความอนุเคราะห์จากศาลากลางชุมชนหัวดง ตำบลหัวดง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคามเป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมโครงการ
6) วิทยากรชี้ให้เห็นความสำคัญของการการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ และนวัตกรรมที่ใช้ในการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งจะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft Excel
7) วิทยากร คณะทำงานโครงการ และกลุ่มเป้าหมายร่วมกันระดมสมองร่วมกันกับกลุ่มตัวอย่าง โดยดึงเอาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่มีอยู่ในชุมชนตำบลหัวดง เช่น ภาษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรม การละเล่น เป็นต้น เพื่อให้ได้ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ของชุมชน
8) การสัมภาษณ์และการระดมสมองร่วมกันออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่โดยคอมพิวเตอร์ (โปรแกรม Microsoft excel) ซึ่งได้ทั้งหมด 3 ลวดลาย ได้แก่
ภาพที่ 1 ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี
ลายขอเจ้าเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เป็นลายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา พระราชทานออกแบบเป็นลายผ้ามัดหมี่ มอบให้ช่างทอเป็นขอขวัญปีใหม่ โดยลวดลายสื่อถึงการส่งมอบความรัก ความสุข ให้แก่ชาวไทยทุกคน
ภาพที่ 2 ลายกระทงหลงทาง
ลายกระทงลงทาง ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ที่พัฒนาประยุกต์มาจากกระทง ซึ่งกระทงเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้ประดิษฐ์จากใบตอง แล้วนำไปลอยในแหล่งน้ำเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคาและยังเป็นการสะเดาะเคราะห์ เพราะการลอยกระทงเปรียบเหมือนการลอยความทุกข์ ความโศกเศร้า โรคภัยไข้เจ็บ และสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ให้ลอยตามแม่น้ำไปกับกระทง โดยลวดลายสื่อถึงการสวยงามของสีสันกระทงและความเป็นศิริมงคลแก่ผู้ที่ได้ไปครอบครอง
ภาพที่ 3 ลายนาคเกี้ยวหาง
ลายนาคเกี้ยวหาง ลวดลายพัฒนามาจากลายโบราณที่นาคทั้งสองตัวลำตัวติดกัน มีหัวนาคด้านบน โดยเห็นว่าเส้นที่เป็นลำตัวนาคติดกันนั้นทำให้ลายดูแข็งไม่พลิ้วไหว จึงแบ่งลำตัวเป็น 2 ท่อน แล้วม้วนส่วนที่เป็นนาคแยกกันลงมา จึงเรียกว่า “ลายนาคเกี้ยวหาง”
9) กลุ่มเป้าหมาย (เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มแม่บ้าน) นำลวดลายทั้ง 3 ลวดลายมาทอลงผ้าไหมมัดหมี่ โดยจะนำทั้ง 3 ลวดลายทอลงในผืนเดียว
10) คณะทำงาน และกลุ่มเป้าหมายนำผ้าไหมมัดหมี่ที่ออกแบบลวดลายนำมาทดลองขายบนตลาดออนไลน์ (Facebook) โดยมีชื่อเพจ “ผ้าไหมมัดหมี่ ภูมิปัญญาชาวหัวดง” จากปกติขายผืนละ 1,800 – 2,000 บาท แต่ผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายที่ออกแบบขายได้ผืนละ 3,500 บาท
11) คณะทำงาน เทศบาลตำบล ผู้นำชุมชน กลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุ และเยาวชนร่วมสรุปโครงการวิจัยและนัดหมายกิจกรรมต่อไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของโครงการวิจัยครั้งนี้
|
| ผลสัมฤทธิ์ |
| จากนวัตกรรมการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ทำให้เกิดองค์ความรู้ ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ ดังนี้
1) ทักษะการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่โดยคอมพิวเตอร์ (โปรแกรม Microsoft excel)
2) นวัตกรรมในการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
3) เครือข่ายผู้ประกอบการผ้าไหมมัดหมี่ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด
4) การขายออนไลน์ผ่าน Facebook “ผ้าไหมมัดหมี่ ภูมิปัญญาชาวหัวดง”
5) 3 ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ (ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี, ลายกระทงหลงทาง, ลายนาคเกี้ยวหาง)
6) เกิดรายได้ในชุมชนซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 2,000 – 5,000 บาทต่อเดือน
7) ผู้ประกอบการรายใหม่ในชุมชน (ผู้ประกอบการผ้าไหมมัดหมี่)
8) ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่โดยดึงเอาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่มีอยู่ในชุมชนตำบลหัวดง เช่น ภาษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรม การละเล่น เป็นต้น
9) องค์ความรู้ในการนำลวดลายโบราณสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของผ้าไหมมัดหมี่
10) เครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิเช่น หน่วยส่งเสริมหม่อนไหม จังหวัดมหาสารคาม, คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและเจ้าของเพจไหมแท้ ที่แม่ทอ จังหวัดกาฬสินธุ์
|
| รูปภาพผลสัมฤทธิ์ |
 |
 |
 |
| การนำไปใช้ |
| โครงการวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาองค์กร ชุมชน สังคม นักศึกษา บุคลากร และมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริงซึ่งมีเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเป้าหมายและชุมชนในยุคปัจจุบัน โดยนวัตกรรมการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่อำเภอ นาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งการพัฒนาออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่จะใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีโดยใช้โปรแกรม Microsoft excel เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยในการออกแบบลวดลายนำมาใช้แทนการออกแบบลวดลายด้วยกระดาษ จากการร่วมกันระดมสมองของอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้นำชุมชน กลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุ และเยาวชน จนได้ 3 ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ (ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี, ลายกระทงหลงทาง, ลายนาคเกี้ยวหาง) โดยจะนำทั้ง 3 ลวดลายทอลงในผืนเดียว และทดลองการขายผ้าไหมมัดหมี่สู่ตลาดออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเพจการขายออนไลน์ผ่าน Facebook “ผ้าไหมมัดหมี่ ภูมิปัญญาชาวหัวดง” เพื่อส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ในชุมชนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น ๆ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในองค์กรชุมชน โดยการจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน รวมทั้งการกระตุ้นและสร้างกระบวนการทำงานระหว่างองค์กร ชุมชน และคนร่วมคิด ร่วมกันทำ และมีการเรียนรู้ เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันจำนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาวทั้งคุณภาพชีวิตและรายได้ของชุมชน |
| เเนวปฏิบัติที่ดี |
| โครงการวิจัยนี้จะช่วยประชาชนในชุมชน มีแนวทางในการจัดการเศรษฐกิจครัวเรือนและการจัดการหนี้สิน เกิดการสร้างรายได้หรือเพิ่มรายได้ต่อครัวเรือนอย่างน้อยเดือน 2,000 - 5,000 บาท/ครัวเรือน ด้วยการพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์โดยใช้นวัตกรรมการออกแบบลวดลายผ้าไหมมัดหมี่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งลวดลายผ้าไหมมัดหมี่โดยดึงเอาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่มีอยู่ในชุมชนตำบลหัวดง เช่น ภาษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรม การละเล่น เป็นต้น เน้นลวดลายสวยงาม (ประยุกต์ลายโบราณผสมผสานลายสมัยใหม่) มีความทันสมัย ซื้อง่าย ขายคล่อง ราคาย่อมเยา อีกทั้งยังมีการทดลองการขายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่สู่ตลาดออนไลน์และออฟไลน์ผ่าน Facebook “ผ้าไหมมัดหมี่ ภูมิปัญญาชาวหัวดง” เพื่อให้คนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ท้องถิ่นของตนเองมากยิ่งขึ้น |
| รูปภาพผลงาน |
 |
|
ที่มา |
|
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ |