ด้านที่ 3 ด้านวิจัยเเละนวัตกรรม
ชื่อผลงาน : การพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์สายใจ เพ็งที รองศาสตราจารย์ ดร. ประสพสุข ฤทธิเดช อาจารย์ ดร.เกรียงไกร นามนัย ผู้ช่วยศาสตราจ
|
 |
| ความคิดริเริ่ม |
| มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้ดำเนินงานพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยการน้อมนำพระบรมราโชบาย ในหลวงรัชกาลที่ 10 เข้าไปพัฒนาชุมชนเป้าหมายโดยผ่านการจัดการศึกษาด้านองค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยี บูรณาการกับการเรียนการสอนการบริการวิชาการ การวิจัยและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้รับการยอมรับเป็น “มหาวิทยาลัยที่บริหารจัดการธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น” ที่มีระบบกลไกการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น โดยใช้ระบบสารสนเทศบนฐานข้อมูลของชุมชนท้องถิ่นและฐานข้อมูลการบริหารจัดการธรรมาภิบาล เน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนท้องถิ่น จัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) เพื่อพัฒนา “นวัตกรรมชุมชนที่มีองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรม” นำใช้เป็นมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นที่จัดการศึกษาร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจและสังคมของประเทศร่วมกับเครือข่ายในชุมชนและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน (วรปภา อารีราษฎ์. 2564 : 5) แนวทางการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้มีเครือข่ายภายในคือบุคคลากรสายวิชาการบุคคลากรสายสนับสนุนนักศึกษา ของคณะศูนย์ สำนักได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่น ในเขตการบริการการศึกษา 13 อำเภอของจังหวัดมหาสารคามโดยมหาวิทยาลัยได้ลงสำรวจพื้นที่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นได้ข้อมูลปัญหาและความต้องการ 5 ด้านคือ (1) ด้านเศรษฐกิจ (2) ด้านสังคม (3) ด้านสิ่งแวดล้อม (4) ด้านการศึกษา และ (5) ด้านศิลปะและวัฒนธรรม (ประสพสุข ฤทธิเดช และสราวุฒิ ดาแก้ว. 2564 : 10) ด้วยปัญหาและความต้องการดังกล่าวคณะผู้วิจัยภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามกับภาคีเครือข่ายภายนอกได้นำใช้นวัตกรรมชุมชน ได้แก่ องค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกิดจากกผลการวิจัยการเรียนการสอน การบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมของบุคลากรร่วมกับนักศึกษา ได้พัฒนาท้องที่ท้องถิ่นตนเองให้เป็นไปตามความสามารถและศักยภาพของแต่ละมหาวิทยาลัยราชภัฏและคำนึงถึงความสอดคล้องตามบริบทและสภาพที่เป็นจริงของท้องที่ท้องถิ่นที่จะเข้าไปพัฒนาเพื่อยกระดับหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านราชภัฏด้วยการมีคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจของคนในชุมชนมีงานทำ มีรายได้ และมีความสุข |
| เเรงบันดาลใจ |
| ด้วยเหตุผลความสำคัญและปัญหาดังกล่าวมาข้างต้นมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้นำโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของพื้นที่เป้าหมายร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐให้กับชุมชนและท้องถิ่น ส่งเสริมการต่อยอดการเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจของชุมชน อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยการประมวลองค์ความรู้ของปัญหาและความสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม คณะผู้วิจัยมีความสนใจ ดำเนินงานโครงการวิจัย “การพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโครงการย่อยของโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรปภา อารีราษฏร์ เป็นหัวหน้าชุดโครงการปีงบประมาณ พ.ศ.2564-2565และคณะผู้วิจัยได้ดำเนินงานโครงการวิจัยนี้ภายใต้กลุ่มงานที่ 4 นวัตกรรมชุมชนเพื่อการพัฒนาหมู่บ้านราชภัฏ การดำเนินงานดังนี้ |
| ขั้นตอน |
| 3.2.1 วัตถุประสงค์การวิจัย
(1) เพื่อศึกษาความต้องการนวัตกรรมชุมชน นำใช้เพื่อพัฒนาบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
(2) เพื่อศึกษาผลการใช้นวัตกรรมชุมชนพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
3.2.2 ขอบเขตการวิจัย คณะดำเนินงานการวิจัยได้กำหนดขอบเขตการวิจัยดังนี้
(1) ขอบเขตด้านเนื้อหา
เนื้อหาการวิจัยการพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏ พึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจประกอบด้วย
1) ความต้องการนวัตกรรมชุมชนนำใช้เพื่อพัฒนาหมู่บ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
2) การใช้นวัตกรรมชุมชนพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
(2) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านราชภัฏที่มีเกณฑ์คัดเลือกคือ (1) หมู่บ้านมีครัวเรือน 50 - 100 ครัวเรือน ตั้งอยู่ในเขตปกครอง 13 อำเภอ จังหวัดมหาสารคาม (2) เป็นหมู่บ้านที่เคยเข้าร่วมโครงการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561 - 2564 มีความต้องการขยายผลต่อยอดโครงการบริการวิชาการ และ (3) เป็นหมู่บ้านสนใจเข้าร่วมโครงการ ด้วยเกณฑ์การคัดเลือกหมู่บ้านราชภัฏดังกล่าวได้ประชากรหมู่บ้านหนองโนใต้ เพศชาย 202 คนเพศหญิง 185 คน รวม 387 คน
กลุ่มตัวอย่าง เข้าร่วมโครงการจำนวน 50 คน ตามเกณฑ์การคัดเลือกหมู่บ้านราชภัฏเข้าร่วมโครงการ
กลุ่มผู้ให้ข้อมูล
กลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักประธานวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติหนองโนใต้รุ่งเรือง จำนวน 10 คน ปราชญ์ชุมชนเชี่ยวชาญด้านการทอผ้า จำนวน 3 คน และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบ้านหนองโนใต้ จำนวน 3 คน
(3) พื้นที่การวิจัย บ้านหนองโนใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ระยะเวลาการวิจัย ระยะเวลาการวิจัย เมษายน 2564 - มีนาคม 2565
3.2.3 เครื่องมือการวิจัย
เครื่องมือการวิจัยที่ใช้เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย
1) แบบสำรวจความต้องการนวัตกรรมชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ การท่องเที่ยวและ ด้านการศึกษา พัฒนาบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
2) แบบสอบถามคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
3.2.4 การสร้างเครื่องมือการวิจัย
1. การสร้างแบบสำรวจความต้องการนวัตกรรมชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ การท่องเที่ยวและด้านการศึกษา พัฒนาบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ มีขั้นตอนดังนี้
1.1) การสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.2) การศึกษาวิธีสร้างแบบสำรวจฯจากหนังสือการวิจัยเบื้องต้นของบุญชม ศรีสะอาด (2553 : 40-43) การสร้างแบบสำรวจฯ เป็นแบบเช็ครายการข้อคำถาม โดยการกาเครื่องหมายถูก (√) ลงในข้อคำถามแต่ละข้อ ซึ่งข้อคำถามมีองค์ประกอบ 6 ด้านคือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา สุขภาวะและการท่องเที่ยว มีตัวบ่งชี้ 109 ตัวบ่งชี้
1.3) นำเสนอแบบสำรวจฯ ต่อผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่านตรวจสอบความสอดคล้องตัวบ่งชี้กับนิยามศัพท์เฉพาะได้ความสอดคล้องเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.97
2. การสร้างแบบสอบถามคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
2.1 การสร้างแบบสอบถามคุณภาพชีวิตฯ ตามแนวคิดประเวศ วะสี (2560) อ้างถึงวรปภา อารี
ราษฎร์.2564 : 20 ที่เป็นทิศทางการประเมินตำบลให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นตำบลน่าอยู่ คณะผู้วิจัยได้นำมาใช้เป็นองค์ประกอบของมิติด้านเศรษฐกิจ 1) หมู่บ้านมีสมรรถนะในการจัดการสูง ตัวชี้วัด 7 ตัว 2) สมารถวิเคราะห์รายรับและรายจ่ายของสถาบันการเงินของกลุ่ม ตัวชี้วัด 5 ตัว 3) มีการสร้างสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่ ตัวชี้วัด 6 ตัว 4) ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวชี้วัด 5 ตัว 5) การจัดการวิสาหกิจชุมชน รวม 5 องค์ประกอบ 28 ตัวชี้วัด
2.2 สร้างแบบสอบถามคุณภาพชีวิตฯ เป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับ มีเป้าหมายด้านเศรษฐกิจและมีตัวชี้วัดในเป้าหมายจำนวน 28 ตัวชี้วัดและได้กำหนดเกณฑ์มาตรวัดประมาณค่าตามหนังสือการวิจัยเบื้องต้นของบุญชม ศรีสะอาด (2553 : 43) ดังนี้
คะแนน 5 คะแนน คุณภาพชีวิตมากที่สุด
คะแนน 4 คะแนน คุณภาพชีวิตมาก
คะแนน 3 คะแนน คุณภาพชีวิตปานกลาง
คะแนน 2 คะแนน คุณภาพชีวิตน้อย
คะแนน 1 คะแนน คุณภาพชีวิตน้อยที่สุดปรับปรุง
และมีเกณฑ์การแปลผลคะแนนเป็นค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (บุญชม ศรีสะอาด. 2553 : 40-43) ดังนี้
ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึงมีคุณภาพชีวิตมากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึงมีคุณภาพชีวิตมาก
ค่าเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึงมีคุณภาพชีวิตปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึงมีคุณภาพชีวิตน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึงมีคุณภาพชีวิตน้อยที่สุด
2.3 นำเสนอแบบสอบถามคุณภาพชีวิตฯ ต่อผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม ได้ให้ข้อเสนอแนะควรมีตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจของแบบสอบถามคุณภาพชีวิตตรงกับแบบสำรวจนวัตกรรมชุมชน คณะผู้วิจัยได้ปรับแก้ไขตัวชี้วัดตามผู้ทรงคุณวุฒิใช้ข้อคำถามสอดคล้องกับแบบสำรวจนวัตกรรมชุมชนและผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบข้อคำถามกับนิยามศัพท์เฉพาะตัวชี้วัด 5 ด้าน มีความสอดคล้องความเชื่อมั่น ทั้งฉบับ (IOC) 0.97
3.2.5 การจัดกระทำกับข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
การจัดกระทำกับข้อมูลคณะผู้วิจัยได้จัดกระทำกับข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัยคือ
1) ผลการศึกษาความต้องการนวัตกรรมชุมชน นำใช้พัฒนาบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏ พึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
2) ผลการศึกษาการใช้นวัตกรรมชุมชนพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
|
| ผลสัมฤทธิ์ |
| 3.3.1 ผลการวิจัย ความต้องการนวัตกรรมชุมชนนำใช้เพื่อพัฒนาบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็น หมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
คณะผู้วิจัยได้วิเคราะห์จากแบบสำรวจความต้องการนวัตกรรมชุมชนที่มีมิตินวัตกรรมชุมชน 6 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การศึกษา สุขภาวะ การท่องเที่ยว และสังคม มีตัวชี้วัด 109 ตัวชี้วัด สรุปความต้องการของบ้านหนองโนใต้ ต้องการนวัตกรรมชุมชนดังตาราง
หมู่บ้าน ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ด้านสุขภาวะ ด้านการท่องเที่ยว ด้านสังคม
บ้านหนองโนใต้ (50 คน) 33.33 29.33 13.33 32 22.67 32.00
อาชีพเสริมการทอผ้า ป่าชุมชน สร้างรายได้ของครัวเรือนด้วยดิจิทัล นันทนาการของคนหลายวัย การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้านการบริหารกลุ่มการผลิต
ความต้องการนวัตกรรมชุมชน บ้านหนองโนใต้ พัฒนาหมู่บ้านยกระดับเป็น “หมู่บ้านราชภัฏ” ทั้ง 6 ด้าน เรียงลำดับดังนี้ (1) ด้านเศรษฐกิจอาชีพเสริมการทอผ้า ร้อยละ 33.33 (2) ด้านสังคม ด้านการบริหารกลุ่มการผลิต ร้อยละ 32 (3) ด้านสุขภาวะ นันทนาการของคนหลายวัย ร้อยละ 32.00 (4) ด้านสิ่งแวดล้อม ป่าชุมชน ร้อยละ 29.33 (5) ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ร้อยละ 22.67 และ (6) ด้านการศึกษา สร้างรายได้ของครัวเรือนด้วยดิจิทัล ร้อยละ 13.33
กลไกการดำเนินงานพัฒนาบ้านหนองโนใต้ นำใช้นวัตกรรมชุมชนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
การดำเนินงานแบบมีส่วนรวมบุคลากรมหาวิทยาลัยร่วมกับแกนนำชุมชน ผู้นำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและปราชญ์ชุมชนร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านหนองโนใต้
กิจกรรมที่ดำเนินการนำใช้นวัตกรรมชุมชน
1) การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการนวัตกรรมชุมชน
2) ด้านคุณภาพชีวิต โดยจัดสถานที่หอประชุม และร้านค้าชุมชน โดยคณะผู้วิจัยลงพื้นที่จัดภูมิทัศน์
แหล่งเรียนรู้หนองโนใต้รุ่งเรือง ให้มีความปลอดภัยและสวยงามเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าตามความต้องการของชุมชนด้านเศรษฐกิจ
3) ส่งเสริมการปลูกฝ้ายและครามให้หลายพื้นที่ปลูกมีปริมาณมากขึ้น จำนวน 10 ไร่ เพื่อการใช้เป็นสี
ย้อมตามธรรมชาติและการขายในระบบตลาด
4) การอบรมสินค้ามาตรฐานเกษตรแบบพืช GAP หรือเกษตรอินทรีย์และขอรับการตรวจแปลงผลิตเพื่อ
รับรองมาตรฐานพืชอาหาร GAP กับเครือข่ายภายนอกคือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดมหาสารคามได้ให้ความรู้เกี่ยวกับพืช GAP โดยมีนักวิชาการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรได้ถ่ายทอดองค์ความรู้พืชอาหาร GAP มีการปลูกพืชที่ปฏิบัติการทางการเกษตรที่ดีเพื่อบริโภคและการจำหน่ายผลผลิตพืช GAP โดยเกษตรกรที่ปลูกพืชอาหาร GAP ต้องคำนึงถึงข้อปฏิบัติในการปลูกที่ดีคือ (1) พื้นที่ปลูก (2) น้ำ (3) วัตถุที่มีพิษทางการเกษตร (4) กระบวนการผลิต การเก็บผลผลิต (5) การขนย้ายผลผลิต และการเก็บรักษา (6) สถานะส่วนบุคคล และ (7) การบันทึกข้อมูลและการสอบข้อมูล ถ้าเกษตรกรปฏิบัติในทางที่ดีมีการระวังตามองค์ประกอบ 7 ข้อ ได้ปฏิบัติปลูกพืชจะได้การรับรองมาตรฐานสินค้าพืช GAP และบ้านหนองโนใต้ ได้รับรองพืช GAP คือ พืชประเภทฝ้ายและครามของนางอภิญญา เหล่าม่วง
5) ส่งเสริมฐานการเรียนศิลปวัฒนธรรมการทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ด้านการแปรรูปการสร้างบรรจุภัณฑ์และการตลาดได้องค์ความรู้ที่ได้จากการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการตลาดออนไลน์ ประสพสุข ฤทธิเดชและคณะวิทยากรบรรยาย (2564) ดังนี้
การออกแบบบรรจุภัณฑ์
ทำไมต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ ดังนี้ 1) เพื่อเพิ่มราคา 2) เพื่อความสวยงาม 3) เพื่อขนย้ายสินค้า 4) เพื่อปกป้องสินค้า และขั้นตอนของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ มีขั้นตอนดังนี้ 1) รู้จักแบรนด์และสินค้าของคุณ : คิดถึงตัวตนของแบรนด์ และสินค้าของคุณเป็นอันดับแรก 2) รู้จักลูกค้าของคุณ : ทำความรู้จักลูกค้าเพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม 3) คิดถึงความสะดวกในการใช้งาน : สวยว้าวอย่างเดียวไม่พอต้องใช้งานได้ดีด้วย 4) นำเสนอข้อมูลที่จำเป็น : ห้ามลืม Logo ของแบรนด์และข้อมูลที่จำเป็น 5) สร้างดีไซน์บรรจุภัณฑ์ของคุณเลย : รวมไอเดียทั้งหมดแล้วออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ปังได้เลย และเคล็ดลับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ คือ 1) โดดเด่น : มองเห็นได้ง่ายบนชั้นวางหยุดสายตาของลูกค้าไว้ได้ในแวบแรกที่เห็น 2) ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ : ความสวยงามถือแล้วน่าภูมิใจหรือความสะดวกในการใช้งาน 3) สื่อสารได้ดี : บอกสิ่งที่เราแตกต่างจากคู่แข่งสื่อถึงการใช้งาน 4) มีความน่าเชื่อถือ : ถ้าเป็นอาหารก็ต้องสื่อให้เห็นว่าสดสะอาดปลอดภัยจริงๆ และรายละเอียดที่ควรมีในบรรจุภัณฑ์ 1) ชื่อสินค้า 2) รูปภาพประกอบของสินค้า 3) ตราสินค้า 4) รายละเอียดของสินค้า 5) ขนาดและการบรรจุของสินค้า 6) ข้อมูลที่ต้องใส่ตามกฎหมาย7) ส่วนประกอบสินค้าและ8) ชื่อผู้ผลิตและผู้จำหน่าย
การตลาดและการตลาดออนไลน์
การตลาด คือ กิจกรรมต่างๆ ทางธุรกิจที่จะทำให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการไปสู่ผู้บริโภคได้ โดยผู้บริโภคได้รับความพอใจและเกิดภาพจำที่ดีต่อธุรกิจ และธุรกิจก็บรรลุวัตถุประสงค์ หรือง่ายๆ ก็คือกิจกรรมส่งเสริมการขาย ความสำคัญของการตลาดต่อระบบธุรกิจและเศรษฐกิจ มีดังนี้ 1) สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ การตลาดจะสร้างภาพลักษณ์และความจดจำต่อธุรกิจโดยกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ 2) เชื่อมโยงความสัมพันธ์ การตลาดเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค 3) ทำให้เกิดการพัฒนาจากการแข่งขัน จากการแข่งขันทางธุรกิจหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ 4) เสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ การตลาดทำให้เกิดการซื้อขาย ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า กลยุทธ์การตลาด 4P และ 4C กลยุทธ์ 4P ประกอบด้วย Product Price Place Promotion กลยุทธ์ 4C ประกอบด้วย Consumer Cost Convenience Communication การใช้นวัตกรรมชุมชนที่ประกอบด้วยองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการ
พัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้
3.3.2 ผลการศึกษาการใช้นวัตกรรมชุมชนพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ
บ้านหนองโนใต้ เมื่อสิ้นสุดโครงการปีที่ 1 (พ.ศ. 2564 - 2565) กลุ่มเป้าหมาย 50 คน ได้ตอบแบบสอบถามการพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหนองโนใต้ 50 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 50 คน ที่เข้าร่วมโครงการดังตาราง
มิติคุณภาพชีวิต คุณภาพชีวิต
X ̅ S.D. การแปลผล
ด้านเศรษฐกิจ
1.1 หมู่บ้านมีสมรรถนะในการจัดการสูง 4.89 0.32 มากที่สุด
1.2 สมารถวิเคราะห์รายรับและรายจ่ายของสถาบันการเงินของกลุ่ม 4.77 0.53 มากที่สุด
1.3 มีการสร้างสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่ 4.78 0.46 มากที่สุด
1.4 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4.81 0.48 มากที่สุด
1.5 การจัดการวิสาหกิจชุมชน 4.67 0.59 มากที่สุด
เฉลี่ยรวมด้านเศรษฐกิจ 4.78 0.49 มากที่สุด
สรุปบ้านหนองโนใต้ยกระดับเป็นหมู่บ้านราชภัฏมีคุณภาพชีวิตพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ โดยมีคุณภาพชีวิต โดยรวมมากที่สุด X ̅ = 4.78, S.D. = 0.49 พิจารณาคุณภาพชีวิตรายด้านพบว่าคุณภาพชีวิตของหมู่บ้านราชภัฏบ้านหนองโนใต้ เรียงลำดับ 1 –3 ดังนี้ X ̅ = 4.81 S.D. = 0.48, X ̅ = 4.78 S.D. = 0.46, X ̅ = 4.77, S.D. = 0.53
|
| รูปภาพผลสัมฤทธิ์ |
 |
 |
 |
| การนำไปใช้ |
| การดำเนินโครงการนำใช้นวัตกรรมชุมชนก่อให้เกิดประโยชน์
คณะผู้วิจัยได้จัดสนทนากลุ่มกับประธานกลุ่ม และสมาชิกกลุ่มทอผ้าฝ้าย ปราชญ์ชุมชน และนักวิชาการ เพื่อถอดบทเรียนจากการได้รับองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำใช้พัฒนาบ้านหนองโนใต้มีผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรงด้านเศรษฐกิจ คือ
ด้านเศรษฐกิจ
1. มีแหล่งเรียนรู้หนองโนใต้รุ่งเรือง 1 แห่งที่ปลอดภัยและสวยงามส่งเสริมอาชีพเสริมการทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ
2. มีรายได้จำหน่ายผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติได้เดือนละ 30,000 บาท/เดือน และจำหน่ายเนื้อครามปี๊บละ 3,550 บาท และมีรายได้ 35,500 บาท/ปี
3. การลดรายจ่ายของสมาชิกในกลุ่ม มีปัจจัยการผลิตฝ้ายและน้ำคราม ไม่ต้องซื้อจากตลาดและลดรายจ่ายด้านการบริโภคอาหารปลอดภัย เพาะปลูกพืชผักแบบ GAP ในแต่ละครัวเรือนและชุมชน
|
| เเนวปฏิบัติที่ดี |
| 3.5.1 หมู่บ้านราชภัฏที่พึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจคือบ้านหนองโนใต้ มีจุดเด่นของการพัฒนานำใช้เป็นต้นแบบได้ทั้งด้านการทอผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติและการแปรรูปผ้า การสร้างตลาดเครือข่ายและเป็นแหล่งเรียนรู้ได้รับการยอมรับในระดับชุมชนและจังหวัดสามารถเป็นหมู่บ้านต้นแบบขยายผลในปีที่ 2 – 3 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามในโอกาสต่อไปและใช้เป็นสถานฝึกประสบการณ์ของนักศึกษากับผู้ประกอบการเข้าสู่การพัฒนานักศึกษาเป็นผู้ประกอบการได้
3.5.2 การนำใช้ประโยชน์นวัตกรรมชุมชน องค์ความรู้ สื่ออุปกรณ์ เทคโนโลยี วิทยากรตัวคูณ และผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากผลการพัฒนาสามารถใช้ขยายผลต่อยอดประยุกต์ใช้กับการเป็นวิทยากรตัวคูณปราชญ์ชุมชนเป็นแกนนำสำคัญจำนวน 6 คน เป็นต้นแบบคนสำคัญด้านการทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติการแปรรูปผ้าฝ้ายการตลาดและการสร้างเครือข่ายขยายผลส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านอื่น ๆ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชนเป็นต้น
|
| รูปภาพผลงาน |
 |
|
ที่มา |
|
คณะครุศาสตร์ |