KM

ด้านที่ 2 การผลิตบัณฑิตสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : บัณฑิตคนพิการสู่ความเป็นเลิศ 1 เดียวของประเทศไทย
ชื่อเจ้าของผลงาน : ดร.วัชรินทร์ สุทธิศัย, ดร.สิทธิพรร์ สุนทร, อ.ธัณฏิกานต์ คำวิเศษธนธรณ์, อ.สดใส ธรรมรัตน์, รศ.ดร.ประ
ความคิดริเริ่ม
3.1.1 พ.ศ.2563 นโยบายอธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมสนับสนุนหลักสูตรที่มีความต้องการพัฒนาเป็นหลักสูตร WIL (Work Integrated Learning) หรือบูรณาการการเรียนการสอนกับการทำงาน 3.1.2 หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการท้องถิ่นและการบริหารการพัฒนา มีการพัฒนาด้วยแนวคิดใหม่ เป็นแห่งเดียวในศาสตร์รัฐประศาสนศาสตร์ ประเทศไทย โดยใช้กรอบ มคอ.1 และแนวคิดประสมของศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจ สาขาวิชากฎหมาย สาขาเศรษฐศาสตร์ และใหม่เอี่ยมข้ามศาสตร์ คือ สาขาคนพิการทุกประเภท และใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาท้องถิ่น 3.1.3 ใช้รูปแบบ WIL แบบสหกิจศึกษา ออกแบบการฝึกระหว่างเรียนแบบ Active Learning ในรูปสมรรถนะ (Action + Object + Qualifying) เพื่อผลัก Learning Outcomes (LO) (ภาคผนวก ซ มคอ.02) ตามความคาดหวังของหลักสูตร (Expected Learning Outcomes : ELO) แต่ละชั้นปีที่ 1-4 3.1.4 มีการใช้ ผลลัพธ์การเรียนรู้ (LO Matrix) ผ่านทักษะการเรียนรู้ทั้ง 5 ทักษะ 3.1.5 มีการใช้ กลยุทธ์ WIL (WIL Strategies) เรียนทฤษฎี 2 ปี ครึ่ง และฝึกงาน 1 ปี 1,680 ชั่วโมง 3.1.6 มีสหกิจศึกษาปฏิบัติงานในการฝึก 2 รูปแบบ 1) ฝึกปฏิบัติในองค์การ และ 2) การปฏิบัติเชิงพื้นที่และเจ้าของกิจการ 3.1.7 มีการบรรจุในการทำงานหรือฝึกงานเฉพาะตำแหน่ง (Placement or Practicum) หรือ Project based Learn) 3.1.8 มีระบบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการฝึกงาน 20 แห่ง 3.1.9 ใช้วิธีการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) คือ นักศึกษาคนพิการหรือมีความบกพร่องเข้าเรียนในระบบการศึกษาปกติ ร่วมกิจกรรมปกติเหมือนนักศึกษาคนปกติตั้งแต่ต้นจนสำเร็จการศึกษา 3.1.10 ใช้วิถีชีวิตอิสระ (Independent Life) คือ การดำรงชีวิตคนพิการที่สามารถดูแลตนเองและทำได้เหมือนหรือใกล้เคียงคนปกติ โดยสามารถดำรงชีวิตประจำวันของตนได้ โดยไม่พึ่งพาหรือลดการพึ่งพาบุคคลอื่น
เเรงบันดาลใจ
ซึ่งผลงานสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตน คน งาน ชุมชนสังคมและมหาวิทยาลัยแก่คนพิการและ คนปกติได้อย่างชัดเจน ในการทำให้เห็นว่าการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสาขาวิชาการบริหารจัดการท้องถิ่นและ การบริหารการพัฒนา นั้น สามารถสร้างความรู้และงานให้กับคนพิการได้จริง อาชีพเกิดขึ้นหรือพัฒนาต่อยอดจากการฝึกงาน 49 อาชีพ เช่น รหัส 63 อาชีพทำเครื่องน้ำหอม ของนางสาวจันทนา วิชระสัมพันธ์ อาชีพการแปรรูปปลา นางสาวสุเมตา มณีรัฐ อาชีพการแปรรูปขนม นางสาวชนากานต์ ยุทธนา การฝึกงานธุรการ HR โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ของนางสาวจิราพร เชื้อสวัสดิ์ อาชีพบาริสต้า ร้านกาแฟยิ้มสู้ ของนางสาววิภาวรรณ คันใจ และการทำไร่นาสวนผสมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของนายฤทธิชัย สดใส เป็นต้น
ขั้นตอน
3.2.1 ก่อนเรียน หลักสูตรจะมีการติดต่อประสานงานนักศึกษาทุกคนที่สมัครเรียนและเข้าศึกษาของหลักสูตร เพื่อขอทราบรายละเอียด ทั้งคนปกติและคนพิการ โดยเฉพาะคนพิการจะต้องมีข้อมูลเบื้องต้นก่อนเรียน ว่ามีความพิการประเภทใด เช่น พิการทางการได้ยิน พิการทางการเคลื่อนไหว เป็นต้น เพื่อจัดเตรียมการดูแล 1) จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลของนักศึกษา 2) พูดคุยประสานงานผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาเตรียมการ เช่น กรณีนางสาวจินตประภา สายยา นักศึกษารหัส 64 จากจังหวัดศรีษะเกษ มีความพิการทางการเคลื่อนไหวในเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในการยกตัวหรือเมื่อคอพับลง ผู้ปกครองจะต้องมาดูแลเบื้องต้น และมีมูลนิธิฯ ช่วยดูแล ทางหลักสูตรก็จะเตรียมให้ผู้ปกครองดูแลระยะต้น และจัดนักศึกษาที่ได้ทุนจ้างงาน ม.35 ที่ช่วยงานของหลักสูตรเข้าไปดูแล 3) หลักสูตรจะมีการเตรียมที่พัก (ทุน สป.อว.) ให้และการเข้าไปดู case-by-case เช่น กรณีรหัส 66 จะมีนักศึกษาคนพิการทางการเรียนรู้และออทิสติก ที่มีการเรียนรู้ช้า 2 ราย ก็จะมีการเตรียมอาจารย์ เจ้าหน้าที่ในการดูแล 4) เอกสาร หนังสือ ตำรา ห้องเรียน อุปกรณ์อื่น ๆ จะมีการเตรียมการล่วงหน้า 3.2.2 ระหว่างเรียน 1) กรณีชีวิตประจำวัน หลักสูตรจะดำเนินการตามข้อ 3.2.1 ด้วยการมีคณาจารย์ดูแลเป็นรายบุคคล และช่วยกันในภาพรวมทุกคนที่เป็นคนพิการที่เรียนในหลักสูตร เช่น การเข้าไปช่วยดูแลในการใช้ชีวิตประจำวันอาหารการกิน ที่พัก การซักเสื้อผ้า นักศึกษาคนใดอยู่ด้วยตนเองได้แล้วก็จะปล่อยและให้ดูแลตนเอง หรือเพื่อนๆ เพื่อสร้างวิถีชีวิตอิสระให้แต่ละคน ทั้งที่อยู่หอในและหอนอก 2) กรณีการเรียน จะแยกเป็น 2 กรณี คือ 2.1) กรณีนั่งวีลแชร์ จะมีทีมงานนักศึกษาคอยดูแลหรือยกขึ้นตึกกรณีเป็นตึกไม่มีทางขึ้น และจัดที่นั่งด้านหน้าเพื่อให้นั่งเรียนในวีลแชร์ได้ รวมถึงห้องน้ำถ้าเกิดกรณีจำเป็นจะมีคณาจารย์และเพื่อนๆ ดูแล 2.2) กรณีพิการอย่างอื่น นักศึกษาจะนั่งเรียนร่วมกับเพื่อนได้ทุกจุด แต่จะมีกรณีการเรียนรู้ช้ากว่าปกติ จะมีการนำมาสอนมาติวหรือฝึกเขียนเพิ่มเติม เช่น กรณีรหัส 66 จำนวน 2 คน คือ นายธีรภัทร์ นันทจันทร์ และนายจิราธิวัฒน์ จงวัฒนา ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนราชูทิศ 2 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเราทราบข้อมูลตามข้อ 3.2.1 ก่อนแล้ว ก็จะดำเนินการฝึกเฉพาะลงไปในแบบ IEP 3) กรณีกิจกรรมทั้งระดับหลักสูตร คณะ และมหาวิทยาลัย หลักสูตรจะเน้นให้ช่วยเหลือตัวเองเป็นหลัก กรณีจำเป็นจริงถึงจะให้การช่วยเหลือ เช่น กรณีวีลแชร์ 2 ราย ศึกษาดูงานรัฐสภา บริษัท TPIPL และชลบุรี ก็จะมีการช่วยเหลือกรณีที่ต้องขึ้นหรือข้ามเรือ จะมีคณะทีมชุมนุมคอยดูแลเท่าที่จำเป็น หรือกรณีคนพิการทางการได้ยินก็จะ มีล่าม คอยอำนวยความสะดวก แต่ร่วมงานทุกอย่างเหมือนคนปกติ ไม่ว่าจะอบรม สัมมนา ดูงาน แข่งกีฬา เป็นต้น 3.2.3 จะสำเร็จการศึกษาและสำเร็จการศึกษา 1) กรณีการทำปริญญานิพนธ์หรืองานวิจัย และการเขียนบันทึกการฝึก WIL หลักสูตรจะมีการใช้คนที่เป็นพี่เลี้ยงประจำหน่วยฝึกช่วยดูแล โดยการทำความเข้าใจเนื้องาน และสร้างช่องทางพิเศษในการเข้าไปดูแล เช่น มีอาจารย์นิเทศ อาจารย์ประจำรายบุคคล และติดตามเป็นเคส ๆ และจัดการปัญหาและช่วยเหลือถึงตัวหรือบ้านนักศึกษา จนทำให้สามารถผลักการฝึกและงานเป็นรูปเล่มได้ 2) การฝึกงานจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส หรือระยะ 2.1) โดยระยะที่ 1 เป็นการฝึกค้นหาความรู้ ข้อมูลและองค์ความรู้และสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อปรับฐานทฤษฎีสู่การฝึกปฏิบัติ (Active Learning เสริมสมรรถนะ (Action + Object + Qualifying) ผลัก Learning Outcomes (LO) ตามความคาดหวังของหลักสูตร (Expected Learning Outcomes : ELO) ชั้นปีที่ 1-3 สู่ชั้นปีที่ 3-4) 2.2) ระยะที่ 2 การฝึกวิเคราะห์ในกรอบ 4 กรอบ (1.การวิเคราะห์ SWOT 2. การปฏิบัติสู่ความเป็นเลิศ (Best Practice) 3.การจัดการความรู้ (Knowledge Management) และ 4. การพัฒนาและนวัตกรรม (Development and Innovation) 2.3) ระยะที่ 3 สู่การแข่งขันและชัยชนะเหนือคู่แข่ง ระยะนี้จะนำข้อ 2.1) 2.2) มาใช้จริงและปฏิบัติจริง เรียกว่า ภาคสนาม เป็นการฝึกปฏิบัตแบบลงสู่ตลาดจริงและแข่งขันจริง เพื่อผลลัพธ์ LO สุดท้าย คือ การพัฒนาและนวัตกรรมทางอาชีพที่เหนือคู่แข่งขัน นักศึกษาจะสรุปออกมาเป็นปริญญานิพนธ์รูปเล่มสุดท้าย ซึ่ง ปี 2566 มีเล่มทั้งหมด 49 เล่ม หรือผลงาน 49 ชิ้น ก.ตัวบ่งชี้ความรู้ คือ เล่มปริญญานิพนธ์ และอาชีพที่เกิดขึ้นหรือต่อยอดทั้ง 49 อาขีพ/ราย ข. การสร้างและแสวงหาความรู้ ตาม ข้อ 3.2.1-3.2.3 ค. การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ กระบวนการตาม 3.2.1-3.2.3 ง. การประเมินผลและกลั่นกรองความรู้ ใช้ฐานทฤษฎีสู่การฝึกปฏิบัติ (Active Learning) สู่ Learning Outcomes (LO) ตามความคาดหวังของหลักสูตร (Expected Learning Outcomes : ELO) ชั้นปีที่ 1-3 สู่ชั้นปีที่ 3-4 จ. การเข้าถึงความรู้ ตามข้อ 3.2.1-3.2.3 ทำทั้งก่อน-ระหว่าง-สำเร็จการศึกษา ผลักดันฝ่าย AL LO ELO ทุกกระบวนการ ซึ่ง WIL เน้นการเรียนการสอนกับการทำงานที่มีการฝึกปฏิบัติถึงความรู้และนำไปใช้ ทุกรายวิชา ฉ. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วยหลักของ WIL ในทุกรายวิชาจะเป็นลักษณะที่เน้น LO ELO จึงทำให้มีการทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ฝ่าย ตลอดเวลาทุกรายวิชา คือ ผู้สอน+นักศึกษา+ผู้ประกอบการ ช. การเรียนรู้ คือ LO และ ELO ที่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในแต่ละชั้นปี ในลักษณะแบบ Learning Metrix
ผลสัมฤทธิ์
3.3.1 องค์ความรู้ทางวิชาการหรือผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น คือ คนพิการสามารถเรียนรู้และพัฒนาเสมือนคนปกติ ในศาสตร์อื่น คือ รัฐประศาสนศาสตร์หรือศาสตร์การบริหารจัดการ โดยไม่จำเป็นหรือจำกัดเพียงการศึกษาพิเศษ 3.3.2 องค์ความรู้ทางนโยบาย คือ นโยบายมหาวิทยาลัยที่ทำให้เกิดหลักสูตร WIL และเปิดโอกาสให้หลักสูตรที่ไม่ใช่ศาสตร์คนพิการ สามารถเรียนและสำเร็จการศึกษาได้ สร้างอาชีพสร้างโอกาสในสังคมชุมชน องค์กร ตนเองและครอบครัวได้ ด้วยวิถีชีวิตอิสระ การช่วยเหลือตนเองได้ทั้งระบบคิด ทำและการประเมินตนเองได้อย่างดี 3.3.3 องค์ความรู้หรือสัมฤทธิ์ผลในการปฏิบัติ คือ การจับต้องได้ มีบัณฑิตจบในปี 2566 ที่เป็นคนพิการ 49 คน มีอาชีพที่พัฒนาต่อยอดหรืออาชีพขึ้นทั้งภาครัฐ เอกชน และเจ้าของกิจการ จำนวน 49 ราย หลักฐาน สามารถเข้าถึงได้บางส่วน 1) เล่มปริญญานิพนธ์ สำนักงานชั้น 9 ห้อง 150906 โดยท้ายภาคผนวกจะมี สถานที่เพจหรือลิงค์ให้เข้าถึงได้ เช่น นายถุงเงิน มีบุญ เจ้าของ Page facebook : วิจิตรบารมี https://www.facebook.com/profile.php?id=100062043645609 หรือนายณัฐชนน บุญสาร เจ้าของร้าน garden bouse happy ช่อง Bluedong123 ใน Shopee หรือนายพงษ์สุริเยร ชูแช่ม เจ้าของ Page facebook : สิชลมัดย้อม ขายบนออนไลน์ หรือนางมณีรัตน์ ธรรมโม Page facebook : วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาสตรีบานดอนข่า เป็นต้น 2) เพจ รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต-การบริหารจัดการท้องถิ่นและการบริหารการพัฒนา-wil
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
3.4.1 นักศึกษา สามารนำไปใช้ประโยชน์กับการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรและสาขาวิชาอื่นได้ ในกระบวนการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติ การจัดกิจกรรมต่างๆ ก่อนเรียน-ระหว่างเรียน-สำเร็จการศึกษา โดยเฉพาะกระบวนการ LO และ ELO และที่สำคัญคือ การสร้างคนพิการให้มีวิถีชีวิตอิสระและดูแลช่วยเหลือตนได้ 3.4.2 บุคลากร ในองค์กรสามารถใช้ประโยชน์และขยายผลได้ ด้วยการนำไปเป็นต้นแบบ หรือนำส่วน ที่ดีและแตกต่างไปใช้ในการพัฒนากระบวนการสร้างสมรรถนะคน อาชีพและทักษะทั้ง 5 ทักษะให้เกิดความสมบูรณ์ในตัวคนพิการ และบุคลากรคนปกติได้ใช้ชีวิตร่วมอย่างเข้าใจ 3.4.3 องค์กร เป็นผลลัพธ์ที่เป็นเป้าหมาย โดยเฉพาะคนที่ฝึกงานและสร้างสมรรถนะในรูปแบบที่ 1 การฝึกปฏิบัติเชิงองค์การและการแข่งขัน ทำให้สร้างโอกาสให้หน่วยงาน องค์กรภาครัฐและภาคเอกชน มีศักยภาพ ในการแข่งขันและสร้างชัยชนะให้องค์กรของตน ผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์, SWOT Analysis, Best Practice, KM และ Innovation ทำให้เกิดการทำงานร่วมและอยู่ร่วมกันในองค์กรได้ 3.4.4 ชุมชน และสังคม ซึ่งโดยในอดีตที่ผ่านมา คนพิการในความจำและรู้สึก คือ คนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนได้ รอรับการดูแล และเป็นภาระของคนปกติ ชุมชนและสังคม การใช้ประโยชน์ในประเด็นนี้ เป็นการเปลี่ยนมิติหรือทัศนคติใหม่ ที่คนพิการเป็นคนดูแล ช่วยเหลือและมีรายได้เลี้ยงตนและคนปกติหรือครอบครัวได้ ด้วยความรู้ ความสามารถ สมรรถนะ และอาชีพในองค์กร หรือสร้างอาชีพของตนได้ พิสูจน์ได้จาก 49 รายที่สำเร็จการศึกษาและอีก 20 กว่ารายที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1-3 ของสาขาวิชาการบริหารจัดการท้องถิ่นและการบริหารการพัฒนา 3.4.5 มหาวิทยาลัย ใช้ประโยชน์ได้ทั้งเป็นตัวชี้วัด นโยบายของ สป.อว. มาตรฐานต่าง ๆ ในการให้โอกาสคนพิการได้ศึกษา เรียนและมีทุนเรียนฟรีในระดับปริญญาตรี เป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบได้ หัวใจสำคัญ คือ เป็นมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่หรือท้องถิ่นได้ ด้วยการบริการทุกเพศ ทุกวัย ศาสนา เชื้อชาติและไม่แบ่งแยกคนพิการ คนบกพร่องในสังคม
เเนวปฏิบัติที่ดี
3.5.1 ขยายผลหรือเครือข่ายระดับบุคคล Best Practice ในเรื่องการพัฒนาคนพิการให้ดูแลช่วยเหลือตนในการใช้ชีวิตประจำวันได้ ด้วย หลักวิถีชีวิตอิสระ (Independent Life) 3.5.2 ขยายผลหรือเครือข่ายระดับนักศึกษา Best Practice ในเรื่อง ทุนพิการเรียนฟรีที่ดูแลครบวงจรตั้งแต่แรกเข้าจนสำเร็จการศึกษา และมีระบบพัฒนาการเรียนแบบ Case-by-Case และการสอนเฉพาะแบบ IEP 3.5.3 ขยายผลหรือเครือข่ายระดับองค์กร ชุมชนและสังคม ทำให้เห็นถึงศักยภาพคนพิการสามารถพัฒนาตนเอง การช่วยเหลือตนเอง การสร้างอาชีพ รายได้และทำงานเหมือนคนปกติ 3.5.4 ขยายผลหรือเครือข่ายระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรต้นแบบการเรียนรวมและ LO, ELO, WIL, IEP
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์