KM

ด้านที่ 2 การผลิตบัณฑิตสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : การพัฒนานักศึกษาไอทีพันธ์ใหม่สู่ความเป็นเลิศ
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์ ดร.วีระพน ภานุรักษ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความคิดริเริ่ม
1) คิดสร้างหลักสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์ต่อสถานประกอบการ โดยการเก็บข้อมูลความต้องการจริงจากสถานประกอบการ แล้วพัฒนานักศึกษาให้ตรงกับความต้องการนั้น 2) คิดกระบวนการจัดการเรียนการสอนใหม่เพื่อสร้างและพัฒนาทักษะนักศึกษาให้เก่งและเชี่ยวชาญมากขึ้น 3) คิดกระบวนการพัฒนานอกห้องเรียน เพื่อให้นักศึกษามีความชำนาญมากขึ้น ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ 4) แสวงหาสถานประกอบการเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาด้านวิชาการ 5) สร้างเครือข่ายศิษย์เก่าให้มีความเข็มแข็ง มีจิตอาสา กลับมาอบรมสอนน้องๆให้เก่ง 6) ส่งนักศึกษาเข้าทำงานให้ครอบคลุมพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เพื่อสร้างชุมชนโปรแกรมเมอร์ไอทีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ที่คอยช่วยเหลือกันระหว่างพี่กับน้องเวลาปฏิบัติสหกิจศึกษาและการทำงาน
เเรงบันดาลใจ
แรงบันดาลใจ 1) การที่ถูกมองว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นรอง เวลาส่งนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์หรือทำงานในสถานประกอบการ จะถูกเลือกในลำดับสำรองต่อจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยเฉพาะตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ในธนาคาร ส่วนมากจะไม่รับนักศึกษาที่จบจากกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2) การได้เห็นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ดีใจเวลานักศึกษารับปริญญา ทำให้รู้สึกว่า การที่ลูกได้เรียนสำเร็จมีค่าแห่งความภูมิใจมากแค่ไหน 3) การได้เห็นผู้ปกครองแสดงความดีใจอย่างมากเมื่อได้เห็นว่า ลูกได้เข้าทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษา 4) การได้เห็นนักศึกษาที่เรียนไม่จบ แล้วตกงาน ผู้ปกครองเสียใจที่ลูกเรียนไม่จบ หรือจบแล้วไม่มีงานทำ
ขั้นตอน
1. ศึกษาความต้องการของสถานประกอบการ โดยการเก็บข้อมูลจริงจากสถานประกอบการ ในช่วงการออกนิเทศสหกิจศึกษาจะมีแบบฟอร์มสอบถามความต้องการให้กับสถานประกอบการได้กรอกข้อมูล นอกจากนั้นก็มีการสัมภาษณ์แลกเปลี่ยนแนวคิด รวมถึงการเชิญสถานประกอบการมาประชุมแลกเปลี่ยนความต้องการ มีการเสนอข้อตกลงในการร่วมมือในการพัฒนานักศึกษา จนเป็นที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถานประกอบการ จำนวน 12 หน่วยงาน 2. วิเคราะห์ความต้องการของสถานประกอบการ นำข้อมูลที่ได้จากสถานประกอบการมาทำการวิเคราะห์ โดยการเรียบเรียงเนื้อหาจากง่ายไปหายาก และพิจารณาว่าเนื้อหาไหนที่สาขาวิชาสอนได้ เนื้อหาไหนที่ไม่สามารถสอนได้ ในกรณีที่เนื้อหาเฉพาะที่ทางสาขาวิชาสอนไม่ได้ จะเชิญวิทยากรจากสถานประกอบการที่ร่วม MOU มาเป็นวิทยากรในการอบรมและบรรยาย 3. ออกแบบการจัดการเรียนและการพัฒนานักศึกษา ทำการออกแบบหลักสูตรตาม มคอ.2 โดยปรับรายวิชาและเนื้อหาในรายวิชาให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ / ออกแบบกระบวนการพัฒนานอกห้องเรียนทั้งในรูปแบบออนไซต์ และรูปแบบออนไลน์ เพื่อเสริมทักษะด้านวิชาชีพให้กับนักศึกษา 4. ดำเนินการยกระดับนักศึกษาสู่ความเป็นเลิศ 4.1 การจัดการเรียนการสอน โดยเรียบเรียงเนื้อหาจากง่ายไปหายาก โดยเน้นกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative learning) และการเรียนรู้แบบพึ่งพากัน โดยเมื่อนักศึกษาคนไหนที่สามารถทำได้ตามที่อาจารย์สาธิตแล้ว ให้ดูเพื่อข้างๆว่าทำได้ไหมถ้าทำไม่ได้ให้ช่วยเหลือแลกเปลี่ยนกัน จากนั้นให้ลูกจากโต๊ะเพื่อไปแสวงหาเพื่อนที่ยังทำไม่ได้เพื่อเข้าช่วยเหลือและแลกเปลี่ยน ถ้ายังแก้ไขไม่ได้ ให้ยกมือถามอาจารย์ผู้สอน เมื่อผู้สอนแก้ไขให้เป็นตัวอย่างแล้วก็ให้เดินต่อไป ช่วยเหลือกันจนกว่าจะได้ครบทั้งห้อง ค่อยขึ้นเนื้อหาต่อไป 4.2 การอบรมพี่สอนน้อง เป็นกิจกรรมสำหรับมอบหมายให้พี่ปี 3 นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้เรียนมา มาอบรมให้กับน้องๆปี 1 นอกเวลาเรียน เพื่อให้รุ่นพี่ได้ศึกษาเตรียมตัวยกระดับตัวเองเป็นวิทยากรได้ และสร้างความสัมพันธ์กับน้องๆปี 1 ให้สนิทสนมกัน นอกจากนี้แล้วน้องๆปี 1 ที่เรียนไม่ทันก็จะมีความรู้สึกว่า เวลาติดปัญหาก็จะมีพี่ๆ คอยให้ความช่วยเหลือแนะนำ 4.3 การอบรมโดยอาจารย์ เป็นการอบรมเสริมบางหัวข้อที่นักศึกษารุ่นพี่ปี 3 ยังไม่สามารถอบรมให้กับปี 1 ได้ อาจารย์จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรอบรม เฉพาะเนื้อหาที่นักศึกษาเรียนไม่ทัน หรือเป็นเนื้อหาใหม่ๆ เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมในการเตรียมตัวเรียนในระดับที่สูงขึ้นไป อีกทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างอาจารย์และนักศึกษานอกห้องเรียนอีกด้วย 4.4 การอบรมโดยศิษย์เก่า เป็นการจัดอบรมโดยเชิญศิษย์เก่าที่ทำงานในสถานประกอบการชั้นนำของประเทศ ที่มีประสบการณ์แล้ว กลับมาอบรมให้กับน้องๆ โดยนำเอาความรู้ที่ตัวเองได้ใช้งานจริงในสถานประกอบการมาถ่ายทอดให้กับน้องๆ แล้วเชิญชวนน้องๆให้เข้าไปทำงานที่สถานประกอบการที่ตนเองทำอยู่ และเมื่อน้องๆเข้าไปฝึกงานแบบสหกิจศึกษา ก็จะมีพี่ๆศิษย์เก่าคอยให้ความช่วยเหลือเวลาติดปัญหาทั้งในเรื่องงานและการสัมภาษณ์งานอีกด้วย 4.5 การอบรมโดยสถานประกอบการ เป็นการเชิญวิทยากรจากสถานประกอบการที่ร่วม MOU มาเป็นวิทยากรอบรมให้ตามหัวข้อที่สถานประกอบการต้องการรับนักศึกษาเข้าฝึกงานหรือทำงาน ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสาขาวิชา นักศึกษาและสถานประกอบการ อีกทั้งมีการทดสอบวัดมาตรฐานด้านวิชาชีพ จากองค์กรวิชาชีพ เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐาน ทำให้นักศึกษามีโอกาสในการทำงานต่อได้สูงขึ้น 5. ประเมินผล มีการประเมินผลอยู่ 2 ระยะ ได้แก่ 5.1 การประเมินผลตอนส่งนักศึกษาออกปฏิบัติสหกิจศึกษา ซึ่งจะได้รับการนิเทศจำนวน 2 ครั้ง คือช่วงเดือนที่ 1 และช่วงเดือนที่ 3 ของระยะเวลาในการฝึกงานแบบสหกิจศึกษา 4 เดือน ผลการประเมินจากสถานประกอบการ ร้อยละ 95 ต้องการรับนักศึกษาทำงานต่อ หลังฝึกงานแบบสหกิจศึกษาเสร็จสิ้น 5.2 การประเมินตอนสำเร็จการศึกษา คือการส่ง Resume สมัครงาน ซึ่งนักศึกษาที่ผ่านกระบวนการพัฒนาตามแนวทางไอทีพันธ์ใหม่ จะได้งานทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100
ผลสัมฤทธิ์
องค์ความรู้ 1) เป็นนักพัฒนาระบบทั้งแอปพลิเคชันบนเว็บและบนโมบาย 2) เป็นนักพัฒนาระบบฝั่ง Back-end 3) เป็นนักพัฒนาระบบฝั้ง Front-end 4) เป็นนักพัฒนาระบบแบบครบวงจร Full Stack Developer 5) เป็นนักทดสอบระบบ ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการ 1) Ready to work นักศึกษามีความรู้และทักษะที่พร้อมทำงานได้ทันทีในสถานประกอบการชั้นนำระดับประเทศ 2) Ready to Learn นักศึกษามีความพร้อมในการเรียนรู้ แม้เจอสถานการณ์ใหม่ สิ่งใหม่ๆ ก็สามารถศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และทำงานจนสำเร็จ 3) Flexibility and Adaptability นักศึกษามีความยืดหยุ่นและปรับตัวเข้ากับองค์กรได้เป็นอย่างดี 4) สถานประกอบการรับนักศึกษาเข้าทำงานต่อเนื่องหลังสำเร็จการฝึกงานแบบสหกิจศึกษา (จบแล้วมีงานทำทันที) 5) นักศึกษาสามารถเข้าทำงานที่บริษัทได้ ตั้งแต่จบปี 3 เป็นต้นไป โดยรับเงินเดือนจากสถานประกอบการ หรือมีเงินเดือนในขณะที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 (นายธีรพงษ์ เต็มปักศรี นศ.รหัส 633170010224 (กำลังจะขึ้นปี 4) ทำงานเมื่อเดือน กรกฎาคม 2566 ตำแหน่ง : Programmer Analyst บริษัท K.Stone Corporation LTD. On-site ที่ AIS เริ่มต้นเงินเดือน 23,000 บาท ต่อเดือน) 6) มีจำนวนนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในสาขาวิชา เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ทุกปี (เป้าหมายปีละ 60 คน)
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
1) นักศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนและการได้รับการพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 2) นักศึกษามีโอกาสในการเลือกสถานประกอบการเพื่อเข้าทำงานหลังสำเร็จการศึกษา 3) นักศึกษาได้รับการช่วยเหลือ ทั้งในขณะที่กำลังเรียน ขณะที่ฝึกสหกิจศึกษา และหลังที่ได้งานทำแล้วก็สามารถได้รับการช่วยเหลือ
เเนวปฏิบัติที่ดี
1) กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยกระบวนการศิษย์เก่าสอนน้อง เป็นการนำศิษย์เก่ามาอบรมทักษะทางด้านการเขียนโปรแกรมให้กับน้องๆ โดยนำความรู้จากสถานประกอบการที่ตัวเองทำงานอยู่ มาสอนน้องเสมือนสอนงานจริงๆ ทำให้เวลาน้องๆไปฝึกงานแบบสหกิจศึกษา สามารถทำงานได้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ 2) การสร้างวัฒนธรรม “ครอบครัวไอที” เพื่อสร้างความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา เพื่อเป็นการให้คำปรึกษา แก้ปัญหา แนะนำและพัฒนาทักษะทางด้าน Soft Skill ให้กับนักศึกษา ให้สามารถปรับตัวได้อย่างดีในการอยู่ในองค์กร อาจารย์ในสาขาจะทำหน้าที่เสมือนพ่อแม่ของนักศึกษา และนักศึกษาจะเรียกอาจารย์ในสาขาว่า อาจารย์พ่อ อาจารย์แม่ ซึ่งเป็นการสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับนักศึกษา
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ