KM

ด้านที่ 1 บริการวิชาการสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น
ชื่อผลงาน : การพัฒนาแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮีเพื่อกา
ชื่อเจ้าของผลงาน : รองศาสตราจารย์ ดร.ประสพสุข ฤทธิเดช อาจารย์สายใจ เพ็งที อาจารย์ ดร.เกรียงไกร นามนัย ผู้ช่วยศาสตร
ความคิดริเริ่ม
คณะผู้ดำเนินโครงการได้แรงบันดาลใจในการบริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งโครงการการพัฒนาแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ บ้านหนองฮีเพื่อการพึ่งตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เกิดจากปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาประเทศไทย ได้จัดกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่ 3 เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นเชิงพื้นที่โดยการใช้การบริการวิชาการแก่สังคม เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนท้องถิ่น ได้รับการพัฒนาบนฐานแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้องค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยน้อมนำพระบรมราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งพระองค์ท่านได้สืบสาน รักษาและต่อยอดแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้มหาวิทยาลัยได้พัฒนาท้องถิ่นทำงานเข้าเป้าหมาย โดยรู้จักท้องที่ท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ตามพระบรมราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่10 ได้ดำเนินงานพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่บริการวิชาการ 13 อำเภอ จังหวัดมหาสารคาม การพัฒนาท้องถิ่นด้วยการบริการวิชาการ 13 อำเภอ จังหวัดมหาสารคาม ต้องสอดคล้องตามที่พบปัญหาและความต้องการแก้ไขปัญหาคณะดำเนินโครงการได้นำแนวทางที่กล่าวมาข้างต้นดำเนินโครงการบริการวิชาการสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ.2566 – 2570 พ้องกับแผนยุทธศาสตร์ จังหวัดมหาสารคาม พ.ศ.2566 -2570 โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตการพึ่งตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนมีความมั่นคงและมั่งคั่ง ดังที่พระราชบัญญัติการอุดมศึกษาไทยของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ระบุการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและคนไทยได้เรียนรู้ในระบบและนอกระบบตลอดชีวิต (Lifelong learning) เพื่อคนไทยมีสมรรถนะ Up-Skill ต่อสาขาวิชาชีพต้องการเพิ่มพูนสมรรถนะที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อนำสู่การประกอบอาชีพวิถีใหม่ตามการพัฒนาประเทศไทยในยุค 4.0 เช่นเดียวกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี มีอาชีพการทำนาปลูกข้าวได้พัฒนาการปลูกข้าวเหนียว กข 6 ได้รับรองมาตราฐานข้าวอินทรีย์แต่มีปัญหาการเพิ่มพูนสมรรถนะแตกต่างไปจากเดิม (Up-skill) ให้มีองค์ความรู้ ทักษะปฏิบัติและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แปรรูปข้าวอินทรีย์มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทเป็นสินค้าข้าวอินทรีย์เข้าสู่การตลาดเพิ่มมูลค่าสร้างอาชีพเสริมและรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี
เเรงบันดาลใจ
ด้วยความสำคัญและปัญหาของการประกอบอาชีพการทำนาปลูกข้าว ตามวิถีใหม่ให้มีคุณภาพชีวิตพึ่งตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน คณะดำเนินโครงการบริการวิชาการจึงได้นำเสนอโครงการ “การพัฒนาแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ บ้านหนองฮีเพื่อการพึ่งตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”
ขั้นตอน
3.2.1 การประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการและการสำรวจพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย คณะดำเนินโครงการได้เข้าร่วมประชุมตามหนังสือแจ้งการประชุมให้มหาวิทยาลัยได้เข้ารับฟังคำชี้แจง การดำเนินโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ผ่านการประชุมแบบออนไลน์ Zoom ซึ่งโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ มีกรอบแนวทางดำเนินงานเพื่อเพิ่มสมรรถนะกำลังคนด้านการผลิตเพื่อตอบโจทย์ของภาคอุตสาหกรรมการอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพโดยให้อาจารย์/บุคลากรที่สนใจนำเสนอโครงการขอรับทุนสนับสนุน ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 มีข้อกำหนดโครงการต้องมีกลุ่มเป้าหมายร่วมโครงการจำนวน 50 คน ทำให้คณะดำเนินโครงการได้ส่งโครงการ เข้าประชุมในกลุ่มการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนขนาดกลาง และขนาดย่อม (SME) ตัวชี้วัดโครงการมีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการและต้องได้รับการยกระดับวิสาหกิจชุมชนมีมาตรฐานสินค้าเพื่อการเกษตร GAP หรือมีผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานอาหารและยา (อย.) คณะดำเนินโครงการได้ส่งโครงการ “การพัฒนาแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี เพื่อการพึ่งตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” ได้รับอนุมัติทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในส่วนการเลือกพื้นที่ใช้เกณฑ์การคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการคือ (1) วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการตั้งอยู่ในเขตบริการวิชาการของเขตปกครอง 13 อำเภอ จังหวัดมหาสารคาม (2) วิสาหกิจชุมชนที่ได้เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ตามนโยบายรัฐบาลของจังหวัดมหาสารคาม ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2565 (3) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ปลูกข้าวได้รับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ (4) มีกลุ่มเป้าหมายวิสาหกิจชุมชนเพศชายและเพศหญิง จำนวน 50 คน มีความรู้การปลูกข้าวอินทรีย์ต้องการเพิ่มพูนสมรรถนะแตกต่างไปจากเดิมสมัครใจเข้าร่วมโครงการ คณะดำเนินโครงการได้ส่งแบบสำรวจพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย 13 อำเภอจังหวัดมหาสารคาม ได้รับการยืนยันเข้าร่วมวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ของจังหวัดมหาสารคาม มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้รับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ บ้านหนองฮี บ้านโนนแคน บ้านลำพลับพลา บ้านเก่าน้อย และบ้านเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิ จังหวัดมหาสารคาม สำหรับกลุ่มเป้าหมายครั้งนี้ได้กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 50 คน ตามเกณฑ์การคัดเลือกของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้กำหนดไว้ ในส่วน 4 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 25 - 40 คน ไม่ตรงตามเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายกำหนดไว้ 50 คน 3.2.2 วัตถุประสงค์โครงการ (1) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี (2) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) จำหน่ายในระบบตลาดได้ 3.2.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยฯ และเครือข่ายภายนอก คณะดำเนินโครงการ ได้ประชุมชี้แจงโครงการกับบุคลากรผู้เข้าร่วมโครงการอาจารย์คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาการการจัดการและเครือข่ายภายนอก ได้แก่ ผู้ประกอบการร้าน Brother Hood จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ได้คณะดำเนินโครงการมีบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย จำนวน 5 คน บุคลากรภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวน 4 คน เป็นคณะดำเนินงานโครงการ จำนวน 9 คน คณะดำเนินโครงการมีบทบาท ได้เข้าไปพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮีเก็บรวบรวมข้อมูลปัญหาและความต้องการพัฒนาแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ บ้านหนองฮี 3.2.4 การวิเคราะห์ข้อมูล คณะดำเนินโครงการได้ใช้เครื่องมือแบบสอบถามปัญหาและความต้องการการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำหน่ายในระบบตลาดมีประเด็นเนื้อหา 4 ด้าน จำนวนตัวบ่งชี้ 22 ข้อ โดยผู้ทรงคุณวุฒิได้ตรวจสอบความสอดคล้องข้อคำถามกับนิยามศัพท์เฉพาะมีความสอดคล้องได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.875 = 0.88 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ตอบแบบสอบถามฯ จำนวน 50 ฉบับ คิดเป็นร้อยละร้อย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ สรุปจากแผนภูมิกราฟวงกลมพบปัญหาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ลำดับที่ 1 – 3 คือ 1) โรงเรือนการผลิตเพื่อให้ได้รับรองแหล่งการผลิตตามาตรฐานอาหารและยา (อย.) ร้อยละ 36 2) ด้านความรู้โภชนาการการแปรรูปข้าวอินทรีย์ ร้อยละ 24 3) การใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมแปรรูปข้าวและวัสดุอุปกรณ์และการแปรรูปข้าวอินทรีย์ ร้อยละ 20 และความต้องการแปรรูปข้าวอินทรีย์มีความต้องการลำดับที่ 1 -3 คือ 1) ขนม/แป้งข้าวเหนียวหรือแป้งข้าวเจ้าร้อยละ 40 2) ข้าวกล้องซีลสุญญากาศ ร้อยละ 30 3) เครื่องดื่มสมุนไพร เครื่องสำอาง เครื่องยาสมุนไพร ร้อยละ 10 และกราฟวงกลมแสดงปัญหาด้านการตลาดและความต้องการตลาด สรุปปัญหาการตลาดปัญหาลำดับที่ 1 – 3 คือ 1) เพจหรือ Facebook ร้อยละ 32 2) ตลาดออนไลน์และเว็บไซต์ ร้อยละ30 และ3) การขายตรงต่อผู้บริโภค ร้อยละ 4 และความต้องการด้านการตลาด พบว่าลำดับที่ 1 – 3 คือ 1) การขายตรงต่อผู้บริโภคกลุ่มไลน์ ตลาดออนไลน์และเพจหรือ Facebook ร้อยละ 30 2) นิทรรศการ/จังหวัดเคลื่อนที่ ร้อยละ 6 3) ตลาดเครือข่ายนาแปลงใหญ่ ร้อยละ 2
ผลสัมฤทธิ์
3.3.3 การแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี การพัฒนาแปรรูปข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 ของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทขนม วิทยากรถ่ายทอดความรู้คือ คุณอุกฤษฏ์ นาเมืองรักษ์ ผู้ประกอบการร้าน Brother Hood จังหวัดมหาสารคาม ได้ต้นทุนเดิมของกลุ่มมีผลิตภัณฑ์ข้าวโป่งดิบ วิทยากรได้นำใช้ข้าวโป่งดิบด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปข้าวโป่งดิบเป็นข้าวโป่งทรงเครื่อง 4 ชนิดคือ ข้าวโป่งทรงเครื่องหน้าพริกเผา - หมูหย็อง ข้าวโป่งทรงเครื่องธัญพืช ข้าวโป่งทรงเครื่องฝอยทอง และข้าวโป่งทรงเครื่องลูกเกด โดยข้าวโป่งทรงเครื่อง 4 ชนิดนี้มีวิธีการผลิต ดังนี้ อุปกรณ์ ถ้วย ชาม ตะกร้อตีไข่ เครื่องชั่ง เตาอบไฟฟ้า วัตถุดิบ เนยสด วานิลา น้ำตาล เกลือ ไข่ไก่ หมูหย็อง ลูกเกด ฝอยทอง ธัญพืช (ถั่วลิสง งาขาว งาดำ กล้วยสุก หรือธัญพืชที่มีในท้องถิ่น) และส่วนผสม ข้าวโป่งทรงเครื่องพริกเผาหมูหย็อง ข้าวโป่งทรงเครื่องธัญพืช ข้าวโป่งทรงเครื่องลูกเกด และข้าวโป่งฝอยทอง มีส่วนผสมที่ได้ทดสอบคุณภาพ มีความคงทนของส่วนผสมตามการวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภัณฑ์จากกลุ่มตัวอย่าง 100 คน ตอบแบบสอบถามจำนวน 100 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 ได้สูตรผลิตภัณฑ์ข้าวโป่งนิยมบริโภค 4 ชนิดดังนี้ 1) ข้าวโป่งอบ 69.90% 2) ข้าวโป่งธัญพืช ลูกเกด หมูหย็อง ฝอยทองแต่ละชนิด 13.96% 3) ไข่ไก่ทาหน้าข้าวโป่งอบแต่ละชนิด 8.55% 4) เนยสด ข้าวโป่งแต่ละชนิด 4.75% 5) อื่นๆ ข้าวโป่งแต่ละชนิด 2.94% การผลิตข้าวโป่งทรงเครื่องพริกเผาหมูหย็อง ลูกเกด ธัญพืชและข้าวโป่งทรงเครื่องฝอยทอง (1) การอบข้าวโป่งแผ่นดิบในเตาอบไฟฟ้า อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ข้าวโป่งสุกนำมาทาหน้าด้วยน้ำไข่ไก่ (2) เตรียมวัตถุดิบโรยหน้าข้าวโป่งทรงเครื่องตามที่ต้องการให้ได้ข้าวโป่งทรงเครื่องชนิดใด ก็เลือกวัตถุดิบตามสูตรผสมการผลิต เมื่อโรยหน้าข้าวโป่งตามวัตถุดิบที่ต้องการ แล้วนำข้าวโป่งทรงเครื่องแต่ละชนิดเข้าเตาอบไฟฟ้าอีกครั้งอบประมาณ 3 นาที ข้าวโป่งสุกได้ข้าวโป่งทรงเครื่อง 4 ชนิด จากการแปรรูปข้าวโป่งแผ่นดิบข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 3.3.4 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้รับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) ประเภทขนม ขั้นการพัฒนา คณะดำเนินโครงการได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม มีบทบาทเป็นหน่วยงานตรวจสอบแหล่งการผลิตคือ โรงเรือนการผลิตให้เป็นแหล่งผลิตอาหารประเภททั่วไปมีมาตรฐานของโรงเรือนตามการขอรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) สำนักงานสาธารณสุข ได้ให้ผู้ทรงคุณวุฒิเภสัชกรหญิงชำนาญการ นางปธิณี อัคนิจ และนายบารมี พลขันธ์ นักวิชาการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเกี่ยวกับการสร้างโรงเรือนแหล่งผลิต และการเตรียมเอกสารเพื่อขอรับรองผลิตภัณฑ์ได้รับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) การใช้เอกสารเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์ต้องวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการของวัตถุดิบข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 มีโภชนาการ โดยห้องปฏิบัติการกลางจำกัดประเทศไทย จังหวัดขอนแก่นเป็นหน่วยงานวิเคราะห์ พบว่าข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 1 กิโลกรัมมีธาตุอาหารดังนี้ ข้าวเหนียว กข.6 มีคุณค่าทางโชนาการคือ Total Antioxidant : 89.98 me eq Trolow/100 g GABA : 0.13 mg/kg B1: 0,10987 mg/100g B2 :0.01862 mg/100g B3 : 0.28086 mg/100g B5 : 0.36187 mg/100g ขั้นตรวจรับรองผลิตภัณฑ์ คณะดำเนินโครงการร่วมกับสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้นำเสนอเอกสารตามรายการบันทึกคำขอรับรองแหล่งการผลิตประเภทอาหารทั่วไปและการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด ได้รับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) ประเภทข้าวและขนม โดยการออกคำขอแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อฝ่ายงานการคุ้มครองผู้บริโภคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566 และได้รับรองแหล่งโรงเรือนการผลิต โดยเลขรับรองสถานที่ผลิตอาหาร 44-2-00366 ซึ่งเป็นโรงเรือนการผลิตที่ได้รับการรับรองให้ผลิตภัณฑ์มาตรฐานอาหารและยา พร้อมด้วยการรับรองผลิตภัณฑ์มาตรฐานอาหารและยา (อย.) 5 ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย (1) ข้าวเหนียวอินทรีย์ กข 6 (เลขที่ อย. 44-2-00366-6-0003) (2) ข้าวโป่งทรงเครื่องพริกเผาหมูหย็อง (เลขที่ อย. 44-2-00366-6-0004) (3) ข้าวโป่งทรงเครื่องลูกเกด (เลขที่ อย. 44-2-00366-6-0005) (4) ข้าวโป่งทรงเครื่องฝอยทอง (เลขที่ อย. 44-2-00366-6-0006) (5) ข้าวโป่งทรงเครื่องธัญพืช (เลขที่ อย. 44-2-00366-6-0007) 3.3.5 การจำหน่ายผลผลิตข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 ในระบบตลาด การจำหน่ายผลผลิตข้าวเหนียว กข6 ในระบบตลาด สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้อธิบายการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน จำหน่ายผลผลิตข้าวอินทรีย์ กข6 มีช่องทางการตลาดหลายช่องทาง ตามได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ดำเนินงานสร้างตลาด ได้แก่ (1) ตลาด Face book (2) กลุ่มไลน์ของเครือข่ายนาแปลงใหญ่ จังหวัดมหาสารคาม (3) ตลาดออนไลน์ และ (4) ตลาดขายตรงกับผู้บริโภคในร้านจำหน่ายของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองฮี และการขายในการออกร้านนิทรรศการตามนโยบายนาแปลงใหญ่และตลาดธงฟ้า จังหวัดมหาสารคาม ผลการจำหน่ายข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 ปรากฏรายละเอียดคือ ข้าวโป่งทรงเครื่องได้ราคาสูงขึ้นกว่าขายข้าวเปลือกเพราะข้าวเปลือกราคา 1 กก. 9 -10 บาท การแปรรูปข้าวเหนียวอินทรีย์ได้ข้าวกล้อง กข6 ราคา 20-25 บาท แปรรูปข้าวสารเหนียวอินทรีย์ กข6 เป็นแป้งข้าวเหนียว 1 กก. ราคา 20 บาท สามารถผลิตข้าวโป่งดิบได้ 50 แผ่น/1 กิโลกรัม ราคาต้นทุน แผ่นละ 2.00 – 2.20 บาท ต้นทุนการผลิต 100 – 111 บาท ราคาขายถุง/ชุด จำนวน 6 แผ่น ราคา 20 บาทผลิตภัณฑ์ข้าวโป่งดิบ 50 แผ่น ราคา 160 บาท กำไร 60 บาทหรือ 49 บาท/แป้งข้าวเหนียว 1 กก. และการขายผลิตภัณฑ์ข้าวโป่งทรงเครื่อง 4 ชนิด ระยะเวลา 6 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2565 - มีนาคม 2566 ได้ผลิตภัณฑ์ 6,000 แผ่น ต้นทุนการผลิตแผ่นละ 11 บาท รวม 66,000 บาท การจำหน่ายแผ่นล่ะ 15 บาท กำไร 24,000 บาท และความนิยมของผู้บริโภคพบว่าข้าวโป่งดิบและข้าวโป่งทรงเครื่องหน้าพริกเผาหมูหย็อง ผู้บริโภคได้สั่งซื้อและชอบบริโภคมากกว่าชนิดอื่นๆ
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
การนำไปใช้ประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมายคือ วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม มีคุณภาพชีวิตเข้มแข็งและยั่งยืน 5 ด้าน ดังนี้ (1) เศรษฐกิจ วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี ได้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจากข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 สามารถนำไปขายเป็นสินค้าได้รายได้เพิ่มขึ้นข้าวเหนียวอินทรีย์ 100 กิโลกรัม แปรรูปได้ ผลิตภัณฑ์ขายข้าวเหนียวอินทรีย์สุญญากาศกิโลกรัมละ 20 บาท ข้าวโป่งทรงเครื่องแผ่นละ 15 บาท ขายได้ในหนึ่งเดือน 15,000 บาท โดยมีต้นทุนการผลิต 11000 บาท ได้กำไร 4,000 บาท/เดือน และทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีกำไรเป็นเงินทุนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องตลอดปีและเกิดรายได้เป็นเงินสดทุกวันเพื่อใช้จ่ายสำหรับการแปรรูปข้าวอินทรีย์ได้ต่อเนื่องเข้มแข็ง (2) สิ่งแวดล้อม เป็นการแก้ปัญหาด้านการทำเกษตรเคมีปรับเปลี่ยนเป็นทำเกษตรอินทรีย์ขยายผลให้ประชาชนที่สนใจในหมู่บ้านหนองฮี ขยายพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 จากสมาชิก 50 คน เพิ่มขึ้นได้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 100 คน ผลกระทบโดยอ้อม ทำให้วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองฮี เป็นหมู่บ้านปลูกข้าวแบบอินทรีย์ เพิ่มจำนวนมากขึ้น เกิดการฟื้นฟูดินอุดมสมบูรณ์จะก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพมี ปูนา กบ เขียด หอยขม ในทุ่งนาเป็นอาหารตามธรรมชาติและเป็นอาหารปลอดสารเคมีทำให้ลดรายจ่ายในครัวเรือนไม่ซื้ออาหารจากร้านค้ามาบริโภค (3) การศึกษา เกิดวิทยากรตัวคูณการแปรรูปข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 จำนวน 5 คน โดยสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้การทำข้าวโป่งทรงเครื่อง 4 ชนิด และเกิดทักษะปฏิบัติการใช้เทคโนโลยี เช่น เตาอบไฟฟ้า ตะกร้อตีไข่และการสร้างสูตรข้าวโป่งทรงเครื่องได้อย่างเชี่ยวชาญ นำไปใช้สาธิตให้กับสมาชิกในกลุ่มและคนที่สนใจในบ้านหนองฮี ได้ประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ในครัวเรือนและวิทยากรตัวคูณ เป็นผู้ประกอบการผลิตข้าวโป่งทรงเครื่อง ให้กับกลุ่มตนเองและผู้ซื้อในหมู่บ้านใกล้เคียงหรือในตลาดเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ที่สนใจนำไปจำหน่ายเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตามเทศกาลงานบุญประเพณี สามารถเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและชุมชน (4) ด้านสังคม 1) ชุมชนพึ่งตนเองเข้มแข็งและยั่งยืน เพราะเกิดความร่วมมือสามัคคีจัดทำต้นแบบโรงเรือน การผลิตตามมาตรฐาน อย. มีวัสดุอุปกรณ์การแปรรูปข้าว สะอาดปลอดภัยได้การผลิตรับรองตามมาตรฐาน อย. 2) จากการได้รับองค์ความรู้และอบรมเชิงปฏิบัติการในกิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้การแปรรูปข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 สามารถเป็นวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ พึ่งตนเองได้เข้มแข็งและยั่งยืน มีผลิตภัณฑ์ขนมจำหน่ายในท้องตลาดเป็นที่รู้จักยอมรับนิยมบริโภค ทำให้เกิดอาชีพทางเลือก คนในหมู่บ้านการย้ายถิ่นฐานเพื่อออกไปหางานที่อื่นลดลง (5) สุขภาวะ หมู่บ้านหนองฮี เป็นหมู่บ้านปลูกข้าวอินทรีย์ ซึ่งข้าวเป็นอาหารที่รับประทานทุกวัน ส่งผลโดยอ้อมทำให้สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วยการรับประทานข้าวอินทรีย์และข้าวโป่งทรงเครื่องขนมที่ปลอดสารพิษไม่มีเชื้อราและแบคทีเรียทำให้ประชาชนบางคนของบ้านหนองฮี มีร่างกายแข็งแรงลดการเกิดโรคแทรกซ้อนจากสารเคมี
เเนวปฏิบัติที่ดี
การดำเนินงานของโครงการนี้เป็นการพัฒนาท้องถิ่นแบบบูรณาการพันธกิจสัมพันธ์ โดยการทำงานแบบมีส่วนร่วมมีการร่วมมือกับหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยคือ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ และความร่วมมือกับเครือข่ายภายนอกคือผู้ประกอบการร้าน Brother Hood และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ได้พัฒนาท้องถิ่นเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจความยากจน โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการแปรรูปข้าวเหนียวอินทรีย์ กข6 ทำให้วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านหนองฮี ปลูกข้าวปลอดสารเคมี ได้เพิ่มศักยภาพองค์ความรู้ ทักษะปฏิบัติ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือความตั้งใจมุ่งมั่นได้พัฒนาบ้านหนองฮี และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยกระดับเป็นหมู่บ้านนาแปลงใหญ่เกษตรอินทรีย์ต้นแบบของจังหวัดมหาสารคาม พึ่งตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน มีองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การศึกษา สังคมและสุขภาวะ ใช้เพื่อการจัดการตนเองในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจ ความยากจน มีอาชีพเสริม มีรายได้สามารถเป็นผู้ประกอบการ SME ขนาดกลางได้ในอนาคต โดยมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมยังคงอยู่ในชุมชนสามารถถ่ายโยงความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขยายพื้นที่พัฒนาการแปรรูปข้าวอินทรีย์ชนิดสายพันธุ์อื่นๆ ให้ได้ผลิตภัณฑ์สร้างเป็นสินค้าของหมู่บ้านเกิดรายได้ เกิดการปรับปรุงดินทำเกษตรออินทรีย์มากขึ้น เนื่องจากมีต้นแบบของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวอินทรีย์หลายสายพันธุ์ของบ้านหนองฮี เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์นาแปลงใหญ่ พึ่งตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมพัฒนา เป็นหมู่บ้านปลูกข้าวอินทรีย์นาแปลงใหญ่ในอนาคตของจังหวัดมหาสารคาม
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะครุศาสตร์