KM

ด้านที่ 2 การผลิตบัณฑิตสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : การผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ (Non-Degree) เพื่อส่งเสริมเกษตรกรแบบ Smart Farmer สู่การเป็นศูนย์เก็บเมล็ดพ
ชื่อเจ้าของผลงาน : ดร.เกรียงไกร นามนัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนทรียา ไชยปัญหา รองศาสตราจารย์ ดร.ประสพสุข ฤทธิเดช
ความคิดริเริ่ม
ผักเป็นพืชที่มนุษย์ทุกคนต้องบริโภคเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากมีส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมนุษย์หลายอย่าง ผักนอกจากจะมีความสำคัญในฐานะเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์แล้วยังเป็นสินค้าที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจอีกด้วย เพราะจะมีความสัมพันธ์กันเนื่องจากมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์นั่นเอง จึงทำให้ต้องมีการผลิตมากขึ้นตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันตามมา โดยการซื้อขายนี้อาจเป็นไปในระหว่างกลุ่มในท้องถิ่นเดียวกัน ระหว่างจังหวัด และในที่สุดขยายกว้างออกไปถึงขึ้นระหว่างประเทศ ผักมีปลูกกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ละแหล่งผลิตใหญ่ๆ จะอยู่ในเมืองใหญ่ๆ และกระจายอยู่ประมาณ 20 จังหวัด โดยส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก นอกจากนี้ยังมีการปลูกอยู่ทั่วไปในลักษณะสวนครัว และแปลงปลูกเป็นอาชีพขนาดเล็กเพื่อจำหน่ายในท้องถิ่นด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพืชผักจะเป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาการปลูกสั้น และเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงก็ตาม แต่ในการปลูกผักก็ต้องมีการลงทุนสูงและต้องมีความพิถีพิถันในการปลูก ดูแลรักษา เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี นอกจากนั้นปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการปลูกผักให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมรวมทั้งต้องการวางแผนในการปลูกที่ดีด้วย (สว่าง ธรรมขันธ์, 2554) ปัจจัยของความสำเร็จของการปลูกผักคือการเมล็ดพันธุ์ที่ดี เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ผักถือเป็นปัจจัยการผลิตทึ่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิต ซึ่งหลายประเทศให้ความสำคัญกับธุรกิจเมล็ดพันธุ์ โดยเน้นการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อการปรับปรุงคุณภาพเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจเมล็ดพันธุ์ในภูมิภาคนี้ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช มีความพร้อมในเรื่องสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีการผลิต มีมาตรการการตรวจสอบการรับรองคุณภาพที่ได้มาตรฐานยอมรับในระดับสากล และระบบการขนส่งที่สะดวก ในอดีตครัวเรือนเกษตรกรจะคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ไว้ทำพันธุ์เอง (Home Safe Seed) ซึ่งมีข้อดีเรื่องของความหลากหลายทางพันธุกรรม โดยทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษบ้านโพธิ์เงินมีความต้องการพัฒนากลุ่มตัวเองให้เป็น Smart Farmer ในประเด็นตัวชี้วัด 6 ตัว ประกอบด้วย (1) มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ (2) มีข้อมูลการตัดสินใจ (3) มีการบริหารจัดการการผลิตและการตลาด (4) มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค (5) มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (6) มีความภูมิใจเป็นเกษตรกร โดย 1 ในองค์ประกอบของตัวชี้วัดในการดำเนินงานของกลุ่มที่ต้องการพัฒนา คือ เรื่องของการสร้างกลุ่มตัวเองให้เป็นศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ของชุมชน เนื่องจากเดิมทางกลุ่มมีปัญหาในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ผักที่ต้องซื้อจากภายนอกทำให้ต้นทุนการทำเกษตรมีต้นทุนที่สูง รวมถึงบางครั้งเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาจากข้างนอกมีอัตราการงอกต่ำ มีสิ่งปลอมปน ไม่ตรงตามที่ต้องการปลูก ให้ผลผลิตต่อพื้นที่ต่ำ อ่อนแอต่อโรค และแมลง ผลผลิตไม่เป็นที่ต้องการของตลาดของผู้บริโภค ผลผลิตขายได้ราคาต่ำ เมล็ดพันธุ์บางอย่างราคาแพงแต่คุณภาพต่ำ ไม่มีขนาดบรรจุที่ให้เลือกตามความต้องการ หาแหล่งซื้อเมล็ดพันธุ์ยาก เมล็ดพันธุ์บางชนิดต้องซื้อจากพ่อค้าคนกลาง เมล็ดพันธุ์บางชนิดไม่มีเอกสารหรือคำแนะนำจากผู้จำหน่ายในเรื่องของการปลูกดูแลรักษา เป็นต้น
เเรงบันดาลใจ
จากเหตุผลที่กล่าวมามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้เล็งเห็นความสำคัญการพัฒนาท้องถิ่นและสอดคล้องกับการปฏิรูประบบอุดมการศึกษาของไทยด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยบทบาทดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยได้จัดทำโครงการปลูกผักปลอดภัยในระดับกลุ่มและเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเกษตรกรจำเป็นต้อง UP Skill เพิ่มพูนทักษะองค์ความรู้ ทักษะปฏิบัติและคุณลักษณะ ส่งเสริมการผลิตผักได้รับรองมาตรฐานแบบพืช GAP และพัฒนาให้เข้าสู่ Smart Farmer เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสเป็นผู้ประกอบการปลูกผักปลอดภัย เป็นผู้มีองค์ความรู้ ทักษะปฏิบัติ และคุณลักษณะเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรและมีอาชีพเสริมการปลูกผักยกระดับเป็นเกษตรกรแบบ (Smart Farmer) ได้ในอนาคตของวิสาหกิจชุมชนบ้านโพธิ์เงิน โดยปลูกผักปลอดภัยและเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์ด้วยความเชี่ยวชาญ มีผักและเมล็ดพันธุ์หลายชนิด หมุนเวียนเป็นสินค้าสร้างอาชีพได้ตลอดฤดูกาลผลิต เกิดรายได้และสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในชุมชน สอดคล้องตามปรัชญาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ระบุการจัดการศึกษาแบบ Life Long Learning ให้กับประชาชนและกลุ่มผู้ที่สนใจได้พัฒนาทักษะอาชีพ UP SKILL หลายๆด้านกับการทำงานวิถีใหม่ เช่น กรณีกลุ่มเป้าหมายวิสาหกิจบ้านโพธิ์เงินได้เพิ่มศักยภาพสมาชิกของกลุ่มตนเองด้านองค์ความรู้ ทักษะปฏิบัติและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต่ออาชีพการปลูกผักและการสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ผัก *** ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ของกลุ่มส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนอุดมศึกษา กองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
ขั้นตอน
แผนการจัดการเรียนการสอนหน่วยเนื้อหา แผนการจัดการเรียนการสอนหน่วยเนื้อหา/ชั่วโมง/การดำเนินการหลักสูตรระดับดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดของวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษบ้านโพธิ์เงินตำบลนาสีนวล อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยได้รับการอบรมเรียนรู้ทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ โดยมหาวิทยาลัย หน่วยงานของรัฐและสถานประกอบการวิสาหกิจชุมชนของเอกชนมีรายละเอียดดังนี้ กิจกรรม รายละเอียดกิจกรรม โครงสร้างหลักสูตร จำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตร 9 หน่วยกิตประกอบด้วยภาคทฤษฎี 60 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 225 ชั่วโมง รวม 285 ชั่วโมง ส่วนประกอบ ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ PLOs Module 1 Re - Skill 3 หน่วยกิต การผลิตพืชอาหารตามมาตรฐานหลัก GAP 20 ชั่วโมง 75 ชั่วโมง PLO1 ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติการปลูกผักปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าแบบพืช GAP ได้ Module 2 Up - Skill 3 หน่วยกิต การปลูกผักปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าแบบพืช GAP 20 ชั่วโมง 75 ชั่วโมง Module 3 Up - Skill 3 หน่วยกิต การปลูกผักปลอดภัยและเมล็ดพันธุ์ได้พัฒนาเกษตรกรแบบ Smart Farmer 20 ชั่วโมง 75 ชั่วโมง PLO2 ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติการแปรรูปผักได้ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเชิงพานิชย์ รวมถึงการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์สำหรับแจกจ่ายและจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ สำหรับเกษตรกรแบบ Smart Farmer แสดงแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ต้องร่วมมือกับสถานประกอบการอย่างเข้มข้น กิจกรรม รายละเอียดกิจกรรม การพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ตอบรับตามความต้องการของอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ ด้านผักปลอดภัยตามมาตรฐานแบบพืช GAP เพื่อส่งเสริมเกษตรแบบ Smart Farmer 1. ทำการกำหนดกลุ่มเป้าหมายระดับอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการธุรกิจ (Startups) และวิสาหกิจชุมชน 2. จัดประชุมร่วมกันเพื่อทราบความต้องการของสถานประกอบการผู้ประกอบการธุรกิจ และวิสาหกิจชุมชน 3. หาแนวทางการแก้ปัญหาด้วยวิทยาการสมัยใหม่ที่จำเป็น 4. ร่วมกันออกแบบหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการ - กระบวนเรียนการสอนแบบโครงงาน/ปฏิบัติการจริง - นำปัญหาจริงมาใช้ในการออกแบบเนื้อหา/กิจกรรมการเรียนรู้ - กำหนดเนื้อหา อาจารย์ และหน่วยงานร่วมสอนให้สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาที่พบในภาคอุตสาหกรรมด้านการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5. จัดการเรียนการสอนร่วมกับสถานประกอบการต้นแบบด้านการปลูกผักและการแปรรูปผักปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าแบบพืช GAP เพื่อเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างนำมาประยุกต์ใช้กับกลุ่มเป้าหมาย สร้างความเชื่อมโยงระหว่างพี่เลี้ยงในสถานประกอบการกับคณาจารย์ผู้สอน และผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ จัดการเรียนการสอนแบบ Project-based Learning ร่วมกับสถานประกอบการโดยจะ ทำการจับคู่อาจารย์ผู้สอนกับพี่เลี้ยงในสถานประกอบการ ภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในภาคการเกษตรพืช GAP ได้พัฒนาเข้าสู่เกษตร Smart Farmer ของวิสาหกิจชุมชนไร่พารวย อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เพื่อกำหนดหัวข้องานวิจัยพัฒนาร่วมกันโดยนำมาจากปัญหาจริงในภาคการเกษตรปลูกผัก เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรมมาเป็นอาจารย์ผู้สอนในหลักสูตร 1. หลักสูตรมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญในภาคการเกษตรด้านผักและเทคโนโลยีชีวภาพมาเป็นอาจารย์ผู้สอน โดยคัดสรรจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานในด้านการเกษตรกรรมการปลูกผักและการแปรรูปผัก 2. ผู้เชี่ยวชาญในภาคการเกษตรปลูกผัก และเมล็ดพันธุ์แบบพืช GAP มีส่วนร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการปลูกผัก การผลิตเมล็ดพันธุ์และการแปรรูปได้ผลิตภัณฑ์จากผัก เชื่อมโยงการใช้โรงเรือนและเครื่องมือในสถานประกอบการร่วมกับเครื่องมือในมหาวิทยาลัย ศึกษาดูงาน และจัดทำ Project ร่วมกับการแก้ปัญหา พัฒนากระบวนการผลิตตรวจสอบวัตถุดิบ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัย ให้มีเมล็ดพันธุ์ร่วมกับสถานประกอบการและหน่วยงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดมหาสารคาม ประเมินผลการศึกษาร่วมกันระหว่างสถานประกอบการกับมหาวิทยาลัย จัดให้มีการนำเสนอโครงงานรวบยอด ที่มีโจทย์จากปัญหาของภาคการเกษตรด้านผักแบบพืช GAP โดยใช้ผู้ประเมินร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย พี่เลี้ยงในสถานประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญในภาคการเกษตรปลูกผักและเมล็ดพันธุ์ได้มาตรฐานพืช GAP พัฒนาเกษตรกรได้ยกระดับเป็น Smart Farmer มีพฤติกรรม 6 ตัวชี้วัดและในโครงการนี้อาจเกิดเพียงด้านใดด้านหนึ่งของตัวชี้วัดเพื่อให้โครงงานรวบยอดนั้นสามารถนำไปแก้ปัญหาในภาคเกษตรกรรมพืชเศรษฐกิจผักปลอดภัยแบบพืช GAP ได้จริง ตามหลัก Outcome-based learning วิธีการการจัดการเรียนรู้ - จัดกิจกรรมแบบโปรแกรม Outcome-based learning เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาและใช้งานได้จริงในภาคการเกษตรปลูกผักปลอดภัยและผลิตเมล็ดพันธุ์แบบพืช GAP เกิดผลลัพธ์กับผู้เข้ารับการอบรมนำไปใช้จริง - จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม เช่น Project-based Learning โดยเน้นกระบวนการผลิตผักปลอดภัยแบบพืช GAP และได้ผลิตภัณฑ์จากผัก ให้ได้มีคุณภาพทั้งส่วนของต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ - จัดให้มีการศึกษาดูงานร่วมกับการสัมนาในหัวข้อที่เกี่ยวข้องห่วงโซ่การผลิตผักปลอดภัยและผลิตเมล็ดพันธุ์แบบพืช GAP และการแปรรูปผักแบบพืช GAP ทั้งส่วนของต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ - จัดให้มีการสัมมนาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง - จัดการเรียนการสอนผ่าน Online Learning/ Onsite - การฝึกปฏิบัติของกลุ่มและรายบุคคล เพื่อเน้นประสบการณ์จริง เป็นผู้ประกอบการคือเป็นผู้ผลิตผักปลอดภัยและผลิตเมล็ดพันธุ์ขายผักสินค้ามาตรฐานแบบพืช GAP ได้จริง แผนการจัดการเรียนรู้อบรมการปลูกผักปลอดภัยเพื่อส่งเสริมเกษตรกรแบบ Smart Farmer โครงสร้างหลักสูตร ทฤษฎี 60 ชั่วโมง ปฏิบัติ 225 ชั่วโมง รวม 285 ชั่วโมง จำนวน 9 หน่วยกิต การอบรมแบบ Module มี 3 Module มีเนื้อหา 8 กิจกรรมการเรียนรู้การอบรม ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง PLO1 ผู้เข้ารับการอบสามารถปฏิบัติการปลูกผักปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าแบบพืช GAP ได้ วิธีการอบรม Module 1 Re – Skill การผลิตพืชอาหารตามาตรฐานหลัก GAP การบรรยาย ความรู้และปฏิบัติ เรื่อง การเขียนแผนธุรกิจและจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง วิทยากรโดย ดร.เกรียงไกร นามนัย ผศ.ดร.สุนทรียา ไชยปัญหา เรื่ององค์ประกอบการผลิตพืช GAP วิทยากรโดย นายสมศักดิ์ จำปีหอม นายทองศรี ไชยประสิทธิ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรมหาสารคาม เรื่องการเตรียมดิน ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ วิทยากรโดย นางสาวนิภาวรรณ์ โพธิสุวรรณ นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดมหาสารคาม เรื่องการปลูกผักในโรงเรือนและนอกโรงเรือนตามหลัก GAP วิทยากรโดย รศ.ดร.ประสพสุข ฤทธิเดช ดร.ชนะชัย อวนวัง ว่าที่ รต.ธนาพัฒน์ เที่ยงภักดิ์ Module 2 Up - Skill การปลูกผักปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าแบบพืช GAP การบรรยายความรู้และการปฏิบัติ เรื่องการปลูกผักในโรงเรือนการควบคุมการผลิตของฟาร์มและการดูแลผัก โดยการให้น้ำกำจัดศัตรูพืชและการบริหาร กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนปลูกผักและการแปรรูปสมุนไพรไร่พารวย วิทยากรโดย ดร.ชนะชัย อวนวัง ว่าที่ร้อยตรีธนาพัฒน์ เที่ยงภักดิ์ เรื่องการกรอกข้อมูลตามใบคำขอรับรองมาตรฐานสินค้าแบบพืช GAP และการบันทึกข้อมูลของฟาร์มเกษตรกร วิทยากรโดย นายสมศักดิ์ จำปีหอม นายทองศรี ไชยประสิทธิ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรมหาสารคาม Module 3 Up – Skill การปลูกผักปลอดภัยได้พัฒนาเกษตรกรเป็น Smart Farmer การบรรยายและการปฏิบัติ เรื่องการบริหารจัดการฟาร์มโดยใช้เทคโนโลยีและการเป็น Smart Farmer วิทยากรโดย ว่าที่ร้อยตรีธนาพัฒน์ เที่ยงภักดิ์ เรื่องการจัดการระบบน้ำโดยใช้เทคโนโลยี วิทยากรโดย อาจารย์นพดล ใหม่คามิ อาจารย์สราวุฒิ ดาแก้ว เรื่องคุณสมบัติของการเป็น Smart Farmer วิทยากรโดย รศ.ดร.ประสพสุข ฤทธิเดช เรื่องการตรวจสารปนเปื้อนผักและการบริโภคผักปลอดภัยและการจัดผักน่าบริโภค วิทยากรโดย นางละมัย ฤทธิเดช เกษตรอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เรื่องการแปรรูปผักการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการตลาด วิทยากรโดย ดร.เกรียงไกร นามนัย ผศ.ดร.สุนทรียา ไชยปัญหา ดร.พิชญ์นันท์ รักษาวงศ์ การประเมินสมรรถนะ 1. ผู้เข้ารับการอบรมโดยใช้แบบประเมินสมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับคือคะแนน 5, 4, 3, 2, 1 2. แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมที่มีต่อหลักสูตร (สำหรับผู้เข้ารับการอบรม) 3. แบบสอบถามการปลูกผักปลอดภัยเพื่อส่งเสริมเกษตรกรแบบ Smart Farmer (สำหรับผู้เข้ารับการอบรม) วิธีการวัดประเมิน - ประเมินผลสมรรถนะผู้เข้ารับการอบรมความรู้ ทักษะ เจตติ ก่อนการอบรม ระหว่างการอบรม และหลังการอบรมใช้วิธีการผู้เข้ารับการอบรมประเมินตนเองและผู้สอนประเมินผู้เข้ารับการอบรม - หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และแปลผลตามเกณฑ์ค่าเฉลี่ยกำหนดไว้ตามแนวคิด บุญชม ศรีสะอาด (2556)
ผลสัมฤทธิ์
ผลสำเร็จของการดำเนินโครงการ สมาชิกจำนวน 50 คน ได้สรุปผลสำเร็จของโครงการ ดังนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามช่วยแก้ปัญหาให้กับทางเกษตรกรในทุกด้านตามที่เกษตรกรต้องการและสามารถใช้องค์ความรู้นำไปต่อยอดได้และขายในชีวิตประจำวันได้ผลผลิตจริงดังนี้ ความรู้ที่ได้นำไปต่อยอดวางแผนการทำเกษตรกรรมและประกอบอาชีพอื่น ๆ 1. การเขียนแผนธุรกิจ 2. บัญชีครัวเรือน 3. ทักษะการประกอบอาชีพการผลิตพืชแบบอินทรีย์และพืช GAP ให้ได้ผลผลิตผัก มีเมล็ดพันธุ์ มีการแปรรูปผัก และรับรองพืชอินทรีย์ได้ในอนาคต 4. การปลูกผักปลอดสารพิษ ดิน น้ำและปุ๋ย สามารถต่อยอดปลูกผักอินทรีย์ได้รับใบรับรองพืช GAP 5. ระบบน้ำในโรงเรือนปลูกผัก โดยใช้เทคโนโลยีประหยัดแรงงาน 6. การทำปุ๋ยหมักอัดเม็ด ลดรายจ่ายในครัวเรือน ไม่ซื้อปุ๋ยเคมี 7. การเรียนรู้การตลาดจากผู้ประกอบการเอกชนไร่พารวยและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคบ้านหนองยางเรืองการฝึกปฏิบัติการบริหารการตลาด วิสาหกิจชุมชนและการปลูกผักในโรงเรือนที่ใช้ระบบเทคโนโลยี ช่วยในการบริหารกลุ่มการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้ ช่วยให้การรวมกลุ่มโปร่งใสตรวจสอบได้และกลุ่มโพธิ์เงินได้นำมาใช้ทำระบบการบริหารกลุ่มตนเอง 8. การแปรรูปผักและการออกแบบแพคเก็จของผักดึงดูดผู้ซื้อขายผักได้ราคาที่สูงขึ้น 9. การสร้างศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์สำหรับแจกจ่ายและจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
1. การเขียนแผนธุรกิจ แต่ก่อนไม่เคยมีการวางแผน ไม่มีการจดบันทึก ไม่รู้กำไรต้นทุน 2. บัญชีครัวเรือน ได้รู้ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกได้ 3. ทักษะการประกอบอาชีพการผลิตพืชแบบอินทรีย์และพืช GAP มีเมล็ดพันธุ์ผักได้รับรองมาตรฐาน สามารถทำได้ด้วยตนเอง เช่น การปลูกผัก การผลิตเมล็ดพันธุ์ การขอรับรองมาตรฐานด้วยตนเองได้ 4. การปลูกผักปลอดสารพิษ ดิน น้ำและปุ๋ย ทำให้ปลูกผักให้ได้ผลผลิตได้กำไรที่เพิ่มมากขึ้นเพราะทำปุ๋ยได้ด้วยตนเอง 5. ระบบน้ำในโรงเรือนปลูกผัก โดยใช้เทคโนโลยี ทำให้สะดวกสบาย ลดระยะเวลาในการรดน้ำ แต่ละโรงเรือน สามารถประกอบอาชีพเสริมอื่นๆ ได้ 6. การทำปุ๋ยหมักอัดเม็ด ทำใช้เองตลอดจนทำขายได้ สร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มขึ้น 7. การเรียนรู้การตลาดไร่พารวยและกลุ่มเลี้ยงโคบ้านหนองยางเรื่องการฝึกปฏิบัติการบริหารการตลาดวิสาหกิจชุมชนและการปลูกผักในโรงเรือน ทำให้มองภาพถึงธุรกิจข้างหน้า รู้ว่ามีตลาดรองรับในการปลูกผักได้จริง 8. การแปรรูปผักและการออกแบบแพ็คเก็จของผัก แค่ทำแพ็คเก็จใหม่ทำให้ คุณภาพของผักราคาก็เพิ่มขึ้นมีรายได้เพิ่มมากกว่าเดิม 9. การเก็บเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์สำหรับแจกจ่ายและจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน
เเนวปฏิบัติที่ดี
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะวิทยาการจัดการ