KM

ด้านที่ 3 ด้านวิจัยเเละนวัตกรรม
ชื่อผลงาน : การยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาสู่การตีพิมพ์และการประเมินคุณภาพระดับนานาชาติ
ชื่อเจ้าของผลงาน : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรดาว โพธิแสน
ความคิดริเริ่ม
ผลงานนี้เกิดจากความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย ให้สามารถก้าวสู่มาตรฐานวิชาการระดับนานาชาติ โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญจากบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการผลิตองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาท้องถิ่น ควบคู่กับการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับสากล
เเรงบันดาลใจ
ข้าพเจ้าเล็งเห็นว่า งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการศึกษาในระดับชั้นเรียนหรือภายในประเทศเท่านั้น แต่ควรได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพเพียงพอสำหรับการเผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติ โดยเฉพาะวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล Scopus ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลก แรงบันดาลใจอีกประการหนึ่งเกิดจากประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินบทความและกองบรรณาธิการวารสารระดับนานาชาติ ซึ่งทำให้เห็นมาตรฐานของงานวิจัยที่ดี ทั้งด้านความชัดเจนของคำถามวิจัย ความเข้มแข็งของระเบียบวิธีวิจัย ความถูกต้องของการวิเคราะห์ข้อมูล และคุณภาพของการเขียนบทความภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ จึงนำประสบการณ์ดังกล่าวกลับมาพัฒนากระบวนการผลิตงานวิจัยของตนเองและเครือข่ายวิจัยให้มีคุณภาพสูงขึ้น
ขั้นตอน
การดำเนินงานใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพงานวิจัย ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้ 1. กำหนดโจทย์วิจัยจากบริบทจริงทางวิทยาศาสตร์การกีฬา เริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการในด้านการฝึกซ้อมกีฬา สมรรถภาพทางกาย การฟื้นตัวหลังการออกกำลังกาย และการประยุกต์องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน นักกีฬา และผู้ที่ออกกำลังกาย 2. ออกแบบระเบียบวิธีวิจัยให้มีมาตรฐาน ให้ความสำคัญกับการกำหนดตัวแปร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย ขั้นตอนการเก็บข้อมูล การควบคุมเงื่อนไขการทดลอง และการวิเคราะห์สถิติให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อให้ผลงานมีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ 3. พัฒนาต้นฉบับบทความวิจัยภาษาอังกฤษ ดำเนินการเรียบเรียงบทความให้เป็นไปตามโครงสร้างมาตรฐานของวารสารระดับนานาชาติ ได้แก่ บทนำ วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย อภิปรายผล สรุปผล และเอกสารอ้างอิง โดยเน้นความชัดเจน ความกระชับ และความสอดคล้องทางวิชาการ 4. คัดเลือกวารสารเป้าหมายอย่างเหมาะสม พิจารณาวารสารที่มีขอบเขตสอดคล้องกับผลงานวิจัย มีมาตรฐานการประเมินบทความ และอยู่ในฐานข้อมูลสากล เช่น Scopus เพื่อให้ผลงานได้รับการเผยแพร่ในเวทีวิชาการที่เหมาะสม 5. ปรับปรุงบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ นำข้อเสนอแนะจาก peer reviewers และกองบรรณาธิการมาวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาต้นฉบับให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งด้านเนื้อหา วิธีวิจัย การนำเสนอผล และการอภิปรายผล 6. นำประสบการณ์จากการเป็นผู้ประเมินบทความมาพัฒนาคุณภาพงานวิจัย ใช้บทเรียนจากการทำหน้าที่ Editorial Board, Article Editor และ Peer Reviewer ของวารสารระดับนานาชาติ มาเป็นแนวทางในการตรวจสอบคุณภาพงานวิจัยของตนเองก่อนส่งตีพิมพ์ และถ่ายทอดประสบการณ์ดังกล่าวแก่ผู้ร่วมวิจัยและนักศึกษา
ผลสัมฤทธิ์
ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของการดำเนินงาน คือ การได้รับการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารระดับนานาชาติฐาน Scopus จำนวน 3 เรื่อง ประกอบด้วยวารสารระดับ Q1 จำนวน 2 เรื่อง และ Q4 จำนวน 1 เรื่อง ได้แก่ 1. Khumprommarach, S., Boonma, A., Potisan, T., & Potisaen, J. (2026). Relationships between drop jump–derived variables and sprint and change-of-direction performance in collegiate football players. Retos, 77, 809–823. 2. Potisaen, J., Potisan, T., & Khumprommarach, S. (2025). Effects of high-intensity interval training under hypoxic conditions on energy system performance in collegiate football players. Retos, 68, 1133–1147. 3. Potisan, T., Khumprommarach, S., & Potisaen, J. (2026). Effects of a Standardized Local Thermal-Herbal Intervention on Heart Rate and Perceptual Recovery Following High-Intensity Exercise in Young Adults. Journal of Exercise Physiology Online, 29(3), 65–79. องค์ความรู้ที่ได้จากผลงานครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถจากการทดสอบ drop jump กับสมรรถภาพการวิ่งและการเปลี่ยนทิศทางในนักกีฬาฟุตบอล ผลของการฝึกแบบ high-intensity interval training ภายใต้ภาวะพร่องออกซิเจนต่อระบบพลังงาน และผลของการใช้ความร้อนร่วมกับสมุนไพรต่อการฟื้นตัวหลังการออกกำลังกายความเข้มข้นสูง นอกจากนี้ ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ข้าพเจ้ายังได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ในเครือข่ายวารสารวิชาการระดับนานาชาติหลายแห่ง ซึ่งแสดงถึงความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และศักยภาพทางวิชาการในระดับสากลได้แก่ 1. Editorial Board of Edelweiss Applied Science and Technology 2. Editorial Board of Journal of Posthumanism 3. Editorial Board of Journal EC Psychology and Psychiatry 4. Reviewer for the Journal of Education and Learning 5. Reviewer of Journal Medicon Medical Sciences 6. Reviewer of MOJ Sports Medicine 7. Editorial Review Board of International Journal of Translation, Interpretation, and Applied Linguistics 8. Article Editor of SAGE Open 9. Peer Reviewer of SAGE Open 10. Peer Reviewer of Retos Journal 11. Peer Reviewer of Cogent Business & Management 12. Peer Reviewer of Journal of Reports in Pharmaceutical Sciences 13. Reviewer of International Journal of Education & Literacy Studies 14. Peer Reviewer of South African Journal for Research in Sport, Physical Education and Recreation 15. Peer Reviewer of Journal of Learning for Development 16. Reviewer of Journal Coaching Education Sports 17. Peer Reviewer of International Journal of Learning, Teaching and Educational Research 18. Reviewer of American Journal of Sports Science 19. Editorial Review Board of International Journal of Adult Education and Technology 20. Reviewer of Journal of Education and Training รวมทั้งมีบทบาทเป็นผู้ประเมินบทความในวารสารวิชาการระดับชาติ ได้แก่ วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย และวารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นอกจากนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2567 ถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้ายังปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ซึ่งเป็นบทบาทที่แสดงถึงการนำความรู้ทางวิชาการไปสนับสนุนงานเชิงนโยบายด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
ผลงานนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมายได้หลายระดับ ดังนี้ 1. นักศึกษา ใช้เป็นตัวอย่างในการเรียนรู้กระบวนการทำวิจัยที่มีคุณภาพ ตั้งแต่การกำหนดโจทย์วิจัย การออกแบบวิธีวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนบทความวิชาการ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในการทำวิจัยและการผลิตผลงานทางวิชาการ 2. คณาจารย์และนักวิจัย ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยให้สามารถตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการเตรียมต้นฉบับ การเลือกวารสาร การตอบข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ และการปรับปรุงคุณภาพบทความให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 3. หลักสูตร คณะ และมหาวิทยาลัย ใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษาด้านการวิจัยและนวัตกรรม ช่วยยกระดับตัวชี้วัดด้านผลงานวิชาการ การเผยแพร่ผลงานวิจัย และความเป็นสากลของหน่วยงาน 4. นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย องค์ความรู้จากงานวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย การออกแบบโปรแกรมฝึกซ้อม และการฟื้นตัวหลังการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการฝึกซ้อม 5. เครือข่ายวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ผลงานและประสบการณ์จากการเป็นผู้ประเมินบทความสามารถนำไปต่อยอดเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนามาตรฐานงานวิจัยร่วมกันในอนาคต
เเนวปฏิบัติที่ดี
แนวปฏิบัติที่ดีของผลงานนี้ คือ การพัฒนางานวิจัยโดยใช้กระบวนการคุณภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างโจทย์วิจัยจากบริบทจริง การออกแบบระเบียบวิธีวิจัยที่เข้มแข็ง การเขียนบทความให้ได้มาตรฐานสากล การเผยแพร่ในวารสารฐานข้อมูลนานาชาติ และการนำประสบการณ์จากกระบวนการ peer review กลับมาพัฒนาคุณภาพงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง แนวปฏิบัติดังกล่าวสามารถสรุปเป็นรูปแบบ RISE-QA Model ได้ดังนี้ R: Research Question from Real Context กำหนดคำถามวิจัยจากปัญหาและบริบทจริงทางวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อให้ผลงานมีคุณค่าทั้งเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติ I: Integrity and Methodological Rigor ดำเนินงานวิจัยด้วยความถูกต้อง รอบคอบ และมีมาตรฐานด้านระเบียบวิธีวิจัย จริยธรรมการวิจัย และการวิเคราะห์ข้อมูล S: Scholarly Writing and Submission Strategy พัฒนาทักษะการเขียนบทความภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ และวางกลยุทธ์การเลือกวารสารให้เหมาะสมกับคุณภาพและขอบเขตของงานวิจัย E: Editorial and Peer-Review Engagement เรียนรู้จากบทบาท Editorial Board, Article Editor และ Peer Reviewer เพื่อนำมาตรฐานการประเมินบทความระดับนานาชาติมาปรับใช้ในการพัฒนางานวิจัยของตนเองและถ่ายทอดแก่ผู้อื่น แนวปฏิบัติที่ดีนี้มีจุดเด่น คือ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ซ้ำได้กับการพัฒนางานวิจัยของคณาจารย์ นักศึกษา และเครือข่ายวิจัย โดยช่วยให้การผลิตผลงานวิจัยมีทิศทางชัดเจน มีมาตรฐาน และสามารถยกระดับสู่การเผยแพร่ในระดับนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะครุศาสตร์