ด้านที่ 2 การผลิตบัณฑิตสู่ความเป็นเลิศ
ชื่อผลงาน : รูปแบบการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อสังคมด้วยกระบวนการวิศวกรสังคมบูรณาการกระบวนการคิดเชิงออกแบบในการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ในชุมชน
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์ ดร.นฤดล สวัสดิ์ศรี
|
 |
| ความคิดริเริ่ม |
| ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำและผลิตภาพการเกษตรที่ลดลง
ประกอบกับปัญหาความเหลื่อมล้ำและวิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาดินคุณภาพต่ำในระดับชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏในฐานะปราชญ์แห่งการพัฒนาท้องถิ่น จึงมีพันธกิจเร่งด่วนในการผลิต "กำลังคนสมรรถนะสูง" ที่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ได้จริง |
| เเรงบันดาลใจ |
| คณะผู้วิจัยจึงเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยนำ "กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)" และ "เทคนิคกระบวนการวิศวกรสังคม" มาบูรณาการร่วมกันเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อบ่มเพาะนักศึกษาให้ก้าวสู่การเป็น "ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อสังคม" ที่สามารถลงพื้นที่ทำความเข้าใจชุมชนอย่างลึกซึ้ง และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยกระดับมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน |
| ขั้นตอน |
| โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) ซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแก่นักศึกษา และระยะที่ 2 การลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกับชุมชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปสมุนไพรฯ หนองหญ้าม้า ผ่าน 5 กิจกรรมนวัตกรรม ได้แก่ 1. เปิดตา เปิดใจ ด้วยเครื่องมือฟ้าประทาน ฝึกทักษะการแยกแยะข้อเท็จจริง และวิเคราะห์ปัญหารากเหง้าด้วยแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) 2. เจาะลึกวิถีคน ด้วยเครื่องมือนาฬิกาชีวิต สร้างความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) และวิเคราะห์กิจวัตรประจำวันของกลุ่มเป้าหมายผ่านเทคนิค 5W1H 3. ย้อนรอยตำนาน ด้วยไทม์ไลน์พัฒนาการ สืบค้นประวัติศาสตร์และต้นทุนทางสังคม (Social Capital) ผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) 4. ถอดรหัสภูมิปัญญา ด้วยไทม์ไลน์กระบวนการ เจาะลึกขั้นตอนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อหาช่องว่างในการพัฒนา 5. สร้างสรรค์นวัตกรรม ด้วย Design Thinking และ M.I.C. Model สังเคราะห์ไอเดียผ่านการปรับเปลี่ยน (Modification) ปรับปรุง (Improvement) และสร้างสรรค์ (Creation) จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ |
| ผลสัมฤทธิ์ |
| ผลสัมฤทธิ์ที่โดดเด่นคือการค้นพบ "รูปแบบการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อสังคม 4 ขั้นตอน" ได้แก่ 1) การสร้างรากฐานทักษะวิศวกรสังคม 2) การถอดรหัสและจัดการความรู้ชุมชน 3) การสังเคราะห์นวัตกรรมด้วย M.I.C. Model และ 4) การสร้างต้นแบบและขยายผลสู่ธุรกิจเพื่อสังคม นอกจากนี้ การบูรณาการองค์ความรู้ดังกล่าวยังนำไปสู่การรังสรรค์นวัตกรรม "ดินสะดวกปลูก (Ready-to-Plant Organic Soil)" ซึ่งเป็นดินออร์แกนิกคุณภาพสูง บรรจุในถุงรักษ์โลกที่ย่อยสลายได้ ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย |
| รูปภาพผลสัมฤทธิ์ |
 |
 |
 |
| การนำไปใช้ |
| นวัตกรรมนี้สร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) อย่างเป็นรูปธรรมใน 4 มิติ ได้แก่ 1. ด้านนักศึกษา (มิติการศึกษา) พัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking) เปลี่ยนบทบาทนักศึกษาจากผู้เรียนเป็นนวัตกรสังคมที่มีสมรรถนะสูง 2. ด้านสิ่งแวดล้อม (Circular Economy) เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในชุมชนให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดขยะ และบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ 3. ด้านเศรษฐกิจ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างช่องทางรายได้ใหม่ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง 4. ด้านสังคม ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตอย่างเป็นระบบ ทำให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการธุรกิจและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และเผยแพร่ตีพิมพ์องค์ความรู้ในวารสาร Journal of Social Science for Local Development Rajabhat Maha Sarakham University ชื่อเรื่อง A Model for Developing Young Social Entrepreneurs Through Social Engineering Process Integrating Design Thinking to Create Added Value for Community Products. Vol. 10 No. 1 (2026) |
| เเนวปฏิบัติที่ดี |
| แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของผลงานนี้คือ การบูรณาการเครื่องมือวิศวกรสังคมเข้ากับกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนบทบาทของผู้เรียนให้เป็นผู้สังเกตการณ์และนักวิเคราะห์ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้การทำวิจัยไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง แต่ยังดึงเอา ต้นทุนทางสังคม (Social Capital) ของชุมชน มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจ จนเกิดเป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่สามารถปฏิบัติได้จริง แข่งขันได้ในตลาด และคืนคุณค่ากลับสู่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน |
| รูปภาพผลงาน |
 |
|
ที่มา |
|
คณะเทคโนโลยีการเกษตร |