KM

ด้านที่ 1 บริการวิชาการสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น
ชื่อผลงาน : “วรุณภัฎ” แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้อย่างยั่งยืนเกิดเป็นธุรกิจชุมชน
ชื่อเจ้าของผลงาน : ผศ.พจน์ศิรินทร์ ลิมปินันทน์ และคณะ สำนักบริการวิชาการ
ความคิดริเริ่ม
“วรุณภัฏ” คือผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยสำนักบริการวิชาการได้นำองค์ความรู้จากผลการบริการวิชาการ ผลงานวิจัย ผลจากกิจกรรมการเรียนการสอน สร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์ชุมชนตามบริบทของชุมชนนั้นๆ แรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ “วรุณภัฏ” เกิดจากการดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรขับเคลื่อน “มหาสารคามเมืองสมุนไพร” ที่ได้ดำเนินการร่วมกันสามฝ่ายประกอบด้วย ภาครัฐ (เทศบาลเมืองมหาสารคาม) ภาคเอกชน (หอการค้าจังหวัด) ภาคประชาชน เมื่อปี พ.ศ. 2566 ผลการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ชุมชนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรทั้งรูปแบบเพื่อสุขภาพและความงามได้หลากหลายชนิด สำนักบริการวิชาการตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างให้ชุมชนเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นการวางแผนในระยะยาวในลำดับถัดไปจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ชุมชน นั่นคือการทำให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนผลิต การสร้างแบรนด์และการทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทางสำนักบริการวิชาการได้นำมาเป็นประเด็นสำหรับพัฒนาชุมชนทุกชุมชม
เเรงบันดาลใจ
โดยผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “วรุณภัฏ” คือ แนวปฏิบัติที่ดีในการสร้างแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้อย่างยั่งยืนเกิดเป็นธุรกิจชุมชน นอกจากนี้สำนักบริการวิชาการยังมีแนวคิดให้ แบรนด์ “วรุณภัฏ” เป็นศูนย์กลางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนจากผลงานผลิตที่เกิดจากการบริการวิชาการของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นการสร้างรายได้ให้มหาวิทยาลัยฯ และชุมชน อีกทั้งเป็นการแสดงจุดยืนในการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน แนวคิดสำคัญ 1. แบรนด์ “วรุณภัฏ” เป็นศูนย์กลางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และประชาสัมพันธ์องค์กร โดยชุมชนสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนพัฒนาขึ้นฝากขายภายใต้แบรนด์ “วรุณภัฏ” “วรุณภัฏ ผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อชุมชน” 2. ชุมชนใช้แนวทางของแบรนด์ “วรุณภัฏ” สร้างแบรนด์ของชุมชน โดยชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์และจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์หรือแนวทางการตลาดของชุมชนของตนเองได้
ขั้นตอน
ขั้นตอนสร้างแบรนด์ “วรุณภัฏ” 1) การถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสำนักบริการวิชาการ 2) การออกแบบ Logo และ Story telling อย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน 3) การร่วมวางแผนการตลาดให้กับชุมชนโดยอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายภาคีของชุมชน 4) การประชาสัมพันธ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์ของชุมชน 5) การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทาง online และ Offline
ผลสัมฤทธิ์
องค์ความรู้ แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้อย่างยั่งยืนเกิดเป็นธุรกิจชุมชน ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการ 1. ต้นแบบแบรนด์ “วรุณภัฏ” ที่รูปแบบการตลาดทั้ง online และ off-line สามารถประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้เป็นอย่างดีถึงการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน 2. เกิดแบรนด์ของชุมชนและชุมชนกำลังดำเนินการวางแผนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดเป็นธุรกิจชุมชนที่ยั่งยืน 3. สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่คนในชุมชนได้ เป็นแนวทางพัฒนาเมืองสมุนไพรแก่จังหวัดอื่นๆ ที่สนใจ 4. นวัตกรรม และ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ได้รับความคุ้มทรัพย์สินทางปัญญา อาทิเช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เป็นต้น และมีมาตราฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน 5. เครือข่ายภาคีที่มีความเข้มแข็งและพร้อมลงทุนเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
แนวทางการสร้างแบรนด์ “วรุณภัฏ” ถูกถ่ายทอดลงสู่ชุมชน จำนวน 4 ชุมชน ประกอบด้วย 1. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านส่องเหนือถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรและสิ่งแวดล้อม (พื้นที่บ้านส่องนางใย ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม) 2. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทยหนองข่าประชาพัฒน์ (พื้นที่บ้านหนองข่า ตำบลประชาพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม) 3. ชุมชนตำบลบรบือ นำโดยองค์การบริหารส่วนตำบลบรบือ 4. ชุมชนตำบลเขวา นำโดยองค์การบริหารส่วนตำบลเขวา โดยพื้นที่ทั้ง 4 ชุมชน ได้นำแนวทางการสร้างแบรนด์ “วรุณภัฏ” ตามขั้นตอน ข้อ 3.2 เป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์อันเป็นอัตลักษณ์ของแต่ชุมชน ดังนี้ ที่ ชื่อกลุ่ม ชื่อแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ Logo 1. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านส่องเหนือถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรและสิ่งแวดล้อม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านส่องเหนือถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรและสิ่งแวดล้อม - ยาหม่องสมุนไพรตะไคร้หอม - สบู่มะขามขมิ้น - ชาสมุนไพร - กล้วยตาก - ลูกประคบสมุนไพร 2. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทยหนองข่าประชาพัฒน์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทยหนองข่าประชาพัฒน์ - Hand cream (OTOP) - ขิงผงสำเร็จรูป (OTOP) - ยาหม่องสมุนไพร (OTOP) - สบู่ขิง (OTOP) - น้ำมันเหลือง 3. องค์การบริหารส่วนตำบลบรบือ ลุลาย - ยาหม่องสมุนไพร - สบู่สครับน้ำตาล - สาโทมันแกว - กางเกงลายมันแกว 4. องค์การบริหารส่วนตำบลเขวา อยู่ระหว่างดำเนินการ - ยาหม่องสมุนไพร - ลูกประคบสมุนไพร อยู่ระหว่างดำเนินการ นอกจากนี้ แต่ชุมชนยังมีการทำแผนการตลาดของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกัน ดังเช่น 1. พื้นที่ชุมชนบ้านส่องเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองมหาสารคามในเรื่องการทำการตลาดผลิตภัณฑ์ นับเป็นการหาเครือข่ายความร่วมมือมาช่วยสนับสนุน นอกจากนี้ยังได้ทำการตลาดผลิตภัณฑ์ “หม่องนางส่อง” (ผลิตภัณฑ์ยาหม่องของชุมชน) เป็นของที่ระลึกในงานต่างๆ ร่วมกับวัดบ้านส่องเหนือ ใช้การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชนเอื้ออำนวย สร้างรายได้ได้จริง 2. พื้นที่ชุมชนบ้านหนองข่า เป็นพื้นที่ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ชุมชนได้มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนของเป็นสินค้า OTOP และได้รับการจดทะเบียนจำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ กลุ่มวิสาหกิจได้มีการวางแผนการตลาดเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าร่วมกับพัฒนาชุมชนอำเภอ และ รพ.สต. ใกล้เคียง 3. พื้นที่ชุมชนตำบลบรบือ เป็นพื้นที่ ที่มีการดำเนินงานโดยใช้แนวปฏิบัติของ แบรนด์ “วรุณภัฏ” แบบเต็มรูปแบบ กล่าวคือ องค์การบริหารส่วนตำบลบรบือ จัดทำแบรนด์ “ลุลาย” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ชุมชนตำบลบรบือโดยประชาชนสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนพัฒนาขึ้นฝากขายภายใต้แบรนด์ “ลุลาย” จากการลงพื้นที่ร่วมกับ อบต.บรบือ ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก และจากแนวความคิดดังกล่าว องค์การบริหารส่วนตำบลบรบือ ได้นำบรรจุเข้าสู่แผนการพัฒนาท้องถิ่นของ อบต. และกำหนดนโยบายให้แบรนด์ “ลุลาย” จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกของชุมชน
เเนวปฏิบัติที่ดี
การพัฒนาแบรนด์ “วรุณภัฎ” เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้อย่างยั่งยืนเกิดเป็นธุรกิจชุมชน มีขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีการประสานความร่วมมือของภาคีเครือข่ายเพื่อช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่การสร้างรายได้อย่างมั่นคง เป็นการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม PAR (Participatory Action) กระบวนการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้วยการปฏิบัติการ เกิดเป็นแนวปฏิบัติที่ดีของผลงานให้หน่วยงานอื่นๆ ได้นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้จริงโดยไม่หวังพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้จริง
รูปภาพผลงาน
ที่มา
สำนักบริการวิชาการ