KM

ด้านที่ 1 บริการวิชาการสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น
ชื่อผลงาน : โครงการจัดตั้งศูนย์แปรรูปสินค้าเกษตรและสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดมหาสารคาม ด้วยนวัตกรรมเครื่องจักรแบบยืดหยุ่น
ชื่อเจ้าของผลงาน : สถาบันวิจัยและพัฒนา
ความคิดริเริ่ม
โครงการจัดตั้งศูนย์แปรรูปสินค้าเกษตรและสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดมหาสารคาม ด้วยนวัตกรรมเครื่องจักรแบบยืดหยุ่น ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ระยะเวลา 1 ปี มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/ผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านการจัดตั้ง “ศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชน” ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นหน่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ และหน่วยบริการผลิต/แปรรูปเชิงปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และสร้างระบบบริการที่ยั่งยืนในระยะยาว ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โครงการมุ่ง “วางรากฐานศูนย์ฯ ให้ทำงานได้จริง” โดยเริ่มจากการประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายกลุ่มเป้าหมาย พร้อมวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการให้บริการ ส่งผลให้ได้รายชื่อกลุ่มเป้าหมายรวม 5 กลุ่ม รวมกว่า 175 ครัวเรือน ควบคู่กับการทำ“Catalog Technology” ฉบับใช้งานเพื่อใช้เป็นชุดข้อมูลกลางของเทคโนโลยีที่จะถ่ายทอด/ให้บริการของศูนย์ฯ จากนั้นได้พัฒนาแนวทางการบริหารจัดการศูนย์ฯ ให้ชัดเจน ทั้งโครงสร้างการบริหาร ผัง Facility และระบบการให้บริการ (facility & operating system) เพื่อรองรับการดำเนินงานเชิงบริการอย่างเป็นระบบ. ด้านผลลัพธ์เชิงปฏิบัติการ (สิ่งที่ทำแล้ว “เกิดบริการจริง”) ศูนย์ฯ ได้เริ่มทดลองให้บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่กลุ่มเป้าหมาย โดยมีรูปแบบบริการทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ การจ้างแปรรูป (OEM) และการให้บริการเฉพาะขั้นตอน (เช่น บรรจุ–ซีล) พร้อมจัดทำบันทึกการให้บริการ (Service Log) ครอบคลุมช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 – พฤษภาคม 2569 เพื่อยืนยันหลักฐานการใช้งานจริง ที่สำคัญ ศูนย์ฯ มีรายการเทคโนโลยีที่พร้อมให้บริการและเริ่มสร้างรายได้แล้วอย่างน้อย 4 เทคโนโลยี ได้แก่ (1) ระบบอบแห้งสมุนไพรแบบลมร้อน (TRL 5) (2) เครื่องบดผงสมุนไพร (TRL 6) (3) ระบบสกัดน้ำมันหอมระเหยแบบไอน้ำ (TRL 5) และ (4) เครื่องบรรจุและซีลผลิตภัณฑ์ (TRL 6) ซึ่งสะท้อนการเริ่มทำงานของศูนย์ฯ ในบทบาท “หน่วยบริการ” ในระยะถัดไป ตารางที่ 1 Catalog Technology ศูนย์แปรรูปสินค้าเกษตรและสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดมหาสารคาม ด้วยนวัตกรรมเครื่องจักรแบบยืดหยุ่น ลำดับ ชื่อเทคโนโลยี รายละเอียดเทคโนโลยี ระดับความพร้อม (TRL) กลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม เงื่อนไขการใช้งานและขยายผล ค่าจ้างผลิต (OEM) ประมาณการ 1 ระบบอบแห้งสมุนไพรแบบลมร้อนควบคุมอุณหภูมิ ระบบอบแห้งสมุนไพรและพืชเกษตร สามารถควบคุมอุณหภูมิและเวลาอบ ลดการสูญเสียคุณภาพและสีของวัตถุดิบ TRL 5 วิสาหกิจชุมชนสมุนไพร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปพืช วัตถุดิบสดความชื้นสูง (60–80%) ต้องคัดแยกก่อนอบ เหมาะกับการจ้างแปรรูปและฝึกอบรม 8–12 บาท/กก.วัตถุดิบสด 2 เครื่องบดผงสมุนไพรและวัตถุดิบเกษตร เครื่องบดสำหรับวัตถุดิบแห้ง ให้ขนาดผงสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับสมุนไพรผงและอาหารสุขภาพ TRL 6 กลุ่มสมุนไพร กลุ่มแปรรูปอาหาร วิสาหกิจชุมชน ต้องผ่านกระบวนการอบแห้งก่อนบด เหมาะสำหรับการจ้างบดและการถ่ายทอด SOP 3–5 บาท/กก.วัตถุดิบสด (เทียบเท่า) 3 ระบบสกัดน้ำมันหอมระเหยแบบไอน้ำ ระบบสกัดน้ำมันหอมระเหยจากไพลและสมุนไพรพื้นถิ่น ให้คุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานชุมชน TRL 5 วิสาหกิจชุมชนปลูกไพล กลุ่มสมุนไพร ต้องอบรมการใช้งานและควบคุมกระบวนการก่อนใช้งาน เหมาะกับการจ้างสกัดเป็นรอบ 6-8 บาท/กก.วัตถุดิบสด 4 เครื่องบรรจุและซีลผลิตภัณฑ์กึ่งอัตโนมัติ เครื่องบรรจุและซีลผงสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์แปรรูป เพิ่มความสะอาดและมาตรฐานสินค้า TRL 6 กลุ่มแปรรูป OTOP ผู้ประกอบการรายย่อย ไม่รวมค่าบรรจุภัณฑ์ เหมาะกับการใช้ร่วมกับการอบ–บด–สกัด 2–4 บาท/กก.วัตถุดิบสด (เทียบเท่า) ..................................
เเรงบันดาลใจ
ขั้นตอน
สถาบันวิจัยและพัฒนาได้มีการสำรวจพื้นที่ในมหาวิทยาลัย พร้อมวางแผนผังการจัดตั้ง “ศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยี” ดังแสดงในภาพที่ 1-3 ภาพที่ 1 พื้นที่จัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยี ภาพที่ 2 ลักษณะการวางเครื่องจักรในห้อง ศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยี ภาพที่ 3 ลักษณะการวางเครื่องจักรในห้องฝั่งห้องบรรจุภัณฑ์ ศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยี จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ศูนย์ถ่ายทอดฯ ของมหาวิทยาลัยได้พัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบหลายประเภทที่ผ่านการทดสอบและใช้งานจริงในระดับชุมชนแล้ว เช่น เทคโนโลยีการกลั่นน้ำมันหอมระเหย และเทคโนโลยีตู้อบลมร้อนแบบถาดหมุน ซึ่งอยู่ในระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยี (TRL 5–6) สามารถขยายผลเชิงพาณิชย์ได้ทันที ความพร้อมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการยกระดับศูนย์ถ่ายทอดฯ ให้กลายเป็นหน่วยธุรกิจที่สามารถให้บริการวิชาการเชิงพาณิชย์ สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งยกระดับบทบาทสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” อย่างยั่งยืน 1) เทคโนโลยีการกลั่นน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil Distillation Technology) เทคโนโลยีการกลั่นน้ำมันหอมระเหยได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการสกัดน้ำมันจากสมุนไพรและพืชท้องถิ่น เช่น ตะไคร้หอม มะกรูด ขมิ้น และไพล โดยใช้ระบบการกลั่นด้วยไอน้ำและการควบแน่นที่ได้มาตรฐาน เครื่องกลั่นมีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการผลิตในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Semi-industrial scale) ผลการทดสอบต้นแบบพบว่ามีประสิทธิภาพในการสกัดน้ำมันหอมระเหยได้ในปริมาณเฉลี่ย 0.3–0.8% ของน้ำหนักวัตถุดิบสด ให้คุณภาพน้ำมันคงที่และได้มาตรฐานทางกายภาพและกลิ่นหอม สามารถลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตและช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร 20–30% เทคโนโลยีนี้อยู่ในระดับความพร้อม TRL 5–6 และมี SOP คู่มือการใช้งาน รวมถึงผลการทดสอบจากชุมชน จึงถือว่าพร้อมถ่ายทอดสู่ชุมชนเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง 2) เทคโนโลยีตู้อบลมร้อนแบบถาดหมุน (Rotating Tray Hot Air Oven Technology) ตู้อบลมร้อนแบบถาดหมุนได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การแปรรูปสมุนไพรและพืชพื้นถิ่นที่ต้องการลดความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยการออกแบบให้ถาดหมุนได้รอบทิศทางช่วยให้อากาศร้อนกระจายตัวสม่ำเสมอ ลดปัญหาการอบไม่ทั่วถึงที่มักพบในตู้อบลมร้อนทั่วไป ผลการทดสอบจริงกับสมุนไพร 5 ชนิด พบว่าสามารถทำให้ความชื้นลดต่ำกว่า 10% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการบด บรรจุ และเก็บรักษา ทำให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้ถึง 6–12 เดือน เทคโนโลยีนี้อยู่ในระดับ TRL 6 ผ่านการใช้งานในวิสาหกิจชุมชนต้นแบบแล้ว และได้รับข้อเสนอแนะเชิงบวกจากผู้ใช้งานจริงในด้านคุณภาพ ความง่ายต่อการควบคุม และการบำรุงรักษา จึงเป็นเทคโนโลยีที่พร้อมถ่ายทอดสู่ชุมชนในเชิงพาณิชย์ทันที โดยมีการวางสายการผลิต ดังแสดงในภาพที่ 4 ภาพที่ 4 สายการผลิตของศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยี ผังสายการผลิตดังภาพแสดงให้เห็นการจัดวางพื้นที่และเครื่องจักรที่สอดคล้องกับกระบวนการผลิตอย่างครบวงจร โดยแบ่งออกเป็น 2 ห้องหลัก คือ ห้องเก็บวัตถุดิบ/กลั่น/สกัด/อบแห้ง และ ห้องบรรจุ/แปรรูป/บดผสม เริ่มต้นจากทางเข้าวัตถุดิบซึ่งนำสมุนไพรหรือผลผลิตสดเข้าสู่กระบวนการย่อยด้วยเครื่องสับย่อย ก่อนเข้าสู่ตู้อบลมร้อนเพื่อควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จากนั้นวัตถุดิบที่ผ่านการอบแห้งจะเข้าสู่เครื่องบดละเอียดเพื่อแปรรูปเป็นผงสมุนไพร ขณะเดียวกันวัตถุดิบสดบางชนิดสามารถเข้าสู่เครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยและเครื่องแยกน้ำมัน เพื่อสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มอื่น ๆ เมื่อได้ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปแล้ว จะถูกส่งต่อไปยังถังผสมเพื่อปรับสูตรก่อนการบรรจุ ในส่วนของห้องบรรจุ จะประกอบด้วยเครื่องบรรจุแคปซูลสำหรับสมุนไพรผง เครื่องบรรจุซองสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรพร้อมชง และเครื่องบรรจุน้ำมันหอมระเหยลงในขวดมาตรฐาน พร้อมด้วยเครื่องซีลสุญญากาศเพื่อคงคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา รวมถึงถังเก็บที่จัดเตรียมไว้สำหรับเก็บผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปหรือรอการบรรจุขั้นสุดท้าย การจัดวางเครื่องจักรในผังนี้ยึดหลักการ Linear Flow คือ เริ่มจากทางเข้าวัตถุดิบ → การแปรรูป/อบ/สกัด → การบดและผสม → การบรรจุ → การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ยังมีการแยกโซนการทำงานที่มีความชื้นหรือไอระเหยสูงออกจากโซนสะอาดสำหรับการบรรจุ ซึ่งเหมาะสมต่อการใช้เป็นต้นแบบการผลิตเชิงพาณิชย์ที่สามารถถ่ายทอดสู่ชุมชนได้จริง
ผลสัมฤทธิ์
โครงการมุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชนที่สามารถใช้งานได้จริง สอดคล้องกับบริบทของกลุ่มอาชีพในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม และสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนภายใต้กลไกของมหาวิทยาลัย โดยใช้แนวคิดการวิจัยเชิงพัฒนา (Research and Development: R&D) ควบคู่กับการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) เพื่อให้ได้โมเดลศูนย์ฯ ที่เหมาะสมทั้งในเชิงเทคนิค การบริหารจัดการ และการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม รูปแบบการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชนที่เหมาะสมกับกลุ่มอาชีพ กลไกจัดการด้านเทคโนโลยี การบริการ และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โครงการกำหนดรูปแบบศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชนในลักษณะ “ศูนย์ปฏิบัติการแบบเปิด (Open Demonstration and Service Center)” ซึ่งเน้นการใช้งานจริงของเครื่องจักรและเทคโนโลยีแปรรูปสินค้าเกษตรและสมุนไพร โดยออกแบบให้เหมาะสมกับกลุ่มอาชีพเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กลุ่ม OTOP และผู้ประกอบการรายย่อยที่มีข้อจำกัดด้านเงินลงทุน พื้นที่ และบุคลากร ศูนย์ฯ จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการทดลองผลิต ถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้เครื่องจักรแบบยืดหยุ่น (Flexible Machinery) และเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามประเภทวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ เช่น สมุนไพรผง สมุนไพรแคปซูล น้ำมันหอมระเหย และผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปอื่น ๆ กลไกการจัดการด้านเทคโนโลยีของศูนย์ฯ ใช้แนวคิด “การใช้เทคโนโลยีร่วมกัน (Shared-use Technology)” โดยกำหนดระบบการจอง การอบรมก่อนใช้งาน และการให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของศูนย์ฯ ประกอบด้วยกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียงที่มีศักยภาพในการแปรรูปและต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้ศูนย์ฯ ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากร วัตถุดิบ และตลาดได้อย่างเป็นระบบ โดยการดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ฯ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก โดยแต่ละขั้นตอนเชื่อมโยงกับกลไกของมหาวิทยาลัย เครื่องมือเทคโนโลยีที่ใช้ และกระบวนการประเมินผลอย่างเป็นระบบ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: การ Set up รูปแบบของกลไกศูนย์ฯ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาทำหน้าที่เป็นผู้จัดตั้งและกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ฯ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย โดยดำเนินการตั้งคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ และฝ่ายปฏิบัติการ จัดสรรพื้นที่และออกแบบระบบ Facility (Utility, Showroom, Prototype Area) กำหนดรูปแบบบริการ และเครื่องมือ/เทคโนโลยีที่พร้อมให้บริการ เช่น เครื่องอบ บด สกัด แปรรูปสมุนไพร พร้อมระบบควบคุมการผลิต (IoT, PLC) โดยมีสื่อมัลติมีเดียสอนการใช้เครื่องจักร พรบูรณาการความร่วมมือกับคณะต่าง ๆ ขั้นตอนที่ 2: กระบวนการทดลองปฏิบัติการหรือการให้บริการจริง เมื่อโครงสร้างพร้อมแล้ว ศูนย์ฯ จะเริ่มให้บริการในรูปแบบ “ทดลองใช้งานจริง” กับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีขั้นตอนคือ 1) เปิดรับกลุ่มผู้ประกอบการ/วิสาหกิจที่สนใจเข้าร่วม (สมัครใช้บริการ) 2) ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโดยใช้เครื่องจักรจริงในศูนย์ 3) ให้บริการทดลองผลิต/ต้นแบบสินค้า พร้อมคำปรึกษาด้านเทคนิค 4) พัฒนา Packaging, ฉลากสินค้า และการวางแผนการตลาดเบื้องต้น 5) รวบรวมผลตอบรับจากผู้ใช้บริการในแต่ละรอบ ขั้นตอนที่ 3: การประเมินผลและพัฒนาต่อยอด หลังสิ้นสุดรอบการดำเนินงาน จะมีการประเมินผลศูนย์ฯ ตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมและใช้บริการ, จำนวนผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่, ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ, ปริมาณรายได้หมุนเวียนหรือการลงทุนซ้ำของกลุ่มเป้าหมาย, การขยายผลไปยังพื้นที่อื่นหรือชุมชนอื่น ผลการประเมินจะถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงบริการ ออกแบบเครื่องจักรรุ่นต่อไป และเป็นฐานข้อมูลสำหรับเสนอขยายผลเชิงนโยบายในระดับจังหวัดหรือระดับภูมิภาค การดำเนินโครงการในลักษณะนี้ทำให้ศูนย์ฯ เป็น “Living Lab” ที่มีชีวิตจริง ไม่เพียงแค่จัดแสดงเทคโนโลยี แต่ยังเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ศูนย์แปรรูปสินค้าเกษตรและสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงพาณิชย์จัดตั้งในรูปแบบ “ศูนย์ปฏิบัติการแบบเปิด” (Open Demonstration and Service Center) ที่เน้นการใช้งานจริงของเครื่องจักรแปรรูปอเนกประสงค์ (Flexible Machinery) เพื่อให้สามารถรองรับการผลิตที่หลากหลาย เช่น การบด กวน อบ สกัด และบรรจุ เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรายย่อยที่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนและพื้นที่
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
จากการดำเนินงานในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ฯได้ดำเนินการถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชนซึ่งให้บริการทั้งหมด 4 รูปแบบหลัก เพื่อรองรับความพร้อมและความต้องการที่แตกต่างกันของกลุ่มเป้าหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1) บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรและสมุนไพร การใช้งานเครื่องจักร และการจัดทำ SOP ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติ (Hands-on Training) 2) บริการจ้างแปรรูปผลิตภัณฑ์ (OEM Processing Service) ให้บริการอบ บด สกัด และบรรจุผลิตภัณฑ์ โดยศูนย์ฯ เป็นผู้ดำเนินการผลิตให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและครัวเรือน เพื่อลดภาระการลงทุนเครื่องจักรในระยะเริ่มต้น 3) บริการให้คำปรึกษาและพัฒนากระบวนการผลิต ให้คำปรึกษาด้านการปรับปรุงกระบวนการแปรรูป การควบคุมคุณภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 4) บริการบรรจุและซีลผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า ให้บริการบรรจุและซีลผลิตภัณฑ์แปรรูป เพื่อเพิ่มความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์สินค้า จากรูปแบบการให้บริการทั้งหมด 4 รูปแบบ ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการให้บริการจริงแล้ว อย่างน้อย 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างแปรรูป (OEM) และการบรรจุ–ซีลผลิตภัณฑ์ ดังแสดงในภาพที่ 6
เเนวปฏิบัติที่ดี
จากการดำเนินงานให้บริการของศูนย์ฯ ในมิติการถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชนในช่วงที่ผ่านมาพบว่า พบว่าศูนย์ฯ ได้นำเทคโนโลยีที่มีความพร้อมใช้งานมาถ่ายทอดและให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างแปรรูป และการให้บริการด้านการบรรจุผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อแสดงภาพรวมของเทคโนโลยีที่มีการให้บริการแล้วและผลลัพธ์ด้านรายได้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน จึงจัดทำขึ้นเพื่อสรุปรายชื่อเทคโนโลยี ระดับความพร้อมใช้ ลักษณะการให้บริการ จำนวนการให้บริการ อัตราค่าบริการ และรายได้รวมของศูนย์ฯ ในระยะเริ่มต้นของโครงการ ดังแสดงในตารางที่ 2 โดยมีตารางบันทึกข้อมูลการให้บริการศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชนดังแสดงในตารางที่ 3 ตารางที่ 2 รายชื่อเทคโนโลยีที่ศูนย์ให้บริการแล้ว และผลลัพธ์ด้านรายได้ที่เกิดขึ้น Appropriate Technology ระดับ TRL ลักษณะการให้บริการ จำนวนที่ให้บริการ อัตราค่าบริการ (บาท/ครั้ง หรือ บาท/กก.) รวมรายได้ (บาท) ระบบอบแห้งสมุนไพรแบบลมร้อน TRL 5 ถ่ายทอด + จ้างแปรรูป (OEM) 4 ครั้ง 10 บาท/กก. (เฉลี่ย) 3,700 เครื่องบดผงสมุนไพร TRL 6 ถ่ายทอด + จ้างบด 3 ครั้ง 4 บาท/กก. (เฉลี่ย) 356 ระบบสกัดน้ำมันหอมระเหยแบบไอน้ำ TRL 5 ถ่ายทอด + จ้างสกัด 10 รอบ 6 บาท/กก. (เฉลี่ย) 3,080 เครื่องบรรจุและซีลผลิตภัณฑ์ TRL 6 ให้บริการบรรจุ–ซีล 2 ครั้ง 3 บาท/กก. (เทียบเท่า) 153 รวมรายได้ของศูนย์ฯ (ระยะรายงาน) 7,289 ตารางที่ ตารางบันทึกข้อมูลการให้บริการศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชน (ช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 – พฤษภาคม 2569) วันที่ให้บริการ ชื่อกลุ่ม/ผู้ใช้บริการ ประเภทผู้ใช้บริการ เทคโนโลยีที่ใช้บริการ ลักษณะบริการ ปริมาณวัตถุดิบเข้า (กก.) อัตราค่าบริการ (บาท/กก.) ค่าบริการรวม (บาท) ปริมาณผลผลิตที่ได้ (กก./cc) หมายเหตุ 12 ก.ค. 68 วิสาหกิจชุมชนปลูกไพรเหล่าหนาด วิสาหกิจชุมชน ระบบอบแห้งสมุนไพร จ้างแปรรูป (OEM) 120 10 1,200 24 กก. (สมุนไพรแห้ง) ไพลสด 18 ส.ค. 68 วิสาหกิจชุมชนปลูกไพรเหล่าหนาด วิสาหกิจชุมชน เครื่องบดผงสมุนไพร จ้างบด 24 4 96 23 กก. (ผง) ผ่านการอบแล้ว 12 ม.ค. 69 วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรหนองหญ้าปล้อง วิสาหกิจชุมชน ระบบสกัดน้ำมันหอมระเหย จ้างสกัด 293 6 1,760 1,172 cc (น้ำมัน) ไพลสด 9 มี.ค. 69 วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรหนองหญ้าปล้อง วิสาหกิจชุมชน เครื่องบรรจุ–ซีล บรรจุ/ซีล 23 3 69 460 ซอง ไม่รวมบรรจุภัณฑ์ 21 มี.ค. 69 กลุ่มปลูกกล้วยบ้านหนองยาง กลุ่มอาชีพ ระบบอบแห้งสมุนไพร จ้างแปรรูป (OEM) 150 10 1,500 45 กก. (กล้วยอบ) กล้วยสด 5 เม.ย. 69 วิสาหกิจชุมชนปลูกไพรเหล่าหนาด วิสาหกิจชุมชน เครื่องบดผงสมุนไพร ถ่ายทอด+จ้างบด 30 4 120 29 กก. สมุนไพรอินทรีย์ 21 เม.ย. 69 วิสาหกิจชุมชนปลูกไพรเหล่าหนาด วิสาหกิจชุมชน ระบบสกัดน้ำมันหอมระเหย จ้างสกัด 220 6 1,320 880 cc ทดลองตลาด 6 พ.ค. 69 วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มันแกวอินทรีย์ วิสาหกิจชุมชน ระบบอบแห้งสมุนไพร ทดลองแปรรูป 100 10 1,000 28 กก. (มันแกวอบ) ทดลองผลิต 15 พ.ค. 69 วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มันแกวอินทรีย์ วิสาหกิจชุมชน เครื่องบรรจุ–ซีล บรรจุ/ซีล 28 3 84 560 ซอง – 10 ธ.ค. 68 วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรหนองหญ้าปล้อง วิสาหกิจชุมชน เครื่องบดผงสมุนไพร จ้างบด 35 4 140 34 กก. เตรียมจำหน่าย ด้านผลผลิต (Output) ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาที่ผ่านมา สามารถยืนยันได้ว่าศูนย์ฯ ได้พัฒนา “Catalog Technology” ที่พร้อมถ่ายทอดและให้บริการแล้วอย่างน้อย 4 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ ระบบอบแห้งสมุนไพรแบบลมร้อนควบคุมอุณหภูมิ เครื่องบดผงสมุนไพร ระบบสกัดน้ำมันหอมระเหยแบบไอน้ำ และเครื่องบรรจุ–ซีลผลิตภัณฑ์กึ่งอัตโนมัติ รวมถึงมีการจัดทำข้อมูลการให้บริการเชิงประจักษ์ผ่านตารางบันทึกบริการ (Service Log) ครอบคลุมช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 –พฤษภาคม 2569 แสดงให้เห็นว่าศูนย์ฯ ได้ให้บริการจริงอย่างต่อเนื่องทั้งในลักษณะ “ถ่ายทอด + จ้างแปรรูป” และ “ให้บริการบรรจุ–ซีล” โดยเกิดรายได้รวมของศูนย์ฯ ในระยะเวลาที่ผ่านมา 7,289 บาท ซึ่งแม้ยังเป็นระดับเริ่มต้น แต่สะท้อนการเริ่มทำงานของศูนย์ฯ ในบทบาทหน่วยบริการเชิงปฏิบัติการ และเป็นฐานข้อมูลเพื่อใช้ปรับระบบอัตราค่าบริการและการบริหารต้นทุนในระยะถัดไป ด้านผลลัพธ์ (Outcome) ที่เกิดขึ้นจริง พบว่ามีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกตามเป้าหมายโครงการ โดยกลุ่มเป้าหมายเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการจำหน่ายวัตถุดิบสดหรือแปรรูปขั้นต้นไปสู่การเพิ่มมูลค่าในรูปผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น สมุนไพรอบแห้ง สมุนไพรผง และน้ำมันหอมระเหย อีกทั้งมีสัญญาณว่าต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงจากการใช้เครื่องจักรร่วมและการจ้างแปรรูปผ่านศูนย์ฯ แทนการลงทุนเองในระยะเริ่มต้น นอกจากนี้ จากการติดตามผลเบื้องต้น กลุ่มที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มเพิ่มรายได้เฉลี่ยและเกิดการยกระดับศักยภาพด้านความรู้ ความมั่นใจ และการยอมรับเทคโนโลยี สะท้อนการขยับระดับ SRL ของบางกลุ่มจากช่วง SRL 3–4 ไปสู่ SRL 4–5 ซึ่งมุ่งให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและการสร้างนวัตกรชุมชน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา “ความเข้มข้นของผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ” เทียบกับความคาดหวังในเชิงการขยายปริมาณการให้บริการและรายได้ของศูนย์ฯ ยังถือว่าอยู่ในระดับนำร่อง (Pilot Phase) และอาจ “ยังไม่เต็มตามศักยภาพที่ตั้งเป้าในระยะยาว” เนื่องจากเวลา 1 ปีแรกเป็นระยะตั้งต้นของการจัดระบบศูนย์ฯ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน จัดลำดับเครื่องจักร พัฒนา SOP และสร้างความคุ้นเคยด้านการใช้งานจริงกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยก่อนเพิ่มปริมาณการผลิตอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผลลัพธ์ด้านรายได้ของศูนย์ฯ ยังเกิดในวงจำกัด ขณะที่ผลลัพธ์ที่โดดเด่นในระยะนี้จึงอยู่ที่ “การสร้างระบบและความพร้อม” (Facility + Technology + Service Model + Learning Process) มากกว่าการเร่งรายได้หรือการขยายกำลังการผลิตในทันที สรุปได้ว่า ผลผลิตและผลลัพธ์ในเวลา 1 ปี ของโครงการมีความสอดคล้องกับแผนงานในมิติการจัดตั้งศูนย์ต้นแบบ การคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการเริ่มให้บริการจริงแก่กลุ่มเป้าหมาย พร้อมมีหลักฐานการให้บริการและสัญญาณการเพิ่มมูลค่าและรายได้ของครัวเรือนตามแนวทางที่ตั้งไว้ โดยข้อจำกัดที่ทำให้ผลลัพธ์บางด้านยังไม่เด่นชัดเต็มที่เป็นข้อจำกัดเชิง “ระยะเวลาและการเปลี่ยนผ่าน” ของช่วงนำร่อง ซึ่งเป็นธรรมชาติของโครงการที่เน้นการจัดตั้งระบบบริการและการยอมรับเทคโนโลยี ก่อนเข้าสู่ระยะเร่งการให้บริการ การเพิ่มปริมาณการผลิต และการพัฒนาโมเดลรายได้ของศูนย์ฯ ให้มีความยั่งยืนในอนาคตต่อไป
รูปภาพผลงาน
ที่มา
สถาบันวิจัยและพัฒนา