ด้านที่ 1 บริการวิชาการสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น
ชื่อผลงาน : “232 ผลงาน 23 โรงเรียน 9 จังหวัด 28,460 view : AI Science Contest 2025 นวัตกรรมบริการวิชาการยุคใหม่ผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์”
ชื่อเจ้าของผลงาน : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จารุณี เข็มพิลา และสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
|
 |
| ความคิดริเริ่ม |
| ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) โดยเฉพาะ Generative AI ที่สามารถสร้างสรรค์ภาพและสื่อต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การศึกษา และการประกอบอาชีพอย่างมีนัยสำคัญ การส่งเสริมให้เยาวชนในท้องถิ่นได้เข้าถึง เรียนรู้ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ จึงเป็นพันธกิจสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น”
จากการสังเกตและประสบการณ์การทำงานร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ พบว่า นักเรียนที่มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาการส่วนใหญ่คือนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของโรงเรียนหรือสถาบัน ทำให้นักเรียนจำนวนมากที่มีศักยภาพแต่ไม่ได้รับการคัดเลือก ขาดโอกาสในการแสดงความสามารถและพัฒนาตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงได้ริเริ่มจัดโครงการ “AI Science Contest 2025” ขึ้น ภายใต้กรอบกิจกรรมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมีแนวคิดหลัก 3 ประการที่แตกต่างจากการจัดประกวดทั่วไป ได้แก่
เปิดกว้างเพื่อความเท่าเทียม เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนของโรงเรียน เป็นรูปแบบที่ต่างจากการประกวดวิชาการแบบเดิม เพื่อให้นักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและโรงเรียนขนาดเล็กเข้าถึงเวทีวิชาการได้อย่างเท่าเทียมกับนักเรียนในเขตเมือง
เชื่อมโยงโจทย์กับชุมชนท้องถิ่น ออกแบบประเภทการแข่งขัน 6 ประเภท ให้สอดคล้องกับประเด็นการพัฒนาท้องถิ่นและสังคม ได้แก่ การรีไซเคิลขยะ การช่วยเหลือผู้สูงอายุ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในฝัน เกษตรอัจฉริยะ อาหารพื้นถิ่น และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาของชุมชน
ดาเนินงานในรูปแบบออนไลน์ครบวงจร ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ การรับสมัคร การส่งผลงาน การตัดสิน ไปจนถึงการมอบรางวัล ขั้นตอนทุกอย่างใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมด แตกต่างจากการจัดประกวดแบบเดิมที่ต้องเดินทางมาแข่งขันที่มหาวิทยาลัย เพื่อขจัดข้อจำกัดด้านระยะทางและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อันเป็นอุปสรรคสำคัญของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล |
| เเรงบันดาลใจ |
| " โครงการนี้เป็นการดาเนินงานตามพันธกิจการบริการวิชาการแก่สังคมของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในรูปแบบการถ่ายทอดความรู้และจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัย โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าร่วม พร้อมทั้งทาให้สาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นที่รับรู้และรู้จักมากยิ่งขึ้น " |
| ขั้นตอน |
| ผลงานนี้มีกระบวนการดำเนินงานที่เป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การประชาสัมพันธ์ การตัดสิน จนถึงการมอบรางวัล ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การออกแบบประเภทการแข่งขัน กำหนดประเภทการแข่งขัน 6 ประเภท โดยเชื่อมโยงโจทย์เข้ากับการพัฒนาท้องถิ่นและประเด็นทางสังคม ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลจากขยะ (2) อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ (3) ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในฝัน (4) ระบบ/เครื่องมือ/เครื่องจักรเกษตรยุคใหม่ (5) อาหารพื้นถิ่นที่ดูแปลกใหม่พร้อมแพ็กเกจที่สะดุดตา และ (6) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แห่งอนาคต
ขั้นตอนที่ 2 การกาหนดกติกาที่เปิดกว้าง
ผู้สมัครส่งผลงานได้ 1 ชิ้นต่อ 1 ประเภท และสามารถสมัครได้หลายประเภท แต่จะได้รับรางวัลสูงสุดเพียง 1 รางวัล
ครูที่ปรึกษา 1 ท่านดูแลนักเรียนหรือกลุ่มได้ไม่จำกัดจำนวน เนื่องจากครูในพื้นที่มีจำนวนน้อยกว่านักเรียน
แบ่งระดับประกวดเป็น ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
ผู้สมัครส่งผลงานด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือกของโรงเรียนเช่นการประกวดแข่งขันอื่นๆ
ขั้นตอนที่ 3 การประชาสัมพันธ์และรับสมัคร ใช้ Facebook Fanpage ของสาขาวิชาฟิสิกส์เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์หลัก เผยแพร่รายละเอียดผ่านเว็บไซต์ https://sites.google.com/rmu.ac.th/scienceweek2025 และใช้ Google Form เป็นแพลตฟอร์มรับสมัครและส่งผลงาน เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงได้ง่ายผ่านอุปกรณ์ทุกชนิด
ขั้นตอนที่ 4 การตัดสินผลงาน คณะกรรมการตัดสินประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย 1 ท่าน และผู้ทรงคุณวุฒิภายในมหาวิทยาลัย 2 ท่าน เพื่อให้การตัดสินมีความเป็นกลาง หลากหลายมุมมอง และได้มาตรฐานทางวิชาการ
ขั้นตอนที่ 5 รางวัลพิเศษ “ขวัญใจมหาชนออนไลน์” คัดเลือก 10 ผลงานคะแนนสูงสุดของแต่ละประเภท รวม 60 ผลงาน นำมาให้ประชาชนทั่วไปร่วมโหวตผ่าน Facebook Fanpage ของสาขาวิชาฟิสิกส์ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของสังคมและขยายการรับรู้ของสาขาวิชาฯ สู่สาธารณะ ซึ่ง กลไก Popular Vote นี้ใช้ Facebook ในการขยายการมีส่วนร่วมจากภาคสังคม
ขั้นตอนที่ 6 การมอบรางวัล ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ระดับเหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง และรางวัลชมเชย สำหรับผู้ได้รับรางวัล “ขวัญใจมหาชนออนไลน์” จะได้รับใบประกาศนียบัตรพร้อมของที่ระลึกจัดส่งทางไปรษณีย์
3.3 |
| ผลสัมฤทธิ์ |
| การดำเนินโครงการบรรลุผลสัมฤทธิ์ในระดับที่น่าพึงพอใจ สามารถสรุปได้ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้
3.3.1 ผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณ โรงเรียนของผู้ส่งผลงานครอบคลุม 9 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ เลย และสงขลา รวม 23 โรงเรียน 257 ผลงาน จากนักเรียนที่เข้าร่วม 232 คน ซึ่งมีครูที่ปรึกษาที่ร่วมกิจกรรมนี้รวม 129 คน
นักเรียนได้พัฒนาทักษะดิจิทัล ทักษะการเขียน Prompt และทักษะการคิดสร้างสรรค์ผ่านการลงมือใช้เครื่องมือ AI ในการสร้างผลงานจริง
การรับรู้ต่อบทบาทบริการวิชาการของสาขาวิชาฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากยอดผู้เข้าชม Facebook Fanpage จานวน 28,460 view ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 448.6% ในช่วงจัดกิจกรรม
ครูที่ปรึกษาได้รับองค์ความรู้และประสบการณ์การให้คำปรึกษาด้าน AI สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา
ภาพหน้าจอ ข้อมูลเชิงลึกของ Fanpage สาขาฟิสิกส์ ในช่วงจัดกิจกรรม สิงหาคม 2568 |
| รูปภาพผลสัมฤทธิ์ |
 |
 |
 |
| การนำไปใช้ |
| ผลของโครงการเกิดประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายในหลายระดับ ดังนี้
ประโยชน์ต่อนักเรียน (กลุ่มเป้าหมายหลัก)
นักเรียน 232 คน ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะการใช้ AI เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเป็นทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต
นักเรียนได้รับใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำไปใช้ประกอบแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพื่อยื่นสมัครศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
นักเรียนได้รับการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาของชุมชนผ่านโจทย์การแข่งขัน เช่น การจัดการขยะ การดูแลผู้สูงอายุ และการพัฒนาอาหารพื้นถิ่น
ประโยชน์ต่อครูและโรงเรียน
ครูที่ปรึกษา 129 คน จาก 23 โรงเรียน ได้รับองค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ AI ในการเรียนการสอน สามารถนำไปขยายผลในห้องเรียนและกิจกรรมของโรงเรียน
โรงเรียนได้รับการประชาสัมพันธ์ผลงานของนักเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของสาขาวิชาฯ ช่วยสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้นักเรียน ครูที่ปรึกษา และสถานศึกษา
ประโยชน์ต่อชุมชนและท้องถิ่น
ส่งเสริมให้เยาวชนหันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับชุมชนของตนผ่าน ผ่านหัวข้อแข่งขัน เช่น การสร้างภาพอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน การออกแบบชุดเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้า จากขยะรีไซเคิล (Recycle) การคิดสร้างสรรออกแบบอาหารพื้นถิ่นที่ดูแปลกใหม่น่ารับประทานพร้อมแพ็กเกจที่สะดุดตา
ประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยได้แสดงบทบาทเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น” อย่างเป็นรูปธรรม สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียน 23 แห่งใน 9 จังหวัด
การประชาสัมพันธ์โครงการช่วยสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีของสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวงกว้าง สะท้อนจากยอดเข้าชม Facebook Fanpage ที่เพิ่มขึ้นถึง 28,460 view ในช่วงเวลาเพียง 1 วัน |
| เเนวปฏิบัติที่ดี |
| แนวปฏิบัติที่นำไปเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมบริการวิชาการลักษณะเดียวกันได้ ดังนี้
1) การออกแบบกิจกรรมเพื่อความเท่าเทียม เปิดให้นักเรียนสมัครด้วยตนเองในรูปแบบออนไลน์ ไม่จำกัดสิทธิ์ว่าต้องเป็นตัวแทนของโรงเรียน จึงเป็นกลไกสำคัญที่ “ขจัดอุปสรรคด้านโอกาสและพื้นที่” ทำให้นักเรียนจาก 9 จังหวัด รวมถึงจังหวัดห่างไกล เช่น สงขลา สามารถเข้าร่วมได้
2) การออกแบบโจทย์ที่เชื่อมโยงกับชุมชน โจทย์ทั้ง 6 ประเภทถูกออกแบบให้สอดคล้องกับประเด็นการพัฒนาท้องถิ่น เช่น การจัดการขยะ การดูแลผู้สูงอายุ เกษตรอัจฉริยะ และอาหารพื้นถิ่น ทำให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ปัญหาในชุมชนของตน และใช้ AI เป็นเครื่องมือเสนอแนวทางแก้ไข
3) การใช้กลไก Popular Vote ขยายการรับรู้ การจัดรอบรางวัลพิเศษ “ขวัญใจมหาชนออนไลน์” โดยให้ประชาชนทั่วไปร่วมโหวตผ่าน Facebook เป็นกลไกที่ขยายการรับรู้สู่สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ
4) การใช้คณะกรรมการตัดสินแบบผสม การใช้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก 1 ท่าน และภายใน 2 ท่าน ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ ความเป็นกลาง และความหลากหลายของมุมมองในการตัดสิน
5) ระบบรางวัลแบบทั่วถึง การให้รางวัลชมเชยเป็นใบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมทุกคน เป็นกลไกที่สร้างกำลังใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมทุกคน ลดความรู้สึกพ่ายแพ้ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
6) บทเรียนการจัดการปัญหาทุจริต ในรอบ Popular Vote พบการใช้บัญชี Facebook อวตารปั่นยอด Like ซึ่งได้แก้ไขโดยตรวจสอบและถอดผลงานที่พบการทุจริตออกจากการแข่งขัน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในการออกแบบกลไกป้องกันในปีถัดไป
7) การจากัดสิทธิ์รางวัลเพื่อความเป็นธรรม การกำหนดให้ผู้สมัครได้รับรางวัลสูงสุดเพียง 1 รางวัล แม้จะส่งผลงานหลายประเภท เป็นกลไกกระจายโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้รับรางวัลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
8) การดาเนินงานออนไลน์ครบวงจร ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook การรับผลงานผ่าน Google Form การตัดสินออนไลน์ จนถึงการมอบใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์และการส่งของรางวัลทางไปรษณีย์ เป็นรูปแบบที่ลดต้นทุน ลดข้อจำกัดด้านสถานที่ และสามารถขยายผลได้ในวงกว้าง ซึ่งงบประมาณในการจัดครั้งนี้รวมจานวน 3,000 บาท ซึ่งใช้จ่ายเป็นค่าตอบแทนกรรมตัดสิน 3 ท่าน ใบประกาศนียบัตร และของที่ระลึก |
| รูปภาพผลงาน |
 |
|
ที่มา |
|
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |