KM

ด้านที่ 5 บริหารเเละการจัดการองค์กรที่ดี
ชื่อผลงาน : การประกันคุณภาพการศึกษาเชิงรุก : ก้าวสู่ผลการประเมินที่เป็นเลิศ
ชื่อเจ้าของผลงาน : ฝ่ายวางแผนและกิจการพิเศษ คณะนิติศาสตร์
ความคิดริเริ่ม
ในยุคที่การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพขององค์กรอย่างยั่งยืน สำนักงานคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ตระหนักถึงบทบาทของ “การประกันคุณภาพการศึกษา” ว่าไม่เพียงเป็นกลไกในการประเมินผลตามข้อกำหนดของต้นสังกัดหรือหน่วยงานภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็น “เครื่องมือการบริหารจัดการ” ที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การพัฒนาอย่างรอบด้านแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานแนวทางการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพ จึงเกิดขึ้นจากเป้าหมายในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร และการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ระบบการประเมินตามกรอบ EdPEx หรือ Education Criteria for Performance Excellence หรือ เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินนนนการที่เป็นเลิศ ในปีการศึกษา 2568 โดยมีความมุ่งหวังที่จะวางรากฐานของการพัฒนาองค์กรให้มั่นคง ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้าง ระบบ และบุคลากร อันจะนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์เชิงคุณภาพอย่างแท้จริง ฝ่ายวางแผนและกิจการพิเศษ คณะนิติศาสตร์ จึงริเริ่มแนวทางการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการบูรณาการองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่ (1) การบริหารจัดการที่มุ่งผลลัพธ์และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์องค์กร (2) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนกระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพ และ (3) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ ทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน เพื่อให้เกิดการรับรู้ มีส่วนร่วม และร่วมกันขับเคลื่อนคุณภาพในทุกมิติ
เเรงบันดาลใจ
ความริเริ่มนี้ไม่เพียงเป็นการตอบสนองต่อตัวชี้วัดด้านคุณภาพการศึกษาเท่านั้น หากแต่เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านแนวคิดการบริหารจาก "การดำเนินงานตามหน้าที่" ไปสู่ "การบริหารจัดการคุณภาพเชิงกลยุทธ์" ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นต้นแบบแนวปฏิบัติที่ดีที่สามารถขยายผลได้ในระดับมหาวิทยาลัยในอนาคต
ขั้นตอน
แนวทางการดำเนินงานที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้: o การวางแผนปฏิทินการดำเนินงานประกันคุณภาพรายปี โดยกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงานและการรายงานผลรอบ 6 เดือน และ 9 เดือน o การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบตัวบ่งชี้คุณภาพ เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานในแต่ละด้านอย่างชัดเจน o การกำกับติดตามโดยผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการประชุม ตรวจสอบเอกสาร และติดตามแผนปฏิบัติการ o การใช้ระบบสารสนเทศในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูล เพื่อให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ o การจัดประชุมวิพากษ์ผลการดำเนินงาน ก่อนการประเมินตนเอง (SAR) เพื่อทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาแนวทางให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
ผลสัมฤทธิ์
จากการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ส่งผลให้คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้รับผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับคณะในปีการศึกษาที่ผ่านมาอยู่ในระดับ “ดีมาก” (4.55 คะแนน) ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบการบริหารจัดการคุณภาพภายในองค์กร และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคณะอย่างแท้จริง ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่ระดับคะแนนประเมินเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากรในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนที่มีความเข้าใจระบบการประกันคุณภาพมากยิ่งขึ้น สามารถดำเนินงานในส่วนที่ตนรับผิดชอบได้อย่างมีทิศทาง รู้จักการจัดเก็บข้อมูลหลักฐานประกอบที่ถูกต้อง ตรงประเด็น และสอดคล้องกับตัวบ่งชี้คุณภาพ ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการประเมิน และเพิ่มความมั่นใจในการรายงานผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ คณะนิติศาสตร์ยังสามารถพัฒนา “ระบบติดตามผลการดำเนินงาน” ที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการบริหารเชิงข้อมูล ทำให้ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ทันเวลา และนำไปสู่การวางแผนพัฒนาองค์กรในลักษณะเชิงกลยุทธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดำเนินงานนี้ได้ก่อให้เกิด “แนวปฏิบัติใหม่” ในการบริหารจัดการด้านคุณภาพการศึกษา ซึ่งสามารถต่อยอดและพัฒนาไปสู่การบริหารจัดการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในระดับองค์กร ทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นฐานในการขับเคลื่อนคณะฯ ให้เข้าสู่การประเมินตามกรอบ EdPEx อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตอันใกล้
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
ผลลัพธ์จากการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพของคณะนิติศาสตร์ มิได้หยุดอยู่ที่ผลการประเมินเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ โดยเฉพาะกับกลุ่มเป้าหมายหลักขององค์กร ได้แก่ อาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน นักศึกษา และตัวองค์กรในภาพรวม ในด้านของ อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน ได้รับประโยชน์จากการมีระบบสนับสนุนการดำเนินงานที่มีความเป็นระบบมากขึ้น ทั้งในด้านการวางแผน การจัดเก็บข้อมูล การติดตาม และการประเมินผล ซึ่งช่วยให้บุคลากรสามารถกำหนดแนวทางการทำงานของตนเองให้สอดคล้องกับเป้าหมายของคณะและตัวบ่งชี้คุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเสริมสร้างทักษะในการใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง นักศึกษา ในฐานะผู้รับบริการหลักขององค์กร ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากการที่คณะมีการพัฒนาคุณภาพหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และระบบบริการสนับสนุนต่างๆ ให้มีมาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการมากยิ่งขึ้น การมีระบบติดตามผลที่ชัดเจนยังเอื้อต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา และยกระดับประสบการณ์ในการศึกษาในระดับอุดมศึกษาโดยรวม ในส่วนของ คณะนิติศาสตร์ เอง แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนคณะไปสู่การพัฒนาระบบบริหารจัดการคุณภาพในระดับสูง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในการปรับใช้แนวทาง EdPEx อย่างเป็นระบบภายในปีการศึกษา 2568 ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านจากการบริหารแบบเน้นการปฏิบัติตามเกณฑ์ สู่การบริหารจัดการแบบมุ่งเน้นผลลัพธ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
เเนวปฏิบัติที่ดี
แนวทางการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพเพื่อผลการประเมินที่เป็นเลิศของสำนักงานคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีขององค์กร เนื่องจากเป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่มีความครบถ้วนทั้งในด้านการวางแผน การดำเนินงาน การติดตามผล และการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ โดยมีพื้นฐานจาก “ความเข้าใจบริบทองค์กร” และ “เป้าหมายยุทธศาสตร์” ที่ชัดเจน ทำให้สามารถกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับพันธกิจของคณะและมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของแนวทางนี้คือ “การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร อาจารย์ หรือบุคลากรสายสนับสนุน ที่มีบทบาทในการร่วมออกแบบกระบวนการ รับผิดชอบตัวบ่งชี้ และรายงานผลการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพและความรับผิดชอบร่วมกัน อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เสริมความโดดเด่นให้กับแนวปฏิบัตินี้ คือการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนกระบวนการจัดเก็บข้อมูลหลักฐาน การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน และการสื่อสารภายในหน่วยงาน ซึ่งช่วยเพิ่มความถูกต้อง โปร่งใส และลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ทั้งยังช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำบนพื้นฐานของข้อมูลจริงแนวทางนี้ยังเป็น “แนวปฏิบัติที่ถอดบทเรียนได้” โดยสามารถจัดทำเป็นคู่มือหรือโมเดลการดำเนินงานที่ขยายผลไปสู่คณะหรือหน่วยงานอื่นในระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นระบบ และสามารถปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละหน่วยงาน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพทั้งในระดับคณะและระดับสถาบัน ท้ายที่สุด แนวทางนี้ได้วางรากฐานให้กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่ “ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน” โดยเชื่อมโยงแนวปฏิบัติกับกรอบมาตรฐานการประกันคุณภาพระดับสูง เช่น EdPEx ซึ่งองค์กรมีเป้าหมายที่จะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในปีการศึกษา 2568 จึงนับได้ว่า แนวทางดังกล่าวเป็นทั้งกลยุทธ์และเครื่องมือในการพัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะนิติศาสตร์