KM

ด้านที่ 4 ศิลปะเเละวัฒนกรรม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชื่อผลงาน : “แสง สี เสียง สืบศิลป์นคราจำปาศรี เถลิง 160 ปี ตักศิลามหาสารคาม”
ชื่อเจ้าของผลงาน : อาจารย์พิราภรณ์ พันธุ์มณี อาจารย์สุดารัตน์ อาฒยะพันธุ์ สาขานาฏศิลป์และการแสดง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ความคิดริเริ่ม
จังหวัดมหาสารคามเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สะดืออีสาน) ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชการที่ 4) ทรงพระราชทานให้เป็นชื่อเมือง ครั้งทรงโปรดเกล้าฯ ตั้งเมืองเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2408 ที่มีความหมายว่า “ถิ่นฐานที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยความดีงามทั้งปวง” มีท้าวมหาชัย (กวด) เป็นเจ้าเมือง ในปี พ.ศ.2568 นี้ เมืองมหาสารคามได้ครบรอบ 160 ปี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต มีความประสงค์อยากจะให้เมืองมหาสารคามเป็นเมืองท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม จึงได้แนวคิดรื้อฟื้นตำนานการเกิดเมืองมหาสารคาม ได้ศึกษาเอกสารและรวบรวมข้อมูล เพื่อที่จะสร้างตำนานการเกิดเมืองมหาสารคาม ตั้งแต่ยุคทวารวดี จนถึงปัจจุบัน
เเรงบันดาลใจ
ให้เป็นที่จดจำของประชาชนทั่วไปและเป้าหมายสถานที่ในการจัดการแสดง คือ วัดป่าวังน้ำเย็น ที่มีเจดีย์มหาสารคามองค์ใหญ่สีทองสวยเด่นแต่ไกล รวมถึงศาลาการเปรียญไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วัดแห่งนี้นอกจากเป็นที่ศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ยังมีชื่อเสียงมากในด้านการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา จนกลายเป็นจุดหมายในการจัด แสง สี เสียง สืบศิลป์นคราจำปาศรี เถลิง 160 ปี ตักศิลามหาสารคาม
ขั้นตอน
ประชุมวางแผนเพื่อเตรียมงาน กับหน่วยงานการท่องเที่ยวและการกีฬาจังหวัดมหาสารคาม การลงสำรวจพื้นที่ ชุมชน และการสืบค้นเอกสารทางวิชาการเพื่อเก็บรวบรวมเป็นฐานข้อมูลประวัติเมืองมหาสารคาม สร้างสรรค์บทละคร คัดเลือกนักแสดงให้มีการถ่ายทอดให้สมบทบาท ประสานงานการสร้างฉาก แสง สี เสียง การจัดทำคิวพิธีการ และการปล่อยตัวนักแสดง โดยนักศึกษาสาขานิเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และจัดทำซาวด์ประกอบการแสดง มีการประสานงานขอความร่วมมือจากนักเรียนโรงเรียนผดุงนารี และโรงเรียนสารคามพิทยาคม นักศึกษาจากคณะไอที นักศึกษาสาขานิเทศ นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา พร้อมนักศึกษาสาขานาฏศิลป์และการแสดงร่วมทำการแสดงในครั้งนี้ ถ่ายทอดข้อมูลประวัติเมืองมหาสารคามให้กับนักแสดง เพื่อให้นักแสดงได้เข้าใจในบทบาทของตัวละคร มีการสร้างสรรค์ชุดการแสดงตามบทละคร พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับชุมชน ตำบลเกิ้ง ในการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ภายในวัดป่าวังน้ำเย็น จัดตั้งฝ่ายปฏิคม เพื่ออำนวยความสะดวก ระหว่างฝึกซ้อมการแสดง และการแสดงในวันแสดงจริง จัดแสดง แสง สี เสียง สืบศิลป์นคราจำปาศรี เถลิง 160 ปี ตักศิลามหาสารคาม ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568
ผลสัมฤทธิ์
ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี และในวันงานมีประชาชนทั่วไปเข้ามาเวียนเทียนที่พระเจดีย์ศรีมหาสารคามเป็น จำนวนมาก พร้อมกับเข้าชมการแสดง เป็นจำนวนมากที่เข้าชมในสถานที่จริง และผ่านช่องทางถ่ายทอดสด จำนวนมากกว่า 3,000 คน
รูปภาพผลสัมฤทธิ์
การนำไปใช้
การแสดง แสง สี เสียง นี้ เป็นชุดการแสดงที่กล่าวถึงการเกิดเมืองมหาสารคาม ตั้งแต่ยุคทวารวดี จนถึงยุคปัจจุบัน รวมไปถึงไปถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อของคนในยุคเก่า ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม มีความภาคภูมิใจในจังหวัดของตนเองเพิ่มขึ้น และสามารถที่จะเล่าให้ชนรุ่นหลังได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
เเนวปฏิบัติที่ดี
เป็นการบูรณาการการเรียนการสอนกับหลักสูตรสาขาวิชาหลากหลาย รวมไปจนถึง โรงเรียนภายในจังหวัด มหาสารคาม เข้ากับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เป็นความร่วมมือของหน่วยงาน องค์กร ในจังหวัดมหาสารคาม รวมไปจนถึงชุมชนตำบลเกิ้ง และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในการเล่าขานตำนานการเกิดเมืองมหาสารคาม
รูปภาพผลงาน
ที่มา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์